++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2550

การประชุมทางวิชาการระดับชาติด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทส (NCCIT'07)



หลักการและเหตุผล

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าปัจจุบันการถ่ายทอดวิทยาการในสาขาวิชาต่าง ๆ เป็นไปอย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว ปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนเกื้อหนุนก็คือเทคโนโลยีด้านสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร ในทางกลับกัน วิทยาการเหล่านี้ได้ย้อนกลับมามีบทบาทต่อการพัฒนาของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ข้างต้นเช่นกัน

ดังนั้น การแลกเปลี่ยนข่าวสาร วิทยาการความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการค้นคว้าวิจัยอย่างถูกต้อง เหมาะสมและสม่ำเสมอ จึงเป็นกลไกที่สำคัญประการหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการส่งเสริมด้านวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป้าหมายหลักของสถาบันอุดมศึกษานอกเหนือจากการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว การส่งเสริมการค้นคว้า วิจัยพัฒนา ตลอดจนเร่งรัดให้มีการนำเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศไปใช้ในการสร้างฐาน ความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาและด้านอื่น ๆ อย่างจริงจังเป็นภารกิจที่สำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่าการจัดการศึกษาตามหลักสูตร เพื่อเป็นการสนองนโยบายข้างต้นของสถาบัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จึงมีโครงการจัดการประชุมทาง วิชาการระดับชาติด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือทางด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัย วิทยาลัย ทั้งในและต่างประเทศมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนข่าวสาร วิทยาการความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ เจ้าหน้าที่นักศึกษา และประชาชนที่เกี่ยวข้องทั่วไป รวมทั้งนำเสนอความรู้และผลงานการวิจัยสู่สังคมเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในและนอกสถานศึกษา เนื่องจากวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์เป็นสาฃาวิชาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในการประชุมทางวิชาการ จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันอุดมศึกษาจะต้องกำหนดเป็น ภารกิจหลักในการดำเนินการ ให้เกิดความต่อเนื่อง ตลอดทุกปีการศึกษา


วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข่าวสาร วิทยาการ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาทางวิชาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศของอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา และผู้สนใจที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การประชุมทางวิชาการครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นศักยภาพใหม่ในการเผยแพร่ข่าวสาร บทความผลงานทางวิชา การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ และข้อค้นพบใหม่ทางด้านคอมพิวเตอร์ของคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจ ทั่ว ๆ ไปเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมและประเทศชาติ
ผู้เข้าประชุมมีโอกาสแลกเปลี่ยนและกระจายความคิดเห็น ข้อมูล องค์ความรู้ในนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมทั้งทักษะ และประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร ซึ่งจะนำไปพัฒนา และแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานได้
ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร ทำให้มีความรู้ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เป็นการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ในสาขาคอมพิวเตอร์ระดับประเทศให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการวางรากฐานการจัดการประชุมทางวิชาการในระดับนานาชาติต่อไป

การลงทะเบียนและวิธีชำระ

1. ค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ 300 บาท/บทความ
2. ลงทะเบียนก่อนวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 ในอัตราดังนี้

นักศึกษา (ที่นำเสนอหรือไม่นำเสนอผลงาน)
คนละ 1,000 บาท
คณาจารย์หรือผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่ไม่นำเสนอผลงาน)
คนละ 1,500 บาท
คณาจารย์หรือผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่นำเสนอผลงาน)
คนละ 2,000 บาท

3. ลงทะเบียนหลังจากวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 หรือชำระเงินหน้างาน

นักศึกษา (ที่นำเสนอหรือไม่นำเสนอผลงาน)
คนละ 1,500 บาท
คณาจารย์หรือผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่ไม่นำเสนอผลงาน)
คนละ 2,000 บาท
คณาจารย์หรือผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่นำเสนอผลงาน)
คนละ 2,500 บาท

