++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สูตรยารัชกาลที่ ๕ รักษาโรค

สูตรยา รัชกาลที่ ๕
รักษาโรค (เผยแผ่ เป็นธรรมทาน)

ถ้าหายแล้ว ให้ทำบุญ
ถวายสังฆทาน อุทิศให้
เสด็จพ่อ ร.๕

สูตรยา มีดังนี้
๑. น้ำส้มสายชูกลั่น อ.ส.ร. ๒ ช้อนชา
๒. น้ำผึ้งแท้ ๒ ช้อนชา
๓. เกลือป่น ครึ่ง ช้อนชา

รับประทานโดย ชงกับน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ
วันละ ๒ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า 15 นาที
และก่อนนอน จะหายจากโรคเบาหวาน
โดยสิ้นเชิง
ผมเป็นมา ๕ ปี ตอนนี้หายหมดทั้ง ๕ โรค
ทั้ง ความดัน เบาหวาน ภูมิแพ้
โรคหัวใจ และไขมันอุดตันในสมอง
หายหมดแล้วครับ
สูตรยานี้ เสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕
ทรงประทานให้ ถ้าท่านหายจากโรค
เบาหวานแล้ว ให้ท่านทำบุญถวาย
สังฆทาน ๑ ชุด อุทิศบุญกุศลให้
เสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕
ชึ่งท่านเป็นผู้บอกสูตรยานี้มา

ดูคลิปนี้แล้วมีความสุข การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ

ดูแล้วชีวิตเรามีความสุขมากขึ้น
..ไม่ใช่เพราะเห็นว่าคนมีทุกข์กว่า แต่เห็นคนที่ทุกข์แสนสาหัสทั้งกายใจ สามารถก้าวผ่านเอาชนะอารมณ์ ความรู้สึกปรุงแต่ง แล้วพบความสุขทางใจโดยไม่ต้องวิ่งหนีสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...

ข้อคิดดีๆคือ..
"การปฏิบัติธรรม คือ การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ"

คนจำนวนมากกลัวความเจ็บป่วยและความตาย ทั้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วมันก็นำมาซึ่งความทุกข์ ทั้งที่เรายังไม่ได้ป่วยด้วยซ้ำ..

กายท่านป่วย แต่ใจท่านสว่างไสวด้วยธรรมะ..

อ.กำพล
http://www.youtube.com/watch?v=4EXI4ynRR_c

ขอคืนพื้นที่ : ขำขัน

ขำขันมั่ง ของทหาร


::: ขอคืนพื้นที่ :::

สามี : สะกิดภรรยาแล้วบอกว่า “เรามาปรองดองกันดีกว่านะ…อิอิ”

ภรรยา : วันนี้ฉันเหนื่อยไม่มีอารมณ์ปรองดองด้วย

สามี : พูดด้วยอารมณ์ไม่สมหวัง “ฉันให้เวลาเธอ 30 นาที ถ้าเธอไม่พร้อม ฉันพร้อมอาวุธประจำกาย จะขอบุกเพื่อขอคืนพื้นที่

ภรรยา : ถ้าเธอจะบุกเพื่อขอคืนพื้นที่ในคืนนี้ ก็จะมีแต่ความเสียหายทั้งสองฝ่าย เพราะว่าคืนนี้พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สีแดงมา 2 วัน แล้วยังไม่ถูกยกเลิกเลย.

สามี : งั้นดีแล้ว คืนนี้ ฉันจะออกไปข้างนอก ไปขอกระชับพื้นที่กับ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย…อิอิ

ภรรยา: ถ้ามึงไปกระชับพื้นที่ข้างนอกกูจะไปซุ่มโจมตีและไม่รับรองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของมึงขอเตือนครั้งที่ 1... โปรดฟังอีกครั้ง...


