++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

สกัดน้ำขิงช่วยเร่งราก-ใบ ทดแทนฮอร์โมนนำเข้าราคาแพง

ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนี้ ไทยถือเป็นประเทศ ที่มีความหลากหลาย ของพืชสมุนไพร ไม่แพ้ประเทศอื่นเลย ทว่าการนำมาใช้ประโยชน์นั้น ยังน้อยนิดเหลือเกิน ทั้งที่ความจริงแล้วพืช หรือสมุนไพรชนิดหนึ่งๆ นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้มากกว่าการนำมาบริโภค หรือกินเพียงอย่างเดียว

อย่าง เช่น ขิง ที่ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นกับการใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร เพิ่มรสชาติ หรือดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ฯลฯ ขณะที่ประเทศแถบตะวันตกนำขิงไปทำเบียร์ (Ginger beer) เนื่องจากขิงมีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับเหงื่อ ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยเจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว...

แ ต่สำหรับข้อมูลที่ คุณมณีรัตน์ ปัญญพงษ์ ประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ส่งมาให้ขอบอกว่าเป็นความรู้ใหม่ ที่ทำให้อีกหลายคนได้ทราบว่า จากนี้ไป ขิง จะไม่ได้เป็นเพียงแค่สมุนไพร เครื่องเทศที่ใช้ในการประกอบอาหาร ในครัวเท่านั้น หลังจากที่ นายกนก อุไรสกุล อาจารย์คณะวิชาพืชศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา หันตรา ได้ศึกษาวิจัยและค้นพบว่า ขิงสามารถนำไปช่วยกระตุ้น ให้พืชสร้างรากใหม่ได้เป็นอย่างดี

เ กี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์กนก เล่าความเป็นมาให้ ฟังว่า ปกติพืชแต่ละชนิดจะมีสารกลุ่มเทอปีน (Terphene) เป็นกลุ่มฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติช่วยในการเจริญเติบโต สร้างเซลล์ แตกราก แตกใบใหม่อยู่แล้ว ซึ่งได้ทดลองสกัดฮอร์โมนจากพืชหลายชนิด ทั้งพริก แมงลักคา (กะเพราผี) สะเดา ตะไคร้หอม สาบเสือ หนาด ขิง ฯลฯ นำมาเปรียบเทียบกัน ปรากฏว่าน้ำสกัดจากขิงช่วยให้รากของกิ่งไม้ที่ใช้ในการทดลองออกรากเร็ว และปริมาณมากกว่าน้ำสกัดจากพืชชนิดอื่น

ในการท ดลองนักวิจัยได้ใช้สารสกัดจากขิงเปรียบเทียบกับฮอร์โมนเร่งราก ที่มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาดชนิดหนึ่ง โดยใช้กิ่งโกศลจุ่มสารสกัดขิงและฮอร์โมนที่ซื้อมา จากนั้นนำไปแช่ในขวดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง ปรากฏว่ากิ่งโกศลทั้งสองออกรากจำนวนมากทั้งสองกิ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างน้ำสกัดขิงกับฮอร์โมนที่ซื้อมา นอกจากนี้ ยังได้นำไปทดลองฉีดพ่นรากของพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งมักพบว่าพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเหล่านี้เวลานำออกจากขวดแล้วจะไม่ค่อยโ ต แต่ เมื่อลองใช้น้ำสกัดขิงฉีดพ่นไปที่รากพืชเหล่านี้ พบว่าโตเร็วขึ้น 1-2 เท่าตัว แถมใบยังเขียวขึ้นด้วย

การทำก็เพียงแ ค่สกัดเอาส่วนที่เป็นน้ำใสๆจากขิงสด (ขิงแก่) ผสมกับน้ำในอัตราส่วน 5 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร นำกิ่งพันธุ์จุ่มก่อนที่จะนำไปปักชำ หรือฉีดพ่นก็ได้ จะทำให้ อัตราการงอกของราก และการแตกใบอ่อนของพืชรวดเร็ว ไม่แพ้สารเคมีราคาแพงเลย ที่สำคัญ ขิงเป็นพืชที่เรารู้จักกันดี หาได้ง่ายในท้องถิ่น เกษตรกรสามารถทำไว้ใช้ในไร่สวนของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี

เกษตรกรที่มีความสนใจเ กี่ยวกับโลกของขิง ที่มีคุณค่ามากกว่าการนำมาประกอบอาหาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-1586-1573 หรือที่กองประชาสัมพันธ์ราชมงคล โทร.0-2282-9340-41

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

แผนที่ความคิด

ความคิดของคนเราส่วนมากจะกระจัดกระจาย คิดแว่บไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า และเหตุการณ์ที่เกิดเป็นปัญหามาครุ่นคิด แต่ไม่ค่อยมีใครที่จะมีแผนที่ความคิด การมีแผนที่ความคิดในสิ่งที่มุ่งประสงค์และปรารถนา จะทำให้ได้รับผลสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว เช่น ถ้าอยากสอบได้ A วิชาภาษาอังกฤษการวางแผนที่ความคิด ก็ตั้งแต่การเข้าเรียนครบทุกครั้ง การฝึกทำแบบฝึกหัด การฝึกพูด การแบ่งเวลาให้กับวิชานี้ การให้ความสนใจ ฯลฯ การวางแผนที่ความคิดได้ดังนี้ทุกเรื่องจะตัดปัญหาเรื่องการเสียเวลาคิดใน เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์และเลื่อนลอย ฟุ้งซ่าน เกิดความวิตกกังวล และเป็นการเตือนตนเองให้กระทำบทบาทของตนได้อย่างถูกต้องและตนได้รับความสุข จากผลสำเร็จของการมีแผนที่ความคิดด้วยค่ะ

"ปลา"คุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม

คนจำนวนไม่นัอยเชื่อว่าในเนื้อสัตว์ทุกชนิดล้วนมีโปรตีน
และมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าเนื้อปลา
แต่จากตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยของกองโภชนาการ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า
เนื้อปลาส่งผลดีต่อสุขภาพ
น.พ.วิรัช สุธีพุฒิกานต ์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน กล่าวว่า
ความเข้าใจของคนส่วน ใหญ่คิดว่า หากต้องการโปรตีน
ต้องรับประทานเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่
ทั้งที่จริงเนื้อ ปลาก็มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่าเนื้อลัตว์ชนิดอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณโปรตีนที่พอกัน
มีปริมาณ แคลเซียมที่มากกว่าเนื้อสัตว์หลายชนิด
นอกจากนี้เนื้อปลายังมีปริมาณไขมันและ โคเลสเตอรอลต่ำกว่ามาก
น.พ.วิรัช กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาเพิ่มเติม
พบว่าในเนื้อปลามีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทุกเพศทุกวัย
คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3
ซึ่งประกอบด้วย กรดดีเอชเอ (DHA) และกรดอีพีเอ (EPA)
กรดดีเอชเอจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้
พัฒนาการทางสมองและการมอง เห็นในเด็ก
นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า 3
ยังมีส่วนช่วยควบคุมระดับไขมันอิ่มตัวในเลือด
ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด
จึงช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ และหลอดเลือดได้
อย่างไรก็ตาม กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวนี้
ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ไดัเอง
แต่สามารถได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

"การกินปลาแทนเนื้อสัตว์อื่นๆจึงถือเป็นการเริ่มต้นเพื่อสุขภาพที่ดี
และป้องกันโรคร้ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้น" น.พ. วิรัช สรุป

(จาก Health Media สื่อสุขภาพ ปีที่ 3 ฉบับที่ 26 กรกฎาคม 2543)
โดยคุณ : Health Media