4. วิธีการชำระเงินค่าลงทะเบียน
4.1 ชำระได้ด้วยตนเอง ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 6 อาคารนวมินทรราชินี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ
4.2 ชำระทางไปรษณีย์ โดยธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน สั่งจ่ายในนาม
คุณพนิดา สุเมธีทวีวุฒิ
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
1518 ถนนพิบูลสงคราม บางซื่อ กทม. 10800
(สั่งจ่าย ปณ. พระจอมเกล้า เพียงแห่งเดียวเท่านั้น)
4.3 ชำระผ่านบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 109-0-01106-7
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางกรวย
ชื่อบัญชี นางสาวพนิดา สุเมธีทวีวุฒิ


5. หลังชำระค่าลงทะเบียนแล้ว จะไม่มีการจ่ายค่าลงทะเบียนคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

วัน เวลา จัดการประชุม
25-26 พฤษภาคม 2550
ณ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
1518 ถนนพิบูลสงคราม บางซื่อ กทม

ดูรายละเอียด เพิ่มเติมที่ http://www.nccit.net/

อวัยวะที่สำคัญที่สุด (Good Story)

เมื่อครั้งเป็นเด็ก คุณแม่เฝ้าถามผมว่า "อวัยวะส่วนไหนในร่างกายที่สำคัญที่
สุด" และตลอดเวลาหลายปีมานั้น ผมก็ได้แต่เดา ไปต่างๆ นานา ผมเคย
คิดว่า "เสียง" ดูน่าจะเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเรา จึงตอบคุณแม่ว่า "หู" ท่าน
บอกว่า "ไม่นะ มีหลายคนที่หูหนวก... แต่ลูกจงคิดหาคำตอบต่อไปเถอะ...
แล้วแม่จะถามลูกใหม่นะจ๊ะ"

หลายปีผ่านไป วันหนึ่งคุณแม่ก็ถามผมด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง
ผมตอบอย่างมั่นใจว่า "
แม่ครับ.. ผมว่าการมองเห็นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน
ดังนั้นคำตอบจึงน่าจะ เป็นดวงตา" ท่านจ้องหน้าผมและตอบว่า "ลูกเรียน
รู้ได้ไวดี แต่นั่นยังไม่ใช่คำตอบหรอกจ๊ะ มีคนตาบอดตั้งเยอะแยะในโลกนี้"


นั่นทำให้ผมรู้สึกงงยิ่งขึ้น คุณแม่ยังคงตั้งคำถามกับผมเสมอ และคำตอบของ
คุณแม่มัก จะเป็นไปทำนองว่า "ยังไม่ใช่จ๊ะ แต่ลูกเก่งขึ้นเยอะเลย"
เมื่อปีที่ผ่านมา คุณยายของผมได้เสียชีวิตลง ทุกคนรู้สึกรันทด และ
โศกเศร้ามาก แม้แต่คุณพ่อยังร้องไห้ ผมจำได้ดีเพราะนั่นเป็นครั้ง ที่
สองที่ผมได้เห็นท่านร้องไห้ คุณแม่จ้องหน้าผม... เมื่อเราจะเข้าไปลา คุณ
ยายเป็นครั้งสุดท้าย ท่านถามผมว่า "ถึงตอนนี้ ลูกรู้แล้วหรือยังว่า อะไรคือ
อวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายเรา" ขณะที่ผมกลับคิดมาโดยตลอดว่านี่เป็น
เกมของเราสองแม่ลูก

เมื่อท่านเห็นผมทำหน้ายุ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า "คำถามนี้สำคัญมากนะ
มัน จะแสดงให้เห็นว่าลูกได้เติบโตขึ้น... อวัยวะทุกส่วนที่ลูกตอบแม่มาในอดีตนั้น
มันไม่ถูกต้อง และแม่ก็บอกเหตุผลให้ลูกฟังไปหมดแล้ววันนี้... ลูกก็จะได้
เรียนบทเรียนสำคัญต่อไป นั่นคือ..."