555

กินก๋วยเตี๋ยวให้หลีกเลี่ยงเส้นเล็ก

เพิ่งอ่านเจอเดี๋ยวนี้เอง กินก๋วยเตี๋ยวให้หลีกเลี่ยงเส้นเล็ก เพราะใส่สารกันบูดเยอะมากกว่าเส้นอื่น ประมาณ 17 เท่า บะหมี่กับวุ้นเส้นไม่ใส่เพราะทำมาจากข้าวสาลีและถั่วเขียว ส่วนเส้นขาว ทำมาจากแป้งข้าวจ้าวซึ่งมีความชื้นสูง จึงต้องใส่สารกันบูดและสารอีก 2 ตัวที่เป็นอันตรายต่อตับและไต เส้นขาวจากแป้งข้าวจ้าว เพียงวันเดียวก็บูดเสียแล้ว เขาจึงใส่สาร ให้สังเกตุเวลาลวกน้ำจะขุ่น เวลากินเส้นจะเหนียวนุ่มกัดไม่ค่อยขาด แป้งข้าวจ้าวปกติจะไม่เหนียว ทางภาคอิสานจะพบมากในปริมาณสูง กินก๋วยเตี๋ยวกันเกือบทุกวันระวังนะ มันสะสมครับ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลูกคุณก็น่ารักสำหรับคุณเท่านั้น

ลูกคุณก็น่ารักสำหรับคุณเท่านั้น...

ทุกคนล่ะ ย่อมที่จะเข้าข้างตัวเอง มองด้วยมุมของตัวเอง นึกถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก

หลายครั้งเลย กับคนที่เราคิดว่า ดีเลิศ เหมาะสม น่ารัก น่าเอ็นดู แต่กับคนอื่นๆแล้ว ไม่รู้สึกดี น่ารำคาญ น่าเบื่อ ไม่อยากอยู่ใกล้

หลายต่อหลายครั้ง ที่ความรัก ความสุขในสายตาของคุณ กับลูกของคุณ เป็นความทุกข์ของคนอื่น เวลาที่ลูกคุณซน เล่นกับเด็กอื่นๆ เมื่อเกิดเรื่องราว ทะเลาะเบาะแว้งกัน พ่อแม่หลายคน รีบตัดสินทันทีว่า ลูกของตน ถูกเสมอ ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบถาม เรื่องราว ต้นสายปลายเหตุใดๆเลย

เรียกว่า ลำเอียง เข้าข้างกันตั้งแต่แรก....

พ่อแม่หลายคน ลูกทำสิ่งที่น่ารำคาญ ก็ยังบอกว่ามันน่ารัก
ลูกพูดโกหก ตอแหล ก็บอกว่า ไม่เป็นไร เด็กยังไร้เดียงสา ทำอะไรก็น่ารัก
เวลาลูกไปทำบางอย่าง ที่ไม่เหมาะสม ไปกะเพื่อน แล้วมีคนเห็น เอามาบอกพ่อแม่ อยากให้ตักเตือนลูก ไม่ให้ทำผิดอย่างนั้น พอลูกมาแก้ตัวว่า คนที่มาฟ้องน่ะ เกลียดหนู พยายามหาเรื่อง ใส่ความหนู .. คนที่มาฟ้อง ก็โดนด่า อีกล่ะ .. ลูกตัวเอง ดีตลอด ถูกเสมอ

"เกลียดนัก กับคนที่เลี้ยงลูก ตามใจลูกแบบนี้"
"นี่ละตัวปัญหาสังคมในอนาคต"

พ่อแม่ยุคก่อน ยังรู้ว่า อะไรควรไม่ควร แต่..ยุคนี้ ยุคที่คนเห็นแก่ตัวมากเหลือเกิน ทำอะไรไม่ค่อยแคร์ใคร อาจเป็นเพราะว่า ถูกตามใจมาก่อน พอมาถึงรุ่นลูก ก็ตามใจลูกแบบที่ตัวเองเคยถูกตามใจ จึงไม่รู้ว่า อะไรควรไม่ควร อะไรผิดหรือถูก... ความผิดถูก คือ ความรู้สึกของตัวเองที่จะตัดสินว่า อะไรดีไม่ดี...

"ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะมีแต่คนหน้าด่านน่ะสิ"
"สังคมคงจะวุ่นวายมากกว่านี้"
"นี่ ทุกวันนี้ ยังไม่วุนวายมากพอเหรอ"
"โอย แค่จิ๊บๆ เดี๋ยวยิ่งจะวุ่นวายหนักกว่านี้ ยังกะโลกจะระเบิด"

ยิ่งคนมีมากขึ้น ความโลภมากขึ้น ความเห็นแก่ตัวมากขึ้น โลกเบี้ยวๆใบนี้ ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น แต่ยังดี ที่ในสังคม ยังมีคนที่รู้จักผิดชอบ ชั่วดี ความเหมาะสม ไม่เหมาะสมอยู่มากเช่นกัน เลยเกิดความขัดแย้ง ระหว่างคนสองแบบ สองความคิด .. ความน่ารักสำหรับคนนึง จึงเป็นความน่าเกลียดสำหรับคนอีกคน

"เรามีความรู้ มีข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก มากมาย หลายวิธี แต่คนยุคนี้ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว กลับโง่ที่จะสนใจเลือกสิ่งที่ดีๆ วิธีการเลี้ยงลูกที่ดีๆ เอาแต่มัวสนใจสิ่งจอมปลอม มัวแต่ยุ่งกับตัวเอง ยุ่งกับหน้าจอ เห็นแก่ตัวมากขึ้น สังคมและผู้คนยุคใหม่ จึงเป็ยแบบนี้ล่ะ"

เป็นคนที่ทำตัวน่ารัก สำหรับพ่อแม่ คนในครอบครัวเท่านั้น
แต่ในสายตาคนอื่นๆ โคตรน่าเกลียดจริงๆ

เราจะทำตามสัญญา

เราจะทำตามสัญญา

เห็นประโยคนี้ หลายคนคงคิดว่า นี่ จะพูดเรื่องการเมืองของไทยอีกแล้วล่ะสิ...

"เป็นสาวกของ คสช.แล้วเหรอ"
"ศรัทธา ชื่นชอบ ยกย่องทหารแล้วล่ะสิ"
"ฟังเพลงนี้ทุกวัน จนชอบร้อง กลายเป็นเพลงฮิตเพลงโปรดไปแล้วเหรอ"

แหม เพียงแค่เห็นข้อความ ทำให้หลายคน คิดไปไกลถึงโน่นเลย ทั้งๆที่ หยิบข้อความนี้มา เพื่อจะพูดในอีกแง่มุมหนึ่งต่างหาก

พูดในแง่มุม ที่แตกต่างออกไป

ไม่ว่าจะมี คสช หรือ ไม่ แต่ประเด็นนี้ ก็เป็นสากล ที่ทุกคนนึกถึง

นั่นคือ คำว่า "สัญญา"

ถ้านึกถึงเรื่องการเมือง เราได้ยินนักการเมือง พูดถึงสิ่งที่จะทำหลายอย่าง เหมือนกับให้สัญญาไว้ว่า จะได้อย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคนของพรรคฉันได้รับเลือกตั้งเยอะๆ

ถ้านึกถึงเรื่องการสอบเข้าเรียนต่อ หรือ สอบปลายภาค ถ้าลูกสอบได้ที่ 1 หรือ สอบเข้าคณะวิชานั้นได้ พ่อกับแม่สัญญาว่าจะให้......."

ไม่ว่าเร่องอะไรก็ตาม มนุษย์จะต้องมีสัญญากับใครสักคนเสมอ

เมื่อหวังสิ่งใดก็ตาม การจูงใจที่จะให้ลงมือทำสิ่งนั้น หรือเพื่อให้ได้สิ่งนั้น มักจะมีคำสัญญา ว่าจะให้บางสิ่ง เป็นการตอบแทนความพยายามนั้น

ถ้าไม่มีสัญญา ก็เหมือนไม่มีแรงจูงใจที่จะกระทำสำเร็จตามสิ่งที่หวัง

"สัญญา" ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ เราไม่เคยเห็นว่า มด หมา แมว นก หนู ช้าง ม้า วัว ควาย เคยให้สัญญาอะไรกับพวกเดียวกัน ก็ใแต่มนุษย๋เรานี่ล่ะ ที่สัญญิงสัญญา อะไรไว้มากมาย..