ติดเทอร์โบแก้สมองคนแก่ได้

วารสารวิทยาศาสตร์ "นิว ไซแอนติสต์" เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ พบในการทดลองว่าหนูแก่ ที่ถูกตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม สามารถเรียนรู้ และทำการทดสอบความจำได้เก่ง เท่าหนูหนุ่มสาวปกติ จึงค้นหายาที่มีสรรพคุณอย่างเดียว กับการตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม เพื่อช่วยให้คนแก่ สามารถเรียนรู้หรือจดจำ ได้อย่างคนหนุ่มสาว
สาเหตุ ที่คนสูงอายุนึกคิดอะไรได้ยาก เนื่องจากเซลล์ประสาทของสมอง ส่วนที่มีลักษณะเหมือนม้าน้ำ อันเป็นโครงสร้างสมอง ที่มีหน้าที่ในการเรียนรู้และความจำ ต้องใช้เวลาฟื้นตัว นานกว่าจะทำงานใหม่อีกได้ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ก็ต้องใช้เวลานานขึ้น การตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม จะช่วยย่นช่วงเวลาเหล่านั้นให้สั้นลง ช่วยให้ระลึกนึกได้เร็วขึ้น ตามหลักฐาน ที่รวบรวมได้ส่อว่า อาจจะทำยาเพื่อช่วยให้รักษาอาการความจำเสื่อมได้เท่านั้น หากแต่ไม่อาจช่วยป้องกัน ไม่ให้พลังสมองเสื่อมลงได้.

ช็อกโกแลต ปัจจัยการเกิด โรคไมเกรน

แพทย์ชี้ พันธุกรรม ความเหนื่อย ความเครียด และอาหารบางชนิด เป็นปัจจัยโรคไมเกรน พร้อมระบุอาการปวดศีรษะ ไม่จำเป็นต้องปวดข้างเดียวและปวดตุบๆ

ผศ. พ.ญ.นิจศรี ชาญณรงค์ สาขาประสาทวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะที่จัดอยู่ในกลุ่มอาการ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว มักมีอาการเริ่มตั้งแต่วัยรุ่น แต่พบมากในหญิงวัยเจริญพันธุ์โดยพบได้ถึง 14% และในผู้ชายมีอุบัติการณ์ประมาณ 7%
อาการที่สำคัญ คือ ปวดศีรษะแบบเป็นพักๆ ส่วนใหญ่จะปวดครั้งละ 2-3 ชั่วโมงก็จะหายเป็นปกติ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงจะปวดนานทั้งวัน ในบางราย อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียน หงุดหงิด อยากพักผ่อน ฯลฯ บางครั้งอาจมีอาการนำมาก่อน อาทิ ตาพร่า เห็นแสงระยิบระยับ อาการเหล่านี้จะเกิดนานไม่กี่นาที และส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ
"คนส่วน ใหญ่มักคิดว่า ปวดศีรษะไมเกรนมักจะปวดหัวข้างเดียว ปวดแบบตุบๆ ตื้อๆ ซึ่งไม่ใช่เสมอไป เพราะจากการศึกษาระยะหลัง พบว่าอาการปวดที่ขมับทั้ง 2 ข้าง พบถึง 40% และไม่จำเป็นต้องปวดตุบๆ เสมอไป" ผศ.พ.ญ.นิจศรี กล่าว

ผศ. พ.ญ.นิจศรี กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ไมเกรนเกิดจากสาเหตุใด แต่พบว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนที่ความสำคัญอย่างหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะของไมเกรนได้ อาทิ ความเหนื่อยล้า การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียด หรือการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น เนยแข็ง ช็อกโกแลต และการดื่มสุรา เป็นต้น
โดยคุณ : นิจศรี ชาญณรงค์

คุณพ่อดีเด่นแห่งทะเล

สัตว์ทะเลหลายชนิด จะมีการดูแลฟูมฟักไข่ และตัวอ่อนของ มันระยะหนึ่ง ดังเช่นปูตัวเมีย จะอุ้มไข่ที่ถูกผสมแล้ว ของมันหรือที่เราเรียกว่าไข่แก่ไว้ระยะหนึ่ง

