ข่าวสาร-สาระ กรกฏาคม พ.ศ. 2546
Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2548
เลือกสามีต้องใช้วิธี "ดูนายให้ดูแม่
หนุ่มกลัวสาวจริงเรอะเปล่า?
1. เกรงว่าเซ็กซ์จะสะดุดหยุดกึ๊กนะเซ่ ในส่วนลึก หนุ่มๆล้วนกังวลทั้งนั้นแหละว่า จะถูกผู้หญิงบอกปัดการมีความเพศสัมพันธ์ ถ้าเผื่อเขาอยากแต่เธอไม่ เขาก็อารมณ์ค้างน่ะสิ...ถามได้ อีกประการ ผู้ชายน่ะเกรงว่า จะถูกแฟนสาวใช้เซ็กซ์เป็นข้ออ้างเพื่อกำหนดเงื่อนไขหรือ ข้อเรียกร้องทั้งหลายทั้งปวงไม่ยอมหยุด เช่น ถ้าไม่ซื้อรถให้... นี่แค่สมมติให้เว่อ เข้าไว้เท่านั้นนะ.. .ก็อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉันเลย หรือถ้าไม่เคยสัญญิงสัญญาว่าจะช่วยกัน เลี้ยงลูกก็อย่ามาคะยั้น คะยอขอหลับนอนซะให้ยาก เพราะขืนท้องป่องแล้ว ใครจะรับผิดชอบล่ะ! เงื่อนไขอะไรราวๆนี่แหละที่ทำให้ผู้ชาย ป.ส.ด. มานักต่อนักแล้ว
2. ผู้ชายกลัวว่า แฟนสาวจะปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว จากที่เคยสวยเช้ง หรือน่ารักน่าจุ๊บสมัย แรกรัก แต่พอคบกันไปนานๆ เอ๊ะ ทำไมจากนางฟ้า ดันกลายเป็นนางนาค หรือนางยักษ์ไปซะได้ แปลกไหมล่ะเนี่ย มิน่า คลินิกศัลยกรรมทำสวยจึงผุดเป็นดอกเห็ด เสียตังค์แล้วยังยอมเจ็บตัว ถึงปานนี้ แหม้เกิดเป็นหญิง แท้จริงแสนลำบากจริงน้อ น้องเอ๋ย
3. กลัวว่า ไหงเป็นแฟนกันอยู่ดีๆ เธอกลับ อยากเป็นญาติผู้ใหญ่ขึ้นมาได้ไงวุ้ย ตอนหวานรักกันแรกๆ ก็เห็นแฟนสาวอยู่ในโอวาทดีนี่นา แต่ระยะหลังๆ อ้าวไหง เธอเปลี่ยนมา ให้โอวาทซะเองแล้วล่ะ โอ้มายก็อด เอ๊ะเราเป็นแฟนหรือเป็นอะไรกันแน่จ๊ะ
4. กลัวว่า ฝ่ายหญิงจะพยายามเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขา ให้เป็นอย่างใจที่เธอชอบน่ะสิ ถ้าหากเธอซื้อเสื้อผ้าให้ เขาเนื่องในวันเกิดยังพอรับได้ ว่าอ๋อเธอใสซื่อปรารถนา ดีจริงๆ แต่ถ้าวันใด เธอเริ่ม รื้อตู้เสื้อ ผ้าแล้วเทกระจาด ทิ้งเสื้อผ้าชุดเก่งที่อีกฝ่ายชอบไปซะหมด แล้วจัดแจงหาชุดใหม่มาเปลี่ยน อย่างงี้ถึงพอเรียกได้ว่าอาการหนัก แถมบางคนไม่แค่นี้ซะด้วยนะ ชอบกดดันถึงขนาดอยากให้คู่ครองมีหน้าที่การงานดีๆ อันที่จริงเธอก็หวังดีนั่นแหละ เพียงแต่ไม่รู้ตัวแฮะว่า ยิ่งผลักดันเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เขา วิตกกังวลมากเท่านั้น ใครว่าเป็นช้างเท้าหน้าสบาย ก็ลองเป็น ดูบ้างเด้
ส่วน Lisa Magazine เค้าเข้าใจ เปรียบผู้ชายกับผลไม้ ได้น่าทึ่งมาก นัยว่า ถ้าเปรียบผู้ชายเป็นผลไม้ แล้วล่ะก็ จะเปรียบได้กับชนิดใดกันบ้าง? เฉลยให้ฟังก็ได้ว่า สำหรับหนุ่มวัย 17 ถือเป็นรุ่นกระเตาะ งั้นเปรียบให้เป็นแตงโมที่หวานฉ่ำชื่นใจละกัน แตงโม วัยเนี้ย หากได้กินเมื่อไหร่รับรองหายเหนื่อย (แต่หายเมื่อยด้วยหรือเปล่าข่าวไม่ได้แจ้ง) เป็นปลิดทิ้ง เรียกว่า หย่อยอย่าให้เซด เขยิบขึ้นมาหน่อย เป็นหนุ่มวัย 22-23 เริ่ม เป็นหนุ่มเต็มวัย แต่ยังดูสดใส เปรียบได้กับ สับปะรด เพราะยังมีความหวานสดฉ่ำ ขณะเดียวกันก็อมเปรี้ยวเล็กน้อย กินแล้วอร่อยไปอีกแบบ หนุ่มวัย 30 เป็นหนุ่มฉกรรจ์เต็มที่ เริ่มผ่าน ประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรมาบ้างแล้ว