จากสายตาของผู้เป็นแม่ ผมได้เห็นน้ำตาที่คลอเบ้า ท่านกล่าวกับผมว่า
"อวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกายคือ บ่า นั่นเป็นเพราะว่า... บ่าคอยแบกรับ
ศีรษะหรือก็เปล่า... แต่มันกลับเป็นที่ซบศีรษะของเพื่อนหรือคนที่เรารักในยา มที่
เขาร่ำไห้ต่างหาก.. ลูกจ๋า.. เราทุกคนต้องการบ่าเพื่อเอาไว้คอยซบในบางห้วง
ยามของชีวิต แม่ก็เพียงแต่หวังว่า ลูกจะมีความรักและมีเพื่อนมากเพียงพอที่
จะมีบ่าให้คอยซบในยามที่ลูกต้องการ..."





ผู้เขียน : นิรนาม
ผู้แปล : แบ่งปัน โดยคุณ :นิรนาม

จำเก่งจำแม่น

จำเก่งจำแม่น

ด้วยภาระการงานและความจำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงมีในบางครั้งที่เราหลงลืมเรื่องต่างๆ
วันนี้เรามาฟังเทคนิคง่ายๆในการทำให้เราเป็นคนที่จดจำเก่งขึ้น




1.ทบทวนสิ่งที่ต้องจำบ่อยๆ โดยอาจใช้วิธีเขียนบันทึกหรืออัดเสียงลงเทป

2. หมั่นพกสมุดเล่มเล็กๆติดตัวตลอดเวลา เมื่อพบข้อมูลที่น่าสนใจ หรือได้ยินคำที่ไม่เข้าใจให้จดลงสมุดเอาไว้

3. จัดเก็บข้อมูลที่น่าสนใจมาไว้ในแหล่งเดียวกัน เพื่อสะดวกในการค้นหาข้อมูล


4. จำสิ่งต่างๆในขณะที่พักผ่อน หรืออยู่ในอารมณ์สบาย เพราะถ้าพยายามจำในขณะที่เหนื่อยล้า จะเกิดความเครียด

ขึ้นได้ง่าย

5. ใช้เวลาว่างช่วงขณะเท่าที่มีการจำ เช่น ขณะที่กำลังรออะไรอยู่ ให้นำกระดาษสำหรับจดโน๊ตเล็กๆ

ใส่ไว้ในกระเป๋าเพื่อหยิบขึ้นมาดูได้บ่อยๆ

6.ใช้เวลา 20 นาทีก่อนกลับบ้าน บันทึกข้อมูลของแต่ละคนที่พบหรือข้อมูลที่จำเป็นลงในการ์ดแผ่นเล็กๆ

จะช่วยทบทวนความจำได้เมื่อจะใช้ครั้งต่อไป และปลูกฝังความจำให้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม

เมื่อวิทยานิพนธ์ของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาโท เอก ไม่มีเลข ISBN อีกต่อไป

เลข ISBN คือ เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ เป็นสิ่งที่เป็นเหมือนกับการขึ้นทะเบียนของหนังสือที่อยู่ในสาระบบ ในการค้นหาข้อมูล ค้นหาหนังสือ นอกจากค้นหาจากชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่งแล้ว ยังสามารถค้นหาจากเลข ISBN ได้ด้วย

ผู้ผลิตหนังสือ สามารถขอเลข ISBN จากสำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งเป็นศูนย์กลางกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ของประเทศไทย เมื่อได้เลข ISBN แล้ว จะต้องจัดส่งหนังสือที่ขอนั้น ให้แก่หอสมุดแห่งชาติเก็บไว้ด้วย



เวลาที่ไปหอสมุดแห่งชาติ จะมีห้องวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีเอกสารผลงานวิจัยมากมาย จากมหาวิทยาลัยต่างๆ

นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป สำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้ยกเลิกการกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) สำหรับวิทยานิพนธ์ เพราะสิ่งพิมพ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดหลายประการ คาดว่า คงจะกำหนดเลข ISBN ไม่ทันจริงๆ





เลยขอประกาศยกเลิก เนื่องจาก
1. หนังสือที่กำหนดเลข ISBN จะต้องผ่านการพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่มีสถานที่ตั้งแน่นอน และสามารถตรวจสอบได้

..... อือม ถ้าเป็นวิทยานิพนธ์ ก็นั่งพิมพ์ที่บ้าน ที่ร้านที่มี printer แล้วก็เข้าเล่ม จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ถือเป็นโรงพิมพ์จริงๆแหละ....