ไม่รู้สินะ ทำไมต้องเอาอะไรมาล่อ ต้องมาให้สัญญาว่าจะ... อย่างนั้นอย่างนี้ หลายคนลงมือทำสิ่งต่างๆตามเป้าหมาย โดยไม่ต้องมีใครมาสัญญาว่าจะให้ ว่าจะ... อะไรต่อมิอะไร

สิ่งนี้ ก็แสดงว่า มนุษย์เรา ขี้เกียจ หรือ มีความมั่นใจในตัวเองน้อยเกินไป ไม่ยอมทำสิ่งที่ควรจะทำ แต่ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อสัญญา เป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์

เราจึงต้องทำตามสิ่งที่ลั่นวาจาไว้

10วิธีสร้างความสำเร็จในวิชาชีพ

10วิธีสร้างความสำเร็จในวิชาชีพ วิธีช่วยการทำงานให้ประสบความสำเร็จ 10 ข้อ (จากหนังสือของสมชาติ กิจยรรยง)



1.กัลยาณมิตร
2.ความถนัดส่วนตัว
3.อิทธิบาท 4 ได้แก่
- ฉันทะ - ความพอใจ รักชอบ
- วิริยะ - ขยัน - พากเพียร
- จิตตะ - เอาใจจดจ่อ
-วิมังสา - ทบทวน วิจัย ประเมิน

4.การวางแผน - การวางแผนล่วงหน้า ก็ได้ประโยชน์
5.ติดเป้าหมาย -- มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย + มีความรัก , พอใ, เข้าใจในงาน
6.รู้จักบริหารกาย - ช่วยให้ทำงานสำเร็จ
ร่างกายที่มีกำลัง เป็นบ่อเกิดของความสุข ความสำเร็จ

7.บริหารชีวิต
- พยายามอยู่ในที่สงบ สะอาด ไม่อึกทึก
- หลีกเลี่ยงการโต้เถียง ขัดแย้ง จู้จี้ขี้บ่น
- ใจกว้าง รับฟังทัศนะผู้อื่น ไม่กดดันผู้อื่น
- มีเมตตา ปิยวาจา และให้อภัย
- สนใจธรรมะ
- ฝึกให้
- ฝึกทำงานให้เป็นสุข สนุกกับงาน
- เจริญสติ สมาธิ
- เจริญปัญญา,ฟัง, คิด, เฝ้าดูสังเกต
- เปลี่ยนความสำเร็จ เป็นความสมบูรณ์

8.ทำงานทุกชนิดให้เป็นสุข
9.อ่าน พูด เขียน เรียนเรื่องจัดการ
10.ความดีและความจริงใจ

อนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่อยากให้ชีวิตเติบโต ก้าวหน้า

อนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่อยากให้เติบโตอย่างก้าวหน้าในชีวิต

ผู้ใหญ่หลายคน อยากกลับไปเป็นเด็ก ช่วงชีวิตที่มีแต่ความสุข ไม่ต้องแบกรับภาระ ความรับผิดชอบ ความปวดหัวมากมาย มีชีวิตอยู่ที่การไปโรงเรียน ดูทีวี เล่น กิน นอน ..แค่นั้น

มองแววตา สีหน้าของเด็ก มีแต่ความสดใสน่ารัก แต่ผู้ใหญ่ กลับตรงกันข้าม มีเรื่องที่จะต้องเอามาคิดมากมาย มีแต่ปัญหามารุมเร้า

โลกของเด็ก เป็นโลกที่มีแต่ความสดใส บริสุทธิ์ อยากให้ผู้ใหญ่ รัก อยากเล่น อยากสนุก เวลาที่ผู้ใหญ่ สั่งสอนแนะนำ ให้ทำอะไร ก็ทำๆไป บางทีก็ไม่รู้หรอกว่า ที่ให้ทำนะ ทำไปทำไม แต่ผู้ใหญ่บอกว่า ทำแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี ก็ทำตาม ไม่งั้นจะโดนดุ

ส่วนผู้ใหญ่ จะมองอนาคต คิดถึงความอยู่รอด คิดถึงเรื่องปากท้อง เด็กน้อยเรียนจบชั้นประถมแล้ว จะไปเข้าเรียนมัธยมที่ไหน จะเรียนต่ออะไร จะมีปัญญาหาเงินมาส่งเสียให้เรียนต่อได้มากแค่ไหน

มีเด็กคู่หนึ่ง ติดตามผู้ปกครองมาพักที่บ้านพี่สาว น้องสาวมีลูกชายมาด้วย 1 คน และอีกคนเป็นหลาน ที่เธอเอาลูกชายของลูฏสาว ที่ตอนนี้โตแล้ว มีสามี และมีลูกแล้ว เอามาเลี้ยง ..แต่ความจริงคือ เอามาคอยรับใช้ เป็นลูกไล่ ลูกน้องของลูกชายตัวเองตะหาก เอามาให้ลูกชายข่ม สิ่งของที่ดีกว่า จะให้ลูกชายได้สิ่งนั้นก่อน ที่เหลือจะเป็นของหลานชาย