เปรียบได้กับ ส้ม ซึ่งรสชาติแตกต่างกันไปในแต่ละลูก บางทีก็เปรี้ยวซะ บางลูกก็หวานเจี๊ยบ แถมเวลาทานเสร็จยังต้องคายกากทิ้ง เรียกว่า คบกับเขาไม่ใช่ เรื่องง่ายๆก็แล้วกัน ส่วนหนุ่มใหญ่วัย 40 ปูนนี้แล้ว ความเป็นหนุ่มเหือดหายไปเยอะ จะเหลือก็แต่ความเป็นผู้ใหญ่ ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาพอสมควร ไม่ต่างอะไรกับ ทุเรียน ที่ใครชอบก็ดีไป แต่ถ้าใครไม่ชอบ แม้แต่กลิ่นก็ยังทนไม่ได้ ใช่ไหมล่ะ แล้วสังเกตดูเหอะ ใช่ว่าคนเราจะพูดคำว่า รักให้กันง่ายๆซะที่ไหน บางคนนะให้ด่ายังง่ายกว่า บอกรักด้วยซ้ำ นัยว่าการเอ่ยคำว่ารักใครงี้ โอ้ย เขินตายชัก งั้นเอางี้แล้วกันนะ ใช้วิธีอื่นแทนคำว่า ฉันรักคุณ ก็ได้เช่น
1. คว้าแขนของคนรักมาจูบตรงจุดชีพจรของ ข้อมือดูดิ
2. ทำเครื่องหมาย วันแห่งความรัก (Loving Days) เฉพาะที่คุณทั้งคู่รู้ความหมาย ของมันดีลงบนปฏิทิน แล้วบอกปัดหรือเลื่อนนัดที่ไม่เกี่ยวกับกิจกรรมรักในวันนั้นออกไปให้หมด
3. โอ๋ด้วยการผลัดกันป้อนอาหารอันโอชะให้กันและกันจนอิ่มแปล้
4. โทรศัพท์ไปยังสถานีวิทยุเพื่อขอเพลงมอบให้สุดที่รักสักเพลง สองเพลงดูดิ โรแมนติกม้าก มากขอบอก.
รสนิยมแนวไหนชวนให้หญิงวิ่งหนี?
แต่คุณผู้ชายขา ท่านรู้ไหมว่า สิ่งละอัน พันละน้อยหรือบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ ของบรรดาชายโฉด เอ้ย โสดทั้งหลายนั่นน่ะ อาจเป็นสาเหตุสะกิดความรู้สึกให้ผู้หญิง (ที่เป็นแฟนของคุณ) หวาดผวา, สติแตก และใจคอกระเจิดกระเจิงได้ง่ายๆเหมือนกันนะเพ่ ทีนี้อยากทราบไหมว่า มีสิ่งของอันใดของผู้ชายบ้างเหรอ ที่สามารถผลักดันให้ผู้หญิงวิ่งจู๊ด อยากเตลิดเปิดเปิงตีจากหนุ่มคนนี้ไปให้ไกลๆ มากกว่าอยากคบหากันต่อไป เพราะพอเห็นข้าวของเครื่องใช้ หรือเรียกง่ายๆว่า สิ่งแวดล้อมของเขาแล้วไม่เห็นน่ารักตรงไหน ไม่เหมือนตัวเขาเลย...อ้าว ไหงเป็นงั้นไปได้ละเนี่ย ใน ข้าวของเครื่องใช้ 7 อย่างของฝ่ายชายที่หากสาวใดไปเห็นเข้า รับรองจะอยากวิ่งหนี มากกว่าเข้าไปซบ (7 Things that Freak Women Out) แอ่น แอ๊น บอกไว้อย่างงี้ว่า ผู้หญิงน่ะไม่อยากให้แฟนของเธอเป็นเจ้าของสิ่งละอันพันละน้อย ดังต่อไปนี้
1. รูปแม่ของเขา ไม่ว่าจะตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานหรือแขวนใส่กรอบซะดิบดี เพราะจุ๊ จุ๊ รู้แล้วอย่าเอ็ดไปละกันว่า น้องนาง ส่วนใหญ่น่ะถูกชะตากับ “ว่าที่” หรือบางทีอาจเป็น แม่ผัวของเธอตั้งนานแล้วซะที่ไหนล่ะจ๊ะ เออถ้าเผื่อเอาภาพดารามาแขวนหรือนักกีฬามาแปะไว้บนกำแพงห้อง จะไม่ว่าเลยสักคำ แต่หากดันเลือกรูปแม่ของเขาออกมาโชว์หราขนาดนี้ เอ๊ะเป็นไปได้นะว่า เขาเป็นลูกยอดกตัญญูหรือไม่ ก็ยังเป็นเด็กติดแม่อยู่ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองประการเลยก็ได้
2. รอยสักชื่อของแฟนเก่า นี่ขนาดมีแฟน (ใหม่) อยู่แล้วทนโท่ทั้งคน แต่ยังไม่วายทิ้งรอยสัก ของอดีตรักเอาไว้ให้เห็นตำตาอย่างงี้ เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก ไอ้เจ้าชู้จูฮุกกรู ไปทั่ว