2. วิทยานิพนธ์ จัดเป็นเอกสารประเภทรายงานซึ่งมีการพิมพ์แบบสำเนา โดยไม่ผ่านการพิมพ์จากโรงพิมพ์ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์การกำหนดเลข ISBN

3. เลข ISBN มีประโยชน์สำหรับหนังสือที่มีการจัดพิมพ์เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ควบคุมระบบสินค้าคงคลังของสำนักพิมพ์ ร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายหนังสือ

ถึงแม้ว่า นับจากนี้ วิทยานิพนธ์จะไม่มีเลข ISBN ที่หน้าปก อาจจะรู้สึกว่า ดูขลังน้อยลงไปนิด แต่ทางหอสมุดแห่งชาติ ได้แจ้งมาพร้อมกันว่า “หากมหาวิทยาลัยมีความประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์เพื่อการศึกษาค้นคว้า ขอความอนุเคราะห์จัดส่งวิทยานิพนธ์ตามปกติต่อไป"




ตอนที่หลายคน ทำวิทยานิพนธ์กว่าจะเสร็จ ต้องมีค่าใช้จ่ายมากมาย หลายคนต้องเข้าเล่ม และพิมพ์วิทยานิพนธ์ 5 เล่ม ( 5 copy) เล่มหนึ่งก็เกือบ 100 หน้า ถ้ามีภาพสี ก็ต้องคิดค่า print สี ตามราคาที่ตั้งไว้ เฉพาะค่าเอกสารที่พิมพ์เป็นรูปเล่มออกมา ก็จ่ายเงินกันหลายพันบาทเช่นกัน

บางมหาวิทยาลัย เช่น ม.มหาสารคาม จากเดิม ให้จัดทำวิทยานิพนธ์คนละ 9 เล่ม ปีปัจจุบัน ให้จัดทำเพียง 2 เล่ม และจัดทำเป็นไฟล์ อิเล็คทรอนิคส์ในแผ่น CD เพราะแต่ละเทอมมีวิทยานิพนธ์ออกมามากมาย จนห้องสมุดไม่มีที่จะเก็บผลงานเหล่านี้ซะแล้ว ยิ่งแต่ละปี ก็รับนิสิตนักศึกษาเพิ่ม รวมๆแล้ว เพิ่มปีละเป็นพันๆคน

ดูท่าทางแล้ว หอสมุดแห่งชาติ คงจะได้รับวิทยานิพนธ์จากสถาบันต่างๆลดน้อยลง
เป็นความเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยละครับ




ต่อไปอาจจะทำเป็นไฟล์อี-บุคส์ ไฟล์ ดิจิตอล ให้ดาวน์โหลดได้จากทุกที่ทั่วโลกก็ย่อมได้



อ้างอิงจากหนังสือที่ วธ.๐๔๐๘/๔๒๓๙ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน กทม. ๑๐๓๐๐ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

คู่หมั้นหวานฉ่ำ บอล ภราดร และนาตาลี เกลโบวา 24 เม.ย.2550

หมั้นกันไปเรียบร้อยแล้ว ระหว่าง บอล กับ น้องเพียงฟ้า (ชื่อใหม่ที่ครอบครัวศรีชาพันธ์ตั้งให้)

จากที่ผ่านมา มีคนกังขาว่า บอล ภราดร มีข่าวกับสาวๆมากหน้าหลายตา
คบไม่นานก็เลิกราไป
แล้วนาตาลีนี่ ที่มาประกาศจะหมั้น จะไปได้กี่น้ำ