เมทื่อผู้เป็นพี่สาว มองไกลถึงอนาคต หลานชายของน้องสาว กลายเป็นผู้ที่ไม่มีอนาคตซะแล้ว เพราน้องสาว ไม่มีเงิน แต่ที่ผ่นามา ได้พบรักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง หลังจากใช้เวลาคบหากันพอสมควร ก็ตัดสินใจที่จะคบกันแบบแฟน และวางแผนที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่งงานกัน ฝ่ายชายหนุ่มบอกว่า ก็คงเอาลูกชายของเธอมาเลี้ยงดูด้วย แต่ถ้าจะให้เอาหลานขายไปด้วย ยอมรับว่า คงไม่ไหว เพราะปัจจุบัน ก็ทำงานรับจ้างหาเงิน มีรายได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถแบกรับภาระไปได้มากกว่านี้

ดังนั้น หลานชายคนนั้น .. ก็คงไม่ได้ไปอยู่กับลูกชายของเธอ เธอคงจะต้องฝากให้พี่สาวของเธอ ช่วยเลี้ยง !!

"แล้วในเรื่องอะไรของคนเป็นพี่สาวล่ะ ที่จะต้องมารับเลี้ยงดูแลหลานชาย แล้วไปพากมาจากอกแม่ของเค้าทำไม พอเอามาก็เลี้ยงดูแลได้ระดับนึง พอจะไปมีครอบครัวใหม่ ก็จะสลัด ผลักภาระไปให้พี่สาว"

เมือดูไม่มีอนาคต เพราะไม่มีใครจะส่งเสียให้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ผู้เป็นแม่ของหลานชาย ก็มีลูกสาวตัวน้อยอีกคน วัยก่อนเข้าเรียนอนุบาลน่นก็ต้องกินต้องใช้ คนเป็นแม่ก็ทำงานหาเงินได้แค่พอประทังชีวิต รอดไปในแต่ละเดือน แล้วทีนี้ แค่เงินที่ส่งมาให้เพื่อเป็นค่าดูแล ลูกชายของตัวเอง ก็ได้เดือนละไม่กี่พัน

ดูติดขัด มีปัญหาไปหมด ตอนจะมี จะท้อง จะทำอะไรกัน ทำไมไม่คิดไว้บ้างว่า ถ้ามีลูกแล้ว สามารถที่จะดูแลเค้าได้ดีแค่ไหน แล้วนับจากนี้ ยังจะมีลูกอีกมั้ย

มีลูกแบบไม่พร้อมทั้งการเงิน ความมั่นคงในครอบครัว และเวลาในการดูแล ญาติพี่น้องจึงต้องรับภาระช่วยเลี้ยงดูกันไป แต่ละคนก็ขยันออกลูก กันเหลือเกิน

เมื่ออยากให้เด็กที่ไม่มีอนาคต ..ได้มีชีวิตที่ก้าวหน้า เติบโตไปตามเส้นทางที่ถนัดของเค้า ก็คงต้องมองหาโอกาส ที่เค้าจะได้เรียน ได้ทำงานที่ถนัด และเหมาะกับตัวของเค้า แล้วมันคืออะไรล่ะ

- บวชเรียน
- หาทุนการศึกษา สอบชิงทุน
- มองหาสถานศึกษาทางเลือก ที่มีค่าใช้จ่ายที่พอจะจ่ายไหว

หลากหลายแนวทางที่ต้องคิดเตรียมไว้แล้ว เพราะการนั่ง นอน กิน เล่น อยู่ที่บ้าน อยู่ไปวันๆ จนโต แต่ไม่มีอนาคต ไม่มีเส้นทางที่จะก้าวเดินต่อไป อนาคตมืดมน ต้องอยู่อย่างนี้ ตลอดไป ก็ไม่ดีแน่

เมื่อเก็บกระเป๋าเงินริมถนนย่านใจกลางเมืองได้ คุณจะทำอย่างไรดี ?

เมื่อเก็บกระเป๋าเงิน ริมถนนในย่านใจกลางเมืองได้ คุณจะทำอย่างไรดี ?