3. มีภาพสัตว์เลี้ยงในกระเป๋าตังค์....โอ้ มายก๊อด แทนที่จะพกรูปแฟน นี่อะไร้ ดันพกรูปสิงสา ราสัตว์แทน ท่าทางจะเอ็นดูสัตว์มากกว่าคนแฮะ ว้า...แสดงว่าไม่ยอมโตสักที เอ๊ะแต่คิดอีกที หรือเขาอยากบอกว่า ถ้าเลิฟมี ก็ต้องเลิฟมายด็อก ด้วยแหงเลย
4. เจอทีไร เอ๊าทำไมเนื้อตัวเขามีรอยจ้ำๆเหมือนผ่านการชกต่อยมานับไม่ถ้วน อย่างนี้ล่ะ โอ้ยโหยว ขืนเจอกันแทนที่จะมีความสุขสนุกสนาน แต่โทษที เขาชอบเก็บอารมณ์บูดมาปูดใส่แฟนสาวอยู่เรื่อย ขืนเป็นงี้ สาวคนไหนทนไหวก็ทนไป เหอะ หากวันๆ เห็นเราเป็น กระโถน ท้องพระโรง หรือถังขยะล่ะก็ แสดงว่าไม่ให้เกียรติกัน เลยนี่หว่า ถ้าเขารักจริง แล้วจะเปรียบอีกฝ่ายเป็นขยะได้ไง ควรหวงห่วงเราดุจดอกไม้ หรือแก้วเจียระไนสิถึงจะถูก แฟนน่ะเป็นของมีค่ามีราคาท่องไว้ได้เลย
5. เอ๊ะ ทำไมเขาต้องใช้ยาสระผมกับครีมนวดผมราคาแพงหูฉี่อย่างนี้ด้วยนะ ที่สงสัยน่ะ ความจริงแล้ว หล่อนอยากรู้มากกว่าว่า ทำไมแฟนหนุ่มถึงสำอางเกินเหตุด้วยวันๆ ต้องทำหล่อไปโชว์ใครเหรอ? ก็โห ยาสระผมกับครีมนวดผมของเขาแต่ละขวดน่ะ เป็นของยี่ห้อกระจอกที่ไหนล่ะ เผลอๆราคาแพงกว่าที่ผู้หญิงใช้ซะอีก แถมเอ่อ แล้วถ้าเผื่อเขาชอบไม้ป่าเดียวขึ้น มาล่ะ โอ้ย อกอีแป้นแตกก็คราวนี้แหละ เอ้า! แต่จะว่าไป ผู้หญิงชอบคบเกย์เป็นเพื่อนจะตาย บางทีหนิดหนมกว่า เพื่อนผู้หญิงด้วยกันซะอีก สังเกตดูดิ
6. เขาชอบอ่านหนังสือหรือนิตยสารเกี่ยวกะอะไร? ถ้าเขาชอบดูข่าว หรือสนใจเล่นกีฬาก็แล้ว ไป ยังชักชวนกันไปออกกำลังกาย ฮาเฮตามประสา คู่สวีตที่รักการผจญภัยได้ แต่ถ้าเห็นวันๆ เขาขยันคว้าหนังสือโป๊มาอ่านจังเลย ว่างเมื่อไหร่เป็นไม่ได้ ต้องหยิบหนังสือทำนองนี้มาพลิกหน้า พลิกหลังดูมันอยู่นั่นแหละ อย่างนี้ ถ้าไม่เซ็กซ์จัด ก็คงชอบเล่นสนุกกะน้องชาย ตัวเองแหงเลย โอ๊ย...คิดแล้ว (ส) ยอง
7. ชวนไปช็อปปิ้ง แต่เอ๊ะเขาเอาแต่เดินดู เสื้อผ้าอาภรณ์อยู่นั่น แถมดูสินค้าในแผนกเสื้อผ้าผู้ชายยังไม่พอนะ ยังชอบไปดูเสื้อผ้าผู้หญิงซะด้วยสิ
เอ....เขาบ้าแฟชั่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เออ แล้วเพิ่งรู้แฮะ ว่าเขารักสวยรักงามยิ่งกว่าเดี๊ยนอีก อย่างงี้มันดีหรือซวยกันแน่วะเนี่ย! ถ้าเขารักสวยรักงามและรักหล่อนด้วย สงสัยคงเป็นพ่อบุญทุ่ม ทุ่มไม่อั้นเพื่อให้แฟนเป็น สาวสวยแหงๆ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ลองนึกดูละกันว่า เขาคงอยากสวยเอง หรือเปล่า? แล้วในเมื่อเม้าท์แตกมาได้ตั้งน้านนาน ขอขุดคุ้ยต่อแล้วกันว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่พ่อเจ้าประคุณ ชอบขี้จุ๊เบ่เบ๊ ลวงให้น้องหนูตายใจอยู่เรื่อย ย่อมหนีไม่พ้น ประโยคตอแหล ดังต่อไปนี้เช่น
• “เปล่า...เธอไม่ได้อ้วนซะหน่อย” แต่ในใจงี้ อยากเรียกเธอว่าน้องช้างจะแย่อยู่แล้ว
• “คุณทำอาหารเก่งจัง” แต่ถ้าทีหลังจะทานอะไรด้วยกัน เราไปทานที่ร้านอาหารดีกว่าเนอะ
• “คุณทำให้ผมคิดถึงเจนนิเฟอร์ โลเปซ” เฮ้อ... ถ้าได้ยินอย่างงี้ อย่านึกว่าเขาชม อะไรจะเข้าข้าง ตัวเองขนาดนั้น ถ้าหล่อนไม่สวยเซ็กซ์เหมือนยายเจโลจริงละก็ อย่าหลงดีใจไปหน่อยเลย เขาพูดแค่นี้ก็เชื่อแล้ว โถ...ใสซื่อจริงนะตัวเอ้ง.