สิ่งที่น่าคิด คือ

ผู้หญิงที่มีข่าวพัวพันกับภราดร แต่ละราย ดูการแต่งเนื้อแต่งตัวซิ ยิ่งกว่าดาวโป้หรือหมอนวด กระโดกกระเดก ไร้คลาสมากเลย คุณเธอคิดว่าเก่งมั๊ง

ขณะ ที่คู่หมั่นตัวจริงของภราดร เป็นฝรั่งตาน้ำข้าวแท้ๆ มีวัฒนธรรมที่ต่างกับเรา แต่กลับเรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่บริษัทบุญรอดเซ็นต์สัญญาเข้าทำงาน

ใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่
ขอให้เป็นรักแท้ และรักจริงนะครับ

ยินดีด้วยครับ ขอให้มีความสุขมากๆ

******

“Ya Tebya Lublu” บอลหวานบอกรักนาตาลีเป็นภาษารัสเซีย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2550 13:23 น.
ภาพบรรยากาศชื่นมื่นของคู่รักแห่งปี
“หนุ่มบอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ ยอมรับออกมาตามตรงว่าได้ทำการขอแต่งงานกับ นาตาลี เกลโบวา ในวันสงกรานต์ ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ “น้องฟ้า” เปิดใจทุกอย่างลงตัวพอดีจึงรับรักนักหวดชาวไทย

พิธีแถลงข่าวหมั้นระหว่าง ภราดร ศรีชาพันธุ์ และนาตาลี เกลโบวา อดีตนางงามจักรวาล ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสุโขทัย ซึ่งถือฤกษ์ดีเวลา 10.29 น.วันอังคารที่ 24 เมษายน 2550 ซึ่งในงานมีผู้สื่อข่าวจากทุกสำนักติดตามทำข่าวอย่างคับคั่งกว่า 500 คน ในขณะที่แขกซึ่งมาร่วมงานนั้นมีจำนวนมากจนต้องออกมายืนอยู่ด้านนอกของห้อง บอลรูม

โดยในเวลา 10.29 น.ซึ่งทางครอบครัวศรีชาพันธ์ถือเป็นฤกษ์ในพิธีแถลงข่าวงานหมั้น โดยภราดร ศรีชาพันธุ์ ขึ้นเวทีพร้อมกับนายชนะชัย และนางอุบล ศรีชาพันธุ์ บิดาและมารดาตามมาด้วยผู้ใหญ่ของฝ่ายชายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ขณะที่ นาตาลี เกลโบวา ขึ้นเวทีพร้อมกับนายวลาด ซเลซิน และนาง แอนนา เกลโบวา บิดาและมารดาที่บินตรงมาจากแคนาดา

หลังจากขึ้นเวทีกันพร้อมหน้าทุกฝ่ายแล้ว ได้มีการดำเนินการสู่ขอตามพิธีไทย หลังจากนั้นภราดร ศรีชาพันธุ์ ได้บอกรักนาตาลีเป็นภาษารัสเซีย ในขณะที่นาตาลีบอกรักภราดรเป็นภาษาไทย จากนั้นภราดรได้มอบแหวนเพชรมูลค่า 3 ล้านบาทให้แก่นาตาลี ขณะที่นายชนะชัย และ นางอุบลได้ส่งมอบต่างหู และสร้อยคอเพชรให้แก่ว่าที่ลูกสะใภ้ ซึ่งรวมทั้งหมดแล้ว 16 กะรัต ซึ่งมีการคาดหมายว่ามีมูลค่าสูงถึง 16 ล้านบาท