เมื่อเห็นกระเป๋าเงิน หล่นบนทางเท้า ในย่านใจกลางเมือง เป็นบริเวณที่มีคนขึ้น ลง รถโดยสารสองแถวในย่านนั้น คุณจะทำอย่างไร

1. ถ้าไม่มีใครเห็น กูก็เก็บสิ ลาภลอยแล้ว ได้เงินใช้ฟรีว่ะ

2.ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่ของเรา รีบไปทำธุระของตัวเองดีกว่า เสียเวลา

3. บอกคนที่อยู่บริเวณนั้น ว่า กระเป๋าเงินตก ใครรู้ใครเห็นว่า เจ้าของเป็นใครบ้างนะ

4. เก็บกระเป๋า เอาไปแจ้งตำรวจ ให้ประกาศหาเจ้าของ

เคยมีคนทำการสำรวจ , มีการตั้งกล้องแอบถ่าย ดูพฤติกรรมของคนไทยว่ามีน้ำใจสักแค่ไหน ก็มีทั้ง ไม่สนใจ, เก็บเอากระเป๋า และจะเอาเงินในนั้น และมีที่เป็นพลเมืองดี เอากระเป๋าไปแจ้งตำรวจประกาศหาเจ้าของ

มีเยอะเหมือนกัน ที่เก็บกระเป๋า รื้อเอาเงิน แล้วทิ้งกระเป๋าไว้ เดี๋ยวนี้เงินทองหายาก คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ถ้าได้ของฟรี ได้เงินมาฟรีๆ ใครจะไม่เอา

มีบางคน ที่มีจิตใจที่ดี อยากจะเก็บกระเป๋าไปประกาศหาเจ้าของ แต่เพื่อนที่มาด้วยกันบอกว่า เสียเวลาว่ะ เดี๋ยวก็มีคนเอาไปช่วยประกาศหาเจ้าของเอง แล้วก็จูงมือพาเพื่อนรีบไปทำสิ่งที่ตั้งใจจะไปทำ

เวลาที่ดูข่าว พลเมืองดี เก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ มีภาพข่าว ยกย่องคนทำความดี ได้ชื่อเสียง คำชื่นชม ยกย่องมากมาย .. นักเรียนโรงเรียนนั้น เก็บกระเป็นเงิน มีเงินสด หลานพัน หลายหมื่น อยู่ในกระเป๋า เป็นข่าวให้สื่อมาทำข่าว แล้วเจ้าของกระเป๋าและพลเมืองดี มายืนถ่ายรูปร่วมกัน บางสื่อ ได้ไปสัมภาษณ์ครูผู้สอน หรือ ผอ.โรงเรียนแห่งนั้น ได้หน้ากันทั้งโรงเรียน ได้ทั้งชื่อเสียงเลยทีเดียว

ยิ่งในกระเป๋านั้น มีจำนวนเงินสด มากเท่าไหร่ ยิ่งถูกยกย่อง เชิดชูมากขึ้นเท่านั้น

ถ้ามีคนเก็บกระเป๋าที่มีเงินสดในนั้น แสนกว่าบาท กับ คนที่เก็บกระเป๋าที่มีเงิน หลักร้อย หลักพันกว่าบาท สื่อจะพุ่งความสนใจไปที่คนที่เก็บกระเป๋าที่มีเงินแสนกว่าบาท มากกว่า ...

การทำดี คนทำ ไม่ได้คิดหวัง ผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่คนที่เกี่ยวข้อง บางครั้ง ก็หวังผลประโยชน์ จากชื่อเสียงและหน้าตาจากผลของการทำความดีนั้น

ทุกคน ไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ ไม่อยากสูญเสียอะไรทั้งนั้น เจ้าของกระเป๋าเงิน ที่เผลอทำกระเป๋าตกหล่น ก็เช่นกัน เค้าไม่อยากจะทำกระเป๋าตกหรอก แต่เพราะความเร่งรีบ การเก็บกระเป๋าไว้ในที่ที่มันหล่นง่ายๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็หากระเป๋าไม่เจอซะแล้ว คราวนี้ ก็วัดดวง ว่า จะได้กระเป๋าคืนรึเปล่า