ซ่อนเงินอย่างไร ไม่ให้แฟนรู้
1. นั่นมันเงินของใครกันแน่ล่ะ หมายถึงว่า ถ้าเขาซ่อนเงินจริง แล้วมันนี่ก้อนนั้นน่ะเป็นเงินของใครจ๊ะ? ถ้าเป็นของคนซ่อนเอง แล้ว จะระแวงไปไย ใครๆก็มีสิทธิ์เก็บเงินที่เขาหามา ได้ไม่ใช่เหรอ
2. ถ้าวิตกว่า คนรักของคุณซ่อนเงิน ละก็ คุณไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกตกใจจน เกินไป ควรใจเย็นๆเข้าไว้ แล้วค่อยหาทางหยิบ ยกประเด็นนี้ขึ้นมาคุยก็ยังได้
3. แหม ที่จริงไม่อยากชี้แนะหรือชี้นำเกี่ยวกับการหลบๆ ซ่อนๆ เท่าไหร่หรอก แต่ไหนๆ หากมีความจำเป็นต้องซ่อนเงินละก้อ บอกได้ เลยว่า ควรเก็บไว้ในรูปของเงินสด และอย่าซ่อนไว้ใต้พรม นั่นมันวิธีโบร้าณ โบราณ สมัยนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วย่ะ.
คนสมถะ
กางเกงในบอกอะไร ได้หลายอย่าง
เป็นเพื่อนทำไม เป็นแฟนดีกว่า
1. คุณอยากมีรักยืนยงหรือแค่ประสงค์เซ็กซ์ชั่วคราวกันแน่ล่ะ เค้าว่า เพื่อนที่เปลี่ยนมาเป็นแฟนเนี่ยนะจะไปด้วยกันได้สวยทีเดียว ...ถ้าบุคคลทั้ง 2 มีความปรารถนา ในสิ่งเดียวกัน นั่นคือ รักกันและกันอย่างจริงแท้แน่นอนไงเล่า ว่าแต่เจ้าความรักเนี่ยนะ สมัยนี้มักเกิดเร็ว แต่ดับง่าย เหตุนี้ลองเอามือก่ายหน้าผากก่อนนอนเพื่อใช้สมองคิดให้มากๆก่อนดีไหมว่า ไอ้ที่ว่ารักเพื่อน แล้วอยากเป็นแฟนเค้าใจจะขาดเนี่ย เป็นรักมั่นคงหรือแค่รู้สึกวูบไปวาบมาประเดี๋ยวประด๋าวกันแน่เออ หากยังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งไปเปลี่ยนแปลงอะไรให้ อนาคตเลือดตกยางออกเวลาเลิกกันเล้ย เพราะวัยรุ่นสมัยนี้น่ะ ลองขัดใจดูเดะ เป็นได้ชักดิ้นชักงอ ลงไป กองนอนกับพื้นนั่นแหละ แถมบางคู่นะ ไอ้ที่อยากเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนก็เพราะอยากลองรักกุ๊กกิ๊ก ให้รู้รสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มเท่านั้นแหละ ทำนองไม่รู้จะประลองยุทธ์บนเตียงกับใคร ก็คว้าเพื่อนใกล้ตัวนี่แหละมาเป็นเหยื่อซะ ขืนเป็นงี้แล้วจะอยู่กันรอดรื้อ ถ้ารักจริงไม่เห็นจำเป็นต้องรีบร้อน เพราะวันนึงเค้าย่อม “เสร็จ” เราอยู่แร้น อิ อิ ไม่รู้จักคลีโอพัตรากลับชาติมาเกิดซะแล้ว
2. สำรวจตรวจสอบสิว่า มีพฤติกรรมอะไรของเจ้าเพื่อนซึ่งคุณ อยากให้เป็นแฟนบ้าง ที่คุณไม่ชอบเอาซะเลย อีตอนรักกัน อาจตาบอดไปชั่วขณะ แต่ อย่าลืมว่า ถ้า รักถึงขนาดย้ายบ้านไปอยู่ด้วยกัน ทั้งวันทั้งคืนละก็ คุณต้องคลุกอยู่กับเขาอีกนานนะ ไม่ใช่เพื่อนที่เจอกันแค่วันละ 15 นาทีเหมือนเดิมแล้ว เหตุนี้ลองเอาปากกาและกระดาษมาเขียนข้อดี และข้อเสียของเขาดูก่อนไหม ว่าเค้ามีสิ่งที่เราชอบหรือไม่ ชอบอย่างไหนมากกว่ากัน หากเค้ามีนิสัยที่เราไม่ชอบมากกว่า ก็อย่าสะเหร่อไปเลือกมาเป็นแฟนเชียวล่ะ
3. จะเกิดอะไรขึ้น หาก “เลิกรา” กันขึ้นมา? อุ้ย...ลองตอบให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เช่น ถ้าตอบว่า ถ้าเลิกกันนะเหรอ ก็ยังเป็นเพื่อนต่อไปได้ อย่างงี้ไปจองเรือนหอเลยน้อง แต่ถ้าได้คำตอบว่า คงไม่คบกันแล้วล่ะ แหมตอบเหมือนซ่อนความเจ็บปวดอยู่ภายใน แล้วงี้จะเป็นแฟนกันไปไย เป็นเพื่อรอให้เสียวซ่านเล่นหรือไงว่าเมื่อไหร่เค้า โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมา เดี๋ยวเหอะ สนามรักกลายเป็นสมรภูมิรบ แล้วคอยหลบลูกปืนให้ดีๆละกัน