ที่ตะปิ้งใต้ท้องของมัน หรือการที่พวกหอยฝาเดียวมี การวางไข่ในเปลือกหุ้มไข่ ก็เป็นการดูแลไข่ และตัวอ่อนแบบหนึ่ง
ปลา ดาวบางชนิดจะใช้แขนของมันเกาะแน่นกับพื้น ทำเสมือน เป็นถุงอุ้มไข่ไว้ โดยหันด้านปากเข้าหาพื้นแล้วอยู่ในลักษณะนี้ในขณะที่มัน ดูแลไข่และตัวอ่อนของมัน
ปลาฉลามเองก็ดูแลไข่และตัวอ่อนของมันอย่าง มาก โดยมีการ วางไข่ซึ่งมีปลอกหุ้มที่แข็งแรง ตัวอ่อนจะเจริญวัยภายในปลอกหุ้มไข่ ปลาฉลามบางชนิดจะตั้งท้องโดยที่ตัวอ่อนจะเจริญอยู่ภายในช่องอวัยวะสืบ พันธุ์ของแม่ปลา การพัฒนาของตัวอ่อนจะเกิดขึ้นในตัวแม่จนกระทั่งคลอด ออกมาเป็นตัว ซึ่งพบได้สองแบบ คือ แบบแรก ตัวอ่อนที่อยู่ในตัวแม่จะ ได้อาหารจากไข่ ไข่จะมีการสะสมอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ ส่วนแบบที่ สองนั้นตัวอ่อนจะได้รับอาหารจากตัวแม่โดยผ่านทางรกและสายสะดือ
ปลา ทะเลกระดูกแข็งหลายชนิดจะดูแลไข่และตัวอ่อนของมัน โดยการที่มีไข่ที่ถูกผสมแล้วเจริญภายในตัวของมัน และตัวมันจะออกลูกเป็น ตัวเลย ปลาบางชนิดจะอมไข่ไว้ เช่นปลาดุกทะเลบางชนิดจะอมไข่ที่ถูก ผสมไว้เป็นเวลานานเป็นเดือน
ตัวที่มีบทบาทคือ ปลาดุกตัวผู้ ที่ทำหน้าที่เป็นคุณพ่อที่แสนดี และเสียสละ ตลอดเวลาที่อมไข่อยู่นี้ปลาดุกตัวผู้จะอดอาหาร มันจะดูแลไข่ จนพัฒนาเป็นลูกปลาตัวเล็กๆ ว่ายน้ำเข้าออกช่องปากของพ่อปลา ลูกปลาจะ อาศัยอยู่กับพ่อจนกว่ามันจะดูแลตัวเองได้
คุณพ่อดีเด่นในทะเลที่น่าจะ เป็นที่รู้จักกันดีคือ ม้าน้ำและปลา จิ้มฟันจระเข้ แม่ม้าน้ำ จะวางไข่ไว้ในกระเป๋าช่องท้องของพ่อม้าน้ำ พ่อม้าน้ำจะปล่อยเชื้อตัวผู้ไปผสมกับไข่และดูแลฟูมฟักไข่เหล่านี้เอง ตัวอ่อนจะได้อาหารจากตัวพ่อจนกว่ามันจะฟักเป็นลูกม้าน้ำตัวเล็กๆ พ่อม้าน้ำจะบิดตัวไปมาเพื่อสลัดเอาลูกม้าน้ำที่โตแล้วออกจากช่องกระเป๋า

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2547

"ปลวก" วัฏจักรชีวิตในกองดิน

แทบทุกครั้งที่ออกเดินศึกษาธรรมชาติในป่า เรามักพบเห็นจอมปลวกขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างกระจายอยู่ทั่วไป เคยสงสัยไหมว่าปลวกมีวงจรชีวิตเช่นใดภายในกองดินอันแข็งแกว่ง

จอม ปลวก หรือ รังของปลวก ถือเป็นอาณาจักรของแมลงที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากที่สุดรังปลวกบางพันธุ์ ในทวีปแอฟริกามีความสูงเหนือพื้นดินถึง ๖ เมตร มีอุโมงค์เชื่อมต่อใต้ดินครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ๕ ไร่ และมีปลวกอาศัยอยู่รวมกันประมาณ ๕ ล้านตัว รังของปลวกที่มีลักษณะเป็นกองดินขนาดใหญ่ในบ้านเรามักเป็นปลวกในสกุล Macrotemes ความที่ปลวก (Termite) มีรูปร่างคล้ายมดและมีสีค่อนข้างขวาซีด จึงมีชื่อเรียกบางชื่อว่า White ant ทั้งที่จริง ๆ แล้วปลวกจัดอยู่ในอันดับ Isopthera ส่วนมด ผึ้ง ต่อ แตน นั้นจัดอยู่ในอันดับ Hyminoptera เพราะปลวกมีส่วนท้องกว้างกว่าอก ซึ่งผิดกับมดที่ส่วนท้องตอนที่ติดกับอกคอดกิ่ว ปัจจุบันทั่วโลกค้นพบชนิดของปลวกแล้วไม่ต่ำกว่า 1,800 ชนิด 200 สกุล ส่วนในประเทศไทยเองพบว่ามีปลวกอยู่นับร้อยชนิด