จะโชคดี เจอพลเมืองดี เก็บกระเป๋าของตัวเองไปแจ้งตำรวจรึเปล่า

ถ้าคิดแบบใจเขาใจเรา เงินที่มีในกระเป๋า ก็คงเตรียมไว้เพื่อใช้จ่าย กับอะไรสักอย่าง

กระเป๋าที่หล่นบนริมถนน คนที่จะมาเดินถนน ย่อมเป็นคนที่มีฐานะปานกลาง จนถึงยากจนข้นแค้น ... ส่วนพวกเศรษฐี คุณหนูไฮโซ ร่ำๆรวยๆ มีเงินใช้เป็นฟ่อน ไม่ขาดมือ ไม่ค่อยจะมาเดินบนนริมถนนแบบสามัญชนคนทั่วไปหรอกนะ เมื่อเค้าร่ำรวยขนาดนั้น ชีวิตเลือกความสะดวกสบายได้ นั่งรถที่สะดวกสบาน แพงๆ จะต้องมาเดินริมถนนทำไมให้ยุ่งยากลำบากกายาล่ะ

คนที่ทำกระเป๋าเงินตก ก็มีแต่ คนธรรมดา ดินเดินกินข้าวแกงนี่ล่ะ

เอาล่ะ ไม่ว่า คุณจะเก็บกระเป๋าเงินที่หล่นบนถนนรึเปล่า แต่นั่น เป็นโอกาสที่ทำให้ คุณได้เป็น "พลเมืองดี" มีโอกาสที่จะได้รับการยกย่อง ได้รับการขอบคุณ และมีโอกาสได้ออกสื่อ เพิ่มชื่อเสียง การยอมรับในสังคมของคุณได้ด้วยนะ และยังเป็นการทำบุญ สร้างความสุข ความโล่งใจให้กับคนที่ทำกระเป๋าเงินหายอีกด้วย

แต่ถ้าคุณเก็บกระเป๋าเงินแล้ว เอาเงินทั้งหมดไป แล้วทิ้งกระเป๋าไว้ คุณกำลังทำให้เจ้าของกระเป๋าเดือดร้อน เป็นทุกข์ อย่างมาก ถ้าเงินในกระเป๋านั่น เขากำลังจะเอาไปจ่ายค่ากับข้าว ไปจ่ายหนี้ หรือเอาไปใช้อะไรสักอย่าง กว่าจะหาเงินมาได้ ก็ลำบากมากพอแรงแล้ว แล้วยังซวย เผลอทำกระเป๋าหาย แล้วยังโดนคุณขโมยเงินเอาไปอีก... แม้คุณจะสบายใจ ที่ได้เงินมาฟรีๆ ส่วนกระเป๋าเงิน คุณก็โยนมันทิ้งไป ไม่แยแส

แต่กฎแห่งกรรม มีจริง คุณเคยทำอะไรกับใครไว้ วันนึง ผลนั้น จะย้อนกลับมาเกิดกับคุณ

หากวันนึงข้างหน้า คุณทำกระเป๋าเงินของตัวเอง หล่นโดยไม่รู้ตัว หรือ รีบ..จนลืมกระเป๋าเงินวางไว้ที่ไหนซักแห่ง กว่าจะนึกได้ กระเป๋าก็หายไปจากที่นั่นแล้ว ..

วันนั้นล่ะ คุณจะรู้ซึ้งถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ถึงตอนนั้น คุณคงจะรู้ซึ้งว่า เจ้าของกระเป๋า ก็ไม่อยากให้กระเป๋าเงินหาย อยากจะใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่หามาได้ เอาไปจ่ายสิ่งต่างๆ ตามที่ตั้งใจ หรือ ครบกำหนดเวลาที่จะต้องจ่ายเงินนั้น..

แต่สมัยนี้ พูด หรือเขียนไปก็เท่านั้น คนส่วนใหญ๋ ไม่ได้รู้สึก รู้ซึ้งอะไรนักหนาหรอก ความเห็นแก่ตัว ความโลภ มันนบดบังคุณธรรม เมตตาธรรมในใจไปหมดแล้ว

ทุกคนคงต้องพึ่งตัวเอง คอยดูแล ตรวจสอบว่า กระเป๋าตังยังอยู่มั้ย อย่าเผลอเรอ ทำให้ตัวเองเดือดร้อน จากการขี้ลืม จากความพลั้งเผลอของตัวเองเลยนะครับ