4. รู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นเพื่อน (ก็คนที่คุณอยากเป็นแฟนเขาจนตัวสั่นนั่นแหละ) ควงคนอื่น? หากเห็นแล้วอิจฉาริษยา หน้าหงิกหน้างอละก็ เอางี้ เดินไปพูดกับเขาตรงๆเลยไป ว่าอยากเป็นแฟน ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว ดูสิว่าเขาจะพะอืดพะอมยังไง จะได้รู้กันไป แต่ถ้าเห็นเขาเดินกับคู่ขา (รู้ได้ไงก็ไม่รู้ ฉลาดจังนะตัวเอง) แต่กลับเฉยๆ แสดงว่าไม่ได้รัก ซะหน่อย อย่าบ๊องส์หน่อยเลย แหม้ เห็นคนอื่นมีแฟนไม่ได้ อยากมีมั่งนะเซ่ เอางี้ไหม หลังจากตรวจสภาพจิต...เอ๊ย...รู้ใจตัวเองแล้วว่าชอบเขาแหงๆ จะบอกเคล็ดวิชา เรียกร้องความสนใจจากคนที่คุณปรารถนาให้ชายตามามองคุณบ้าง เอาบุญ ก็ละกัน ว่ากันว่านะ ถ้าคุณหาเรื่องเจอหน้าเขาบ่อยๆ เจอวันละนิด วันละหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เจอทุกวัน และหมั่นทำตัวให้อยู่ในสายตาของยอดยาหยีที่คุณหมายปองถี่ยิบ เชื่อดิ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะชอบคนที่เราเจอหน้าบ่อยๆได้นะเอ้า นี่ไม่ได้พูดเล่น แต่มีข้อแม้หน่อยนึงว่า คุณกับใครคนนั้นต้องถูกชะตาซึ่งกันและกันแต่แรกด้วย จะยิ่งสัมฤทธิผล มากขึ้น ส่วนจะ วัดใจเขาได้ไงเหรอ ว่าชอบคุณหรือยัง? พิจารณาสิ่งต่อไปนี้สิ เช่น
1. เมื่อคุณเล่าความฝันให้เขาฟัง เขาสนใจถึงกับถามให้คุณเล่าต่อหรือเปล่า?
2. หากคุณมีงานหรือมีเรียนต้องทำเยอะ และไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่ายๆ เขายินดีนั่งเป็นเพื่อน ด้วยไหม?
3. เขาชอบอ่านดวงตามราศีของคุณบ่อยๆหรือเปล่า?
4. เขาหัวเราะเรื่องที่คุณเล่าเกี่ยวกับเพื่อนทโมนของคุณให้ฟังไหม? ถ้าคำตอบเป็น ใช่ ทุกข้อละก็ ชักมีแวว ข้ามฟากจากเพื่อนมาเป็นแฟนได้แฮะ.
สุดยอดอาหารแสนโรแมนติก
1. สปาเกตตี
2. สตรอเบอร์รี่
3. ช็อกโกแลต
4. อาหารประเภทเนื้อปลา ส่วนจะเป็นปลาจะละเม็ด หรือปลาทู ก็ตกลงกันได้ แต่ไม่ต้องถึงขั้น ปลาวาฬหรอกนะ เพราะความรักน่ะ แค่ต้องการคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ รู้เปล่าเนี่ย
5. ผลไม้ จะเป็นฟรุทสลัด หรือฟรุทค็อกเทลก็ได้ ขอให้ประเคนมาเถอะ
6. ไอศกรีม รสชาติใดก็ได้
7. พิซซ่า
8. อาหารจีน ติ่มซำทั้งหลายแหล่ พวกขนมจีบ ซาลาเปา
แฮ่กึ๊น แหม้เขียนแล้วหิว 9. อาหารอินเดีย ข้าวหมกไก่, โรตี, มะตะบะ หรือซุปหางวัวก็อาย่อย
10. ลาซานญา ล้วนน่าเจี๊ยะทั้งนั้นเลย
และเมื่อพาดพิงถึงเรื่องอาหารกันแล้ว ก็มายิงคำถามใส่กันต่อดีกว่า รู้ไหมเอ่ยว่า คู่รักขี้เล่น เค้าใช้อาหารบางชนิดเป็นสะพานเชื่อมความรักสมัครสมานสามัคคีได้นะเอ้า แอน...แอ๊น...แล้วอาหารที่ว่านี้ก็คือ วิปครีม ไงล่ะ วิปครีม คืออะไร เดี๋ยวบางคนงง พอดี้ เมอร์ลินฝันเคยเป็นเชฟ จึงพอรู้ว่า วิปครีม คือ ครีมสีขาวจั๊วะ ที่ใช้แต่งหน้าอาหาร, ขนม, ไอศกรีมหรือแม้แต่เครื่องดื่มให้สวยงาม แถมยังอร่อย น่าหม่ำด้วย ว่าแล้วก็มี วิธีสร้างความรัญจวนใจด้วยวิปครีม มาบรรจงสร้างความรู้สึก ให้ไม่รู้ลืมด้วยจินตนาการเหล่านี้กัน แต่ขอคุยก่อนว่า จากผลสำรวจของเว็บไซต์แห่งหนึ่งกับคำถามที่ว่า คุณจะใช้วิปครีมสร้าง ความสุขกับคนรักอย่างไร และต่อไปนี้คือ คำบอกเล่าในการสร้างความสุขด้วยวิปครีม ที่ช่วยให้ค่ำคืนของคู่รักเป็นคืนแห่งความทรงจำ ดังต่อไปนี้ บาร์บร่า วัย 34 ปี