ปลวกแต่ละชนิดต่างมี กลวิธีและรูปแบบในการสร้างรังไม่เหมือน แต่ไม่ว่าจะมีขนาดมหึมาราวหอคอยหรือเล็กเพียงแค่เนินดิน ปลวกจำนวนมากมายในแต่ละรังจะแบ่งออกได้เป็น 3 วรรณะคือ ปลวกงาน ผู้คอยวิ่งวุ่นทำงานทุกอย่างภายในรัง เริ่มตั้งแต่ตอนก่อสร้างจอมปลวก ซ่อมแซมรังถ้ามีการสึกหรอ ดูแลรักษาไข่ของนางพญาไปจนถึงการหาอาหารมาเลี้ยงดูปลวกในวรรณะอื่น ถัดมาคือ ปลวกทหาร ซึ่งมีรูปร่างทะมัดทะแมงมีส่วนหัวและกรามใหญ่โตกว่าส่วนอื่น เพื่อใช้เป็นอาวุธในการออกรบ ปลวกทหารจะเป็นผู้ต้อนรับด่านแรกหากมีผู้บุกรุกเข้ามาภายในจอมปลวก และปลวกในวรรณะสุดท้ายได้แก่ ปลวกสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นพวกเดียวที่มีโอกาสเจริญเติบโตจนสามารถผสมพันธุ์และวางไข่ได้ และเชื่อไหมว่าภายในจอมปลวกหนึ่ง ๆ ซึ่งมีปลวกนับหมื่นนับแสนตัวล้วนถือกำเนิดมาจากพญาปลวกเพียงตัวเดียว ส่วนนางพญาปลวกเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น ต้องไล่ค้นไปถึงวงจรชีวิตของปลวกอันเริ่มต้นจากการจับคู่ของมวลหมู่แมลงเม่า



แมลง เม่า (alates) คือปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ที่โตเต็มที่โดยมีปีกยาวเลยลำตัวออกมา เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงฤดูฝน ปลวกหนุ่มสาวที่มีปีกภายในจอมปลวกจะพากันบินออกมาจากรังมารวมหมู่เพื่อ เลือกคู่ครอง พอจับคู่กันได้หนึ่งต่อหนึ่ง ก็ชักชวนกันไปหาทำเลอันเหมาะสม จัดการสลัดปีกทิ้งผสมพันธุ์กันแล้วมุดลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นแมลงเม่าสองตัวก็จะกลายสภาพเป็นราชาและราชินีปลวก รานิชีเริ่มต้นขบวนการวางไข่อย่างต่อเนื่องทันทีหลังการผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ให้เป็นระยะ ๆ นับจากนี้เธอจะกลายเป็นนางพญาปลวก คอยทำหน้าที่วางไข่สร้างประชากรไปตลอดชั่วชีวิต เมื่อเวลาผ่านไปรูปร่างของนางพญาจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ คือ ส่วนท้องจะขยายใหญ่ขึ้นตลอดเวลาเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนไข่ที่ต้องวางเพิ่ม เมื่ออายุ 10 ปี ขึ้นไปรูปร่างของนางพญาจะมองดูคล้ายหนอนยักษ์ตัวอ้วนพองที่เคลื่อนที่ไปไหน ไม่ได้อีกต่อไป ประมาณกันว่านางพญาปลวกสามารถวางไข่ได้ 14 ฟอง ในทุก 3 วินาที ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเธอจึงมีลูกจำนวนมหาศาล ประชากรปลวกรุ่นใหม่เหล่านี้เองที่ช่วยกันสร้างอาณาจักรใหม่อย่างแข็งขัน