ทั้งนี้ “หนุ่มบอล” กล่าวถึงการตัดสินใจขอนาตาลี เกลโบวา แต่งงานก็เนื่องมาจาก “ทุกอย่างไม่ได้มีการวางแผนเตรียมการ วันนั้นเป็นวันที่ 13 เมษายน เราไปเที่ยวที่บาหลีกัน ตกเย็นไปทานข้าว แล้วก็เดินเล่นกันไปสักครึ่งชั่วโมง ตอนนั้นผมตัดสินใจแล้วที่จะขอนาตาลีแต่งงาน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะบอกเขาว่าอย่างไร จะคุกเข่าขอแต่งงานแบบในหนังดีหรือเปล่าเพราะทำอะไรไม่ค่อยถูกเหมือนกัน แต่นาตาลีคงสังเกตเห็นว่าผมดูแปลกๆ ไป แบบว่าคงดูลุกลี้ลุกลนมากไปหน่อย เธอก็เลยถามผมว่าเป็นอะไร ผมทำอะไรไม่ถูก ก็เลยถามไปว่าตกลงจะแต่งงานกับผมได้ไหม ซึ่งนาตาลีเองก็ตอบว่าเยสถึง 4 ครั้งด้วยกัน”

ขณะที่ทางด้านอดีตสาวงามจักรวาล ยอมรับว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องที่เร็วเหมือนกัน หลังคบหาดูใจกันมาได้เพียง 8 เดือน แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่มาจากพื้นฐานความเข้าใจกัน “เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากความรักและความเข้าใจของคนสองคน ทุกอย่างเกิดจากความคิดเห็นที่ตรงกันพอดีในเวลาที่เหมาะสมที่สุด”

สำหรับแขกที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้นั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีแก่ภราดร และนาตาลี เพราะเห็นทั้งคู่มาตั้งแต่เริ่มคบกันและรู้สึกว่าเหมาะสมมาก

ทางด้านแขกของนาตาลีที่มาร่วมงานในครั้งนี้แม้จะไม่มากเท่ากับของ ภราดร แต่ทางต้นสังกัดบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ มีนายสันต์ ภิรมย์ภักดี และนายปิติ ภิรมย์ภักดี เป็นร่วมเป็นสักขีพยานในงานด้วย

สำหรับกำหนดการงานแต่งงานของคู่รักคู่ดังคู่นี้ ภราดรได้ให้สัมภาษณ์บนเวทีว่าจะมีขึ้นในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่นักเทนนิสชื่อดังของไทยไม่มีการแข่งขันโดยการจัดงานนั้นจะ ทำบุญตอนเช้าที่บ้านย่านบางนา จากนั้นจะมีพิธีกินเลี้ยงในช่วงเย็น แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นโรงแรมใด


อัลบั้มภาพ
"บอล-ฟ้า" หวานชื่น สวมแหวนหมั้น
ที่มา http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9500000046602


คู่รักแห่งปีทักทายสื่อมวลชน คุณพ่อ ชนะชัย เปิดตัวของที่ระลึกของครอบครัวศรีชาพันธุ์ พี่บอลสวมสร้อยคอคล้องใจน้องฟ้า
คุณแม่อุบล มอบต่างหูเป็นของที่ระลึก พี่บอลไม่รอช้าสวมให้ทันที คุณพ่อ-คุณแม่นาตาลีกล่าวอวยพรด้วย
"ฟ้ารักพี่บอลค่ะ" นาตาลี บอกรักเป็นภาษาไทย ชอตก่อนแลกกันหอมแก้มอย่างหวานหยดย้อย ประกาศลั่นระฆังวิวาห์ปลายปีนี้แน่นอน
สุวัจน์ ลิปตะพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมฯ มอบพระกริ่งทองคำให้แก่นาตาลี ทีเด็ดของงานนี้ น้องฟ้าขอหอมพี่บอลคืนหน่อยนะ
2 ครอบครัวกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน พระเอก-นางเอกของงาน ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดงาน "ฝากดูแลลูกสาวผมด้วยนะ"
เพียงฟ้าเปิดใจ พี่บอลเป็นคนติดดิน จิตใจงดงาม รูปนี้โปรดสังเกตที่นิ้วนางข้างซ้ายของน้องฟ้า นาตาลี โชว์แหวนหมั้นให้เห็นกันจะๆ