เล่าประสบการณ์หวานหวามของเธอให้ฟังว่า ฉันจะฉีดสเปรย์วิปครีม ไปให้ทั่วร่างของเขา และค่อยๆ เลียสลับจูบอย่างช้าๆ จนเขาทนไม่ไหว ส่วนชายไม่ประสงค์ออกนาม วัย 36 ปี เล่าว่า ผมป้ายวิปครีมที่บริเวณคิ้วและที่เปลือกตาของแฟน จากนั้นผมจะค่อยๆ เลียออกอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา ต่อไปก็คลึงเคล้าไปที่ผมของเธอ แล้วก็ใช้วิปครีมเป็นก้อนเล็กๆวางไปตามเรือนร่างของเธอให้ทั่ว พร้อมกับวางสตรอเบอร์รี่ลงไปด้วย หลังจากนั้นทั้งผมและเธอก็จะช่วยกันทานสตรอเบอร์รี่ให้หมด เคลลี่ วัย 36 เน้นว่า ฉันจะนวดจนเขาเกิดความรู้สึกพิเศษก่อน แล้วฉันจะหม่ำเขาเหมือน บานาน่า สปลิท ที่ราดหน้าด้วยช็อกโกแลตน้ำเชื่อม ปน สตรอเบอร์รี่ แล้วก็วิปครีม ทีละคำ ทีละคำ...อืม อร่อย ส่วนเน็ท วัย 20 แจ้งว่า ผมจะค่อยๆเปลื้องผ้าเธอออกอย่างช้าๆ แล้วพันธนาการมือเธอไว้ด้วยกุญแจมือ ปิดตาเธอไว้ ทีนี้ผมก็จะใช้วิปครีมกับส่วนไหนบนร่างเธอก็ได้ตามใจผม แล้วทันใดนั้น ผมก็จะเลียไปทั่วเรือนร่างเธอที่ผมปรารถนาให้ทั่วเลยเชียว ด้าน ดอน วัย 30 ปี เผย ผมชอบที่จะใช้ วิปครีมกับนิ้วเท้าเล็กๆที่แสนเซ็กซี่ของเธอ แล้ว ดูดซะ ฝ่าย สาวแบรนดี วัย 25 ปี เล่าว่า จะโปะวิปครีมบนท้องน้อยของเขา เหมือนเขาเป็นไอศกรีมซันเดย์ของฉันอย่างไงอย่างงั้นเลย ส่วนเอมี่ วัย 26 บรรยายว่า ฉันจะเอานิ้วจุ่มวิปครีมไว้ แล้วให้เขาดูดมันออกไง หนุ่มสแตน วัย 38 ปี อธิบายว่า ผมจะใช้วิปครีมทำบิกินีใส่บนร่างภรรยา แล้วให้เธอละเลงเป็นชั้นในให้ผมด้วย หลังจากนั้น เราจะกอดก่าย เกลือก กลิ้งไปมา แล้วค่อยๆ เลียครีมออกจากกันและกัน อ้าว นึง ส่อง ซั้ม สนุกกับการปาวิปครีมใส่คนรักเลยเหอะ.
10 ยอดหญิงที่ควรวิ่งหนี
1. สาวที่ชอบทำตัวเป็นปลิง มีพฤติกรรมเกาะฝ่ายชายแจ ประเภทไม่ยอมให้แฟนห่างจากเธอแม้แต่ก้าวเดียว คุณไปไหน เธอไปด้วย เป็นสาวแบบว่า ไม่ยอมอนุญาตให้หนุ่มข้างกายไปไหนมาไหนกับเพื่อนผู้ชาย ของเขาก็แล้วกัน แม้ว่าหนุ่มๆ ใจนึงก็อยากมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง แต่แม่คนเนี้ย... ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้หรอก เชื่อดิว่า ขืนมีสาวเคียงข้างเป็นปลิงล่ะก็ แฟนๆของคุณเธอเตรียมตัวเตรียมใจได้เลยว่า ชีวิตคู่ย่อมไม่ต่างจากปาท่องโก๋ดีๆนี่เอง แต่เอ...ถ้าฝ่ายชายก็ดันชอบสาวขี้อ้อน ออเซาะให้อยู่ใกล้ๆตล
การศึกษาต่างกันมาก สามีควรเป็นฝ่ายที่มีการศึกษาสูงกว่า ถ้าภรรยามีการศึกษาสูงกว่าสามีมาก อาจทำให้เกิดปัญหาในการปรับตัวของฝ่ายสามีได้
4. ฐานะทางเศรษฐกิจ ความแตกต่างกันทางด้านอาชีพ รายได้หรือเศรษฐกิจการเงินของคู่ครองนั้น ชายและหญิง โดยทั่วไปมักจะคำนึงถึงกันน้อยมาก ส่วนมากมักจะคิดกันว่า ถ้าสภาพอื่นๆเข้ากันได้ ถูกอกถูกใจและรักกันอย่างจริงใจแล้ว เรื่องเงินทองไม่สำคัญมากนัก เป็นเรื่องของอนาคตที่สามารถพอจะหามาได้ ความจริงเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับความรักหรือสำหรับคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักมากนัก แต่ว่าฐานะทางเศรษฐกิจจะเริ่มมีบทบาทสำคัญนับตั้งแต่การแต่งงานได้เริ่มต้นขึ้น เพราะชีวิตรักและชีวิตสมรสนั้นแตกต่างกันมาก ครอบครัวใหม่จะต้องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่อยู่ในโลกแห่งความฝันเช่นนั้นอีกต่อไป