การ สร้างจอมปลวกเริ่มขึ้นโดยเหล่าปลวกงานจะช่วยกันกัดดินและขนดินมาทีละก้อน แล้วใช้น้ำลายเป็นตัวเชื่อมติด พวกมันค่อย ๆ สร้างผนังจอมปลวกแน่นหนาขึ้นทีละน้อยอย่างอดทน โดยมีปลวกทหารคอยทำหน้าที่อารักขาความปลอดภัยให้ ศัตรูสำคัญของปลวกทหารคือมดพันธุ์ต่าง ๆ ที่ชอบเข้ามารุกรานถึงภายในจอมปลวก เมื่อปราศจากการรบกวนปลวกงานจะสร้างห้องหับต่าง ๆ อย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่ตำหนักของนางพญาที่จะต้องแข็งแกร่งเป็นพิเศษและ ซ่อนอยู่มิดชิดที่สุดภายในรัง แล้วจึงสร้างห้องเก็บรักษาไข่เพื่อบ่มฟักตัวอ่อน ซึ่งมันจะต้องขนไข่ออกจากตำหนักของนางพญามาจัดเก็บให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ เสร็จจากนั้นปลวกงานส่วนหนึ่งทำการขุดช่องระบายอากาศเพื่อให้ภายในจอมปลวก เย็นสบายอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งขุดอุโมงค์ใต้ดินสู่ภายนอกเพื่อใช้เป็นเส้นทางในการออกไปหาเสบียง อันได้แก่เศษไม้เป็นหลัก ความจริงปลวกไม่สามารถย่อยไม้ได้เองอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นโปรโตซัวซึ่งอาศัยอยู่ในกระเพาะของมันต่างหากที่ช่วยย่อยเซลลูโลส ให้กลายเป็นสารอาหาร ปลวกงานจะนำเชื้อราที่ได้จากการย่อยมาสร้างเป็นสวนเห็ดขึ้นภายในจอมปลวก เพื่อลดภาระในการออกตระเวนหาอาหารจะเห็นว่าปลวกงานมีหน้าที่หนักที่สุดใน บรรดาปลวกทั้ง 3 วรรณะ ปลวกงาน
จึงมีประชากรมากที่สุด
ทั้งนี้นางพญาจะมีฮอร์โมนสังคม (Social Hormone) ควบคุมการวางไข่ให้อัตราส่วนประชากรในวรรณะต่าง ๆ ได้สมดุลอยู่ตลอดเวลา


เมื่อ ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ทางนางพญาจะผลิตปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง พอถึงฤดูผสมพันธุ์ปลวกจำนวนนี้จะกลายเป็นแมลงเม่าบินอำลาจากจอมปลวกอันเก่า เพื่อเริ่มต้นจับคู่และสร้างอาณาจักรของมันเองขึ้นมาอีกครั้ง
ปลวกมี บทบาทสำคัญในการช่วยย่อยสลายไม้ เศษไม้ และวัตถุอื่น ๆ เพื่อนำแร่ธาตุหมุนเวียนกลับสู่ระบบนิเวศ และเมื่อแปลงร่างเป็นแมลงเม่าก็ยังเป็นอาหารทรงคุณค่าทั้งต่อนกและสัตว์ต่าง ๆ ภายในกองดินหนาทึบมีโลกเล็ก ๆ ที่กำลังทำหน้าที่ของเผ่าพันธุ์อย่างสัตย์ซื่อให้กับนิเวศธรรมชาติ


จากเพชร 2541 Advanced Thailand Geographic

แนะวิธีเลี่ยงเสี่ยงภัยกินยาไม่จำเป็น ออกกำลังกายประจำ-กินอาหาร5หมู่

น.พ.มงคล ณ สงขลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ประกาศเตือนให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้หวัดคัดจมูกที่มีส่วนผสมของ ตัวยาเฟนนิลโพรพาโนลามีน หรือยาพีพีเอ เพราะมีผลการวิจัยที่เชื่อถือได้ว่ายามีอัตราเสี่ยงทำให้เกิดอาการเลือดออก ในสมองได้ อย่างไรก็ดีในช่วงฤดูหนาวนี้ประชาชนมักจะป่วยได้ง่ายขึ้นเนื่องจากความชื้น ในอากาศมีน้อย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจะเป็นหวัดปีละ 6-8 ครั้ง ครั้งหนึ่งนานประมาณ 7-9 วัน ทำให้มีการใช้ยาแก้หวัดกันมากมาย แม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่หายได้เองก็ตาม เพราะเกิดจากเชื้อไวรัส แต่อาการของเด็กที่ป่วยคือ อาการไอ เป็นไข้ เจ็บคอเล็กน้อย หรือบางทีเด็กไม่กินนมจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวล และต้องการยามารักษาให้เด็กหายจากอาการป่วย โดยอาจไปซื้อยาเองหรือพบแพทย์ ซึ่งบางครั้งถึงกับทำให้แพทย์จำเป็นต้องจ่ายยาบางอย่างให้โดยไม่จำเป็น
"การ ดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคหวัด โดยปกติทั่วไปแพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไอ แต่จะแนะนำให้กินอาหารตามปกติ ดื่มน้ำบ่อยๆ ให้พักผ่อน หากเด็กมีไข้ให้เช็ดตัวลดไข้ หากมีอาการไอให้กินน้ำอุ่นบ่อยๆ เพราะน้ำจัดเป็นยาแก้ไอที่ดีที่สุด หรืออาจทำน้ำผึ้งผสมมะนาวป้ายลิ้นหรือละลายให้จิบ หากมีอาการคัดจมูกมีน้ำมูกมาก ให้เช็ดหรือดูดออกด้วยลูกยางแดงเบอร์ 2 หากมีน้ำมูกแห้งกรังให้หยดด้วยน้ำเกลือที่ผสมใช้ได้เอง คือใช้เกลือป่น 1/4 ช้อนชาต่อน้ำต้มสุก 1 แก้วข้างละ 1-2 หยด จะทำให้เยื่อจมูกเปียก เด็กจะหายใจโล่งขึ้น" น.พ.มงคลกล่าว
น.พ.สมทรง รักษ์เผ่า อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ กล่าวว่า ยาแก้ไอ แก้หวัด ชนิดน้ำสำหรับใช้ในเด็กที่วางจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นยาสูตรผสมมีอยู่หลายร้อยตำรับ เช่น ยาลดน้ำมูก ยาลดอาการคัดจมูก ยาแก้แพ้ ยาระงับไอ ยาแก้ไอ เป็นต้น โดยเฉพาะยาลดน้ำมูก และยาลดอาการคัดจมูกนั้น แม้ว่ายานี้จะใช้ได้ผลในผู้ใหญ่ แต่ถ้าใช้ในเด็กเล็กขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะยาอาจทำให้เด็กใจสั่น มีอาการกระวนกระวายนอนไม่หลับได้ ส่วนยาแก้แพ้ ยาระงับไอนั้นไม่ได้รักษาหวัด แต่จะบรรเทาอาการไอ โดยฤทธิ์ข้างเคียงของยานี้จะทำให้ง่วงนอน และทำให้น้ำมูกแห้ง ซึ่งอาจทำให้เสมหะอุดตันหลอดลมของเด็กได้
"นอกจากนี้ยาแก้ไอสูตรผสม ซึ่งนอกจากจะไม่มีข้อพิสูจน์ว่าก่อให้เกิดฤทธิ์เสริมขึ้นแล้ว เด็กยังมีโอกาสได้รับยาที่เกินความจำเป็น โดยหากมีความจำเป็นต้องใช้ยาแก้หวัดก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และขอให้ใช้ยาน้อยชนิดเท่าที่จำเป็น ควรศึกษาวิธีใช้จากฉลากข้างขวดให้เข้าใจ ระมัดระวังอย่าใช้ยาเกินขนาด เพราะจะทำให้ลูกของท่านเสี่ยงต่อพิษภัยของยาโดยไม่จำเป็น ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ป่วย โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ" น.พ.สมทรงกล่าว
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า กองระบาดวิทยา สธ. รายงานสถานการณ์ของโรคระบบทางเดินหายใจว่าเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยของประชาชน ทุกวัยมากเป็นอันดับ 1 พบได้ตลอดปี มีประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบนี้เข้ารับการตรวจรักษาในสถานบริการสาธารณสุข ทุกระดับทั่วประเทศ ประเภทผู้ป่วยนอกประมาณ 13 ล้านคนต่อปี
โดยคุณ : มงคล ณ สงขลา