อย่างน้อยสามีภรรยาคู่ใหม่จะต้องครองชีวิตอยู่โดยอาศัยปัจจัย 4 ( อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่มห่ม) ที่เป็นของตัวเอง ครอบครัวจะต้องขยายตัวออกไป สมาชิกใหม่ในครอบครัวจะต้องเพิ่มขึ้น ปัญหาทั้งทางด้านส่วนตัว ครอบครัวและสังคม จะเกิดขึ้นตามมาอย่างไม่ขาดสาย ฐานะทางการเงินหรือรายได้ของครอบครัว จึงต้องมั่นคงและเจริญงอกงามตามมาด้วย ครอบครัวจึงจะสามรถแก้ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้ดีและประสบกับความสุข
5. บุคลิกภาพ คนเราย่อมมีบุคลิกภาพไม่เหมือนกัน บุคลิกลักษณะที่เป็นเสน่ห์อยู่ในตัวบุคคลก็แตกต่างกันออกไปด้วย เช่น ขนาดของร่างกาย รูปร่าง หน้าตา กิริยาท่าทาง ท่วงทีวาจา อุปนิสัย ใจคอ ความสนใจ ค่านิยม รสนิยม อุดมคติ ความประพฤติ ฯลฯ ลักษณะต่างๆเหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้เกิดมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และปนะสบการณ์ทั้งหมดของแต่ละบุคคลที่แสดงออกมาให้ปรากฏแก่สายตา และความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ เมื่อคนเราเลือกคู่ครองจึงจำเป็นจะต้องพิจารณาบุคลิกภาพ และบุคลิกลักษณะของผู้ที่จะมาเป็นคู่ครอง หรือคู่ชีวิตของตัวเองในอนาคตด้วยว่า บุคลิกภาพและบุคลิกลักษณะดังกล่าวเหมาะสมกับตนหรือไม่ ตนพอใจและยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันในชีวิตสมรสหรือไม่ ดังนั้น การศึกษาบุคลิกภาพของคู่ครองก่อนแต่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และชีวิตสมรสที่มีความสุขจะต้องประกอบด้วยบุคลิกภาพของชายและหญิงที่เข้ากันได้อย่างแนบสนิท และจะต้องทราบอุปนิสัยใจคอต่างๆของคู่สมรส
างใกล้ชิดไม่ให้ห่างไปไหนนั่นแหละ อ้อ...แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไร หากแน่ใจว่าสามารถหาคนรับใช้มาคอยปรนนิบัติแทนได้ เธอก็ไม่ขัดข้องหรอกจ้ะ
7. สาวเจ้าน้ำตา เอะอะอะไรที เธอก็ใช้น้ำตาบีบออกมาจากเบ้าให้ดาร์ลิ่งสงสาร, เห็นใจและสุดท้ายก็ต้อง ทำตามแต่ใจที่เธอปรารถนาจนได้ นี่ละจ้ะ มารยาของสาวบ่อน้ำตาตื้นที่ชอบหลอกให้ คนรักปั่นป่วนหัวใจเล่น
8. สาวไร้กึ๋นแต่มีเสน่ห์ยั่วยวนทางเพศ ผู้หญิงแบบนี้มักอาศัยความสวยแถมรูปร่างก็น่าหม่ำ เซ็กซี่เกินใจห้าม เป็นเครื่องมือจูงใจ ให้ใครๆ หมายปอง แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าใครอยากจีบเธอเป็นแฟนเพื่อไว้คอยปรึกษาหารือ หรืออยากได้ความเห็นจากเธอ เผื่อว่าจะช่วยกันก่อร่างสร้างตัวให้ชีวิตดีกว่าเดิมละก็...อย่าหวัง ให้เธอแค่ยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกความคิดเห็นของคุณก็พอแล้วมั้ง แต่เอ...เหมือนตุ๊กตาหน้ารถจัง
9. เจ้าแม่แห่งการรื้อฟื้นความผิดในอดีต เมื่อไรก็ตามที่ลองได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เธอเป็นต้องขุดความไม่ดีในอดีตของแฟนออกมาบ่น บ่น และบ่น ได้ไม่ลืมว่างั้นเหอะ เป็นงี้จะทนอยู่กันได้ไหมล้า
10. สาวใจง่าย ตกหลุมรักถี่และบ่อย ถ้าไม่เรียกว่าเจ้าชู้แล้วจะเรียกว่าอะไร หากคว้าสาวแบบนี้มาเป็นแฟน เห็นทีต้องทำใจวันละหลายตลบ แสดงว่าเธอไม่ชอบเป็นของใครคนไหนคนเดียว แต่อยากเป็นคนสำคัญกับทู้กคนเลย เฮ้อ...ถ้าใครทำใจรับได้ก็รับไปเหอะ คิดจะรักก็ต้องลืมคำว่าเสียใจ จริงมะ.
ส่วนสัดของหญิง ชวนให้ชายหลง
คนเราล้วนต่างจิต ต่างใจ เดี๋ยวคนนี้ชอบอย่างโง้น คนโน้นชอบอย่างนี้
แต่ละรายจึงตะลึงพรึงเพริดไปกับเสน่ห์ของเพศตรงข้าม ต่างกันไป
ว่าแล้ว มาสำรวจกันดีกว่าว่า ผู้หญิงนั้นมีอิทธิพล ต่อความ รู้สึกรักใคร่ ชอบพอของผู้ชายมากน้อยแค่ไหน และทำไมต้อง เป็นแบบนั้นด้วยล่ะ
ในทรรศนะของชายบางคนที่มีต่อผู้หญิง (The Perfect Woman จากนิตยสาร คอมพลีท วูแมน) ซึ่งตระเวน ถามหนุ่มๆให้ว่อนว่า สรีระส่วนใดหนอของ ผู้หญิงที่ สามารถ ทำหัวใจ ชายให้หยุดเต้นได้
*ฝ่ายที่โหวตให้ เรือนร่างซึ่งอรชรอ้อนแอ้นสิ ที่พิชิตใจแน่นอน ดังคำให้การของหนุ่มห้าว วัยเฮ้ว บอกว่า
"สำหรับคนไม่เคยคิดอะไรยาวไกลอย่างผม ผมคิดว่า ความสวยงามของผู้หญิง เป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นครับที่ขโมยหัวใจของผมไปได้" เจมส์ วัย 22 ปี พนักงาน ขายสัพเพเหระ
ส่วนคาลเรนซ์ วัย 34 ปี ผู้จัดการร้านค้าขายเครื่องกีฬา ชี้แจงแถลงไขว่า ดวงตาของผู้หญิง สิครับคือประตูบานใหญ่ หากแววตาของเธอระยิบระยับแล้วละก็ ผมมักใจง่ายกับฝ่าย นั้นก่อนทุกที....แหม ไม่ยอมบอกด้วยว่า แล้วตกลงชอบดวงตากลมโตหรือตาหยี กันแน่นะ
ด้านเจอร์รี่ วัย 25 ปี เซลส์ขายประกันชีวิต โหวตให้ ประทุมถันของผู้หญิงสิ สามารถ สะกดผมได้จนอยู่หมัด (เอ...ตานี่ทำอย่างกะผู้หญิงใช้นมชกเขาได้งั้นแหละ) หนำซ้ำ ยังวิเคราะห์ด้วยนะว่า ทรวงอกเป็นสัดส่วนยอดเยี่ยมที่สุดซึ่งพระเจ้า ประทาน ให้อิสตรี... ก็แหงสิ บางคนไม่ต้องอาศัยซิลิโคน ก็ชวนมองไม่เบา
"ผู้หญิงขาเรียวยาว นี่สิสเปกของผมเลยฮะ" แซม วัย 29 ปี พนักงานดับเพลิงสารภาพ
*ส่วน ชายซึ่งให้ความสำคัญกับมันสมองของผู้หญิง ก็มี เช่น
เลส วัย 41 ปี ทนายความ ยอมรับว่า หญิงฉลาดไงครับทำให้ผมหลงใหลได้ปลื้ม ไม่รู้จักจบจักสิ้น "สำหรับผมแล้ว ถ้าเพศตรงข้ามมีกึ๋นและกล้าที่จะแสดงมันออกมา อย่างรู้กาลเทศะ ผมว่า คนนี้แหละใช่ เลย"
ด้าน แกรี่ วัย 25 ปี นักเรียนวิชากฎหมาย ก็เห็นด้วยว่า ผู้หญิงใส่แว่นนี่แหละเซ็กซี่ เพราะโดยส่วนตัวของผมแล้ว สิ่งที่อยู่เบื้องหลังกรอบแว่นตานั่นแหละครับ เป็นสิ่งที่ ผมอยากเข้าไปทำความรู้จักมากกว่า
หูย...ได้ยินเท่าเนี้ย สาวใดที่ไม่งามแต่มีกึ๋นก็ถอนหายใจเฮือกกันเป็นแถบ
รับรองกระโดดข้ามคานไปได้แน่แถมความเห็นของ วิล ชายวัย 34 ปี นักวิศวกรไฟฟ้าให้ อีกคนก็ได้
วิลเผยว่า ผมเคยได้ยินบ่อยไปว่า ผู้หญิงฉลาดมักเป็นนักรักที่ดีพร้อมกันด้วย "ผมก็มองหาเนื้อคู่ด้วยสเปกแบบเดียวกันนี้แหละครับ"
ขอให้เจอเร็วๆนะจ๊ะ จะได้พิสูจน์ ให้รู้ดำรู้แดงกันซะ
*ชายที่ชอบสาวหวานและเรียบร้อยในหนึ่งเดียวคนนี้ ก็มี อาทิ
เฮนรี่ วัย 29 ปี เซลส์ขายโทรศัพท์มือถือ ยอมรับว่า ขอเพียงผู้หญิงคนที่ผมจะแต่งงานด้วย บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็พอใจแล้ว
โอ้โห...ยังมีหนุ่มให้ความสำคัญกับพรหมจารีอีกหรือเนี่ย
ด้านแกรดี้ วัย 31 ปี ช่างซ่อมอุปกรณ์ ไฟฟ้า บอกว่า ผมภาวนาขอให้สาวที่ผมถูกใจ เป็นคนอ่อนหวานและขี้อายก็โอเคแล้ว....ถ้ามองหาคุณสมบัติอินโนเซนส์แค่เท่านี้ มีให้เลือกตรึมเชื่อมะ
*ฝ่ายที่ชอบผู้หญิงเซ็กซี่ก็เยอะ ยกตัวอย่างก็เช่น
ลอเรนซ์ วัย 40 ปี ผู้บริหารค่ายเพลง สารภาพจากใจว่า เชื่อผมเหอะ ผู้ชายรายไหนรายนั้น ชอบผู้หญิงที่เป็นนางแมวป่า สวยแบบโหดๆ แต่น่าฟัดด้วยกันทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นพวกเราจะเสียเวลาตามตื๊อสาวเปรี้ยวจนเข็ดฟันทำไมเล่า...ก็น่านนะเซ่
ด้านจอห์น วัย 33 ปี บาร์เทนเดอร์ ยอมรับว่า ผู้หญิงที่มีริมฝีปากฉ่ำเยิ้ม และรู้ว่า จะใช้มันกับผู้ชายของเธออย่างไรนั่นแหละ ขวัญใจผมเลย
แหม ดีใจจังที่หนูก็เข้าข่ายเซ็กซี่กะเค้าเหมือนกัน อิ อิ.