ตกงานแต่อย่าตกใจ

ยุคนี้ ใครตกงาน เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ใครได้งานซิเรื่องแปลก แหม ก็คนหางาน เยอะกว่างานรอคนนี่ค่ะ ไม่ว่าคุณจะถูกเลย์ออฟหรือเพิ่งจบซิงๆ แต่ยังหางานทำไม่ได้ก็เถอะ ขออย่าเพิ่งหมดใจเราเชื่อว่า คุณมีโอกาสเสมอ แต่ยังไงก็ตาม มีผู้รู้เสนอแนะในยามที่คุณตกงาน ไว้อย่างนี้ค่ะ...

เสียใจได้แต่อย่าถอดใจ
ถ้า คุณเสียใจที่คุณโชคร้ายกลายเป็นคนตกงานหรือถูกเลย์ออฟ ร้องไห้ให้หนำใจ แต่จงตระหนักไว้ว่า "การสูญเสียงานอาจไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่"

อย่าเก็บตัว
รักษาความสัมพันธ์ที่ ดีกับเพื่อนเก่าญาติผู้ใหญ่ที่คุณใกล้ชิด การได้พบปะกับเพื่อนสนิท หรือญาติผู้ใหญ่ บางคนอาจเป็นช่องทางให้คุณมีงานทำได้

รักษาหุ่น
อย่าปล่อยตัวกับการนอนดูทีวีทั้งวันหรือใช้เวลาว่างอันเหลือเฟือของคุณไปกับการกินอย่างไม่อั้น ใช้เวลาว่าง
ที่ คุณมีอยู่ ออกกำลังกายกันดีกว่า นอกจากจะทำให้คุณกลายเป็นคนหุ่นดี การออกกำลังกายยังทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า จิตใจสดชื่นขึ้นได้

เพิ่มพูนความรู้
ช่วงเวลานี้นับเป็น โอกาสอันดีที่คุณจะได้ไปเข้าคอร์ส อบรม ศึกษาเพิ่มเติมไนเรื่องทึ่คุณสนใจ หรือเพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสในการหางานทำของคุณ

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
ลองดูว่ามีอาชีพอิสระอะไรที่คุณสนใจ หรืองานอดิเรกอะไรที่คุณถนัดและสามารถที่จะสร้างอาชีพให้กับตัวคุณได้ โดยใช้เงินเริ่มต้นสำหรับการลงทุนไม่มากนัก หรืออาจจะลองหาโอกาสเข้าร่วมสัมมนา ติดตามข่าวสารในการลงทุนใหม่ๆอาจจะเป็นลู่ทางในการสร้างธุรกิจของคุณขึ้นมา ได้เอง ไม่แน่นะครับคุณอาจจะค้นพบธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้กับคุณได้มากกว่าการ เป็นลูกจ้างก็เป็นได้

แม้ว่าวันนี้ คุณยังเป็นคนหนึ่งที่ตกงานอยู่ แต่ถ้าคุณมีพลังใจที่เข้มแข็งไม่ท้อแท้ ไม่คิดว่าตัวคุณโชคร้าย ไม่ปล่อยเวลาให้ว่างโดยไร้ประโยชน์ รู้จักมองหาโอกาส คุณก็จะประสบความสำเร็จในการหางานทำ ได้อย่างแน่นอน ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า"ใครก็ตามที่ยิ่งใหญ่ มักจะมีประวัติชีวิตที่ยากลำบาก แต่เขาสามารถเปลี่ยนความยากลำบาก ให้เป็นโอกาสของตัวเองได้"