++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สต๊าฟหน้าตาตัวเอง

"ทำไมหลายคนถึงกลัวความแก่ชรา พออายุเริ่มมากขึ้น หน้าตามีริ้วรอย ก็รีบไปทำหน้าให้เด็กลง..."

เออ มัวแต่สนใจแต่หน้าตา ไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไหร่ ถูกหลอกให้เสียเงินทำสวย กินยา ผ่านั่น โปะนี่ ทำหน้าให้อ่อน แล้วสติปัญญาก็อ่อนแอไปด้วย..

"ชีวิตมันต้องเติบโต อย่างต้นไม้ คนที่มีเป้าหมายชีวิต มีอะไรที่อยากทำมากมาย คนที่ค้นพบความหมายในชีวิตแล้ว มีแต่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ต้องการหวนกลับไปอีก มีความสุขกับสิ่งอื่นๆ ไม่ใช่เอาแต่กังวลกับการยื้ออายุที่เพิ่มขึ้น อยากสต๊าฟหน้าตาให้เด็กตลอดไป

"มัวแต่พยายามสต๊าฟหน้าตาตัวเอง คนอื่นมีความสุขกับสิ่งอื่นๆที่สร้างขึ้นมา พอคนที่เอาแต่สต๊าฟหน้าตาหันมามอง ก็อิจฉาที่คนนั้นมีสิ่งนั้น... ก็เวลาที่ผ่านไป ไม่สนใจสร้างสิ่งอื่นๆ มัวแต่สต๊าฟหน้าตาตัวเอง .. ช่วยไม่ได้"

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เราทุกคนสามารถมองเห็นความสุขที่ไม่ต้องออกตามหา

ในขณะที่เรากำลังวิ่งแข่งกับเวลา วิ่งตามหาเงินกันสุดชีวิต
เพื่อเอามาจับจ่ายทุกสิ่งที่ให้ความสุข

เราเดินหน้าเต็มกำลัง คิดแต่ว่าปลายทางนี่แหละคือความสุข
จนหลงลืมไปว่าความสุขมันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย

เราอมยิ้มตอนสิ้นเดือน เมื่อได้เห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นในบัญชี
แต่บางทีเรากลับลืมยิ้มให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนออกจากบ้าน

เรารับเอาเรื่องหนักใจใส่หัวแทบทุกครั้งที่กลับบ้าน
แต่ระหว่างทาง เราแทบไม่เคยรับรู้ถึงลมเย็นๆที่พัดเข้ามากระทบหน้า

ทุกคนอยากได้ อยากมี ในสิ่งที่เรายังไม่มี และยังไม่เป็น ก็เพื่อให้มีความสุข
แล้วเราก็มีความสุขเดี๋ยวนั้น เดี๋ยวเดียว

คงน่าเสียดาย…ถ้ายังไม่เห็นความสุขจากสิ่งที่มี
เราก็คงต้องออกตามหาความสุขต่อไปโดยไม่รู้จักพอ

วันนี้เราทุกคนสามารถมองเห็นความสุขที่ไม่ต้องออกตามหา เพียงแค่รู้เท่าทันความจริงของชีวิตตามธรรมชาติ

และสัมผัสกับความสุขที่เข้าถึงได้ด้วยปัญญา แล้วเราจะพบว่า ความสุขที่แท้นั้น “อยู่ที่นี่เอง”



?????:(?`v??)??:?
ขอบคุณ : “ #ความสุขประเทศไทย ”


ธรรมชาติ แล้วเรื่องของ “คน”

ธรรมชาติ แล้วเรื่องของ “คน”

• พวกต่อต้านการเรียนรู้ เถ้าแก่ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจในวันนี้ ไม่นานก็จะกลายเป็นอดีต ทุกคนจึงต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่พนักงานบางคนไม่คิดอย่างนั้น หลายคนเป็นคนดี นิสัยดี มีอัธยาศัยเป็นที่รักของเพื่อนๆ แต่ไม่ชอบการเรียนรู้ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการรู้เรื่องอะไรใหม่ๆ เมื่อคุณพูดว่า “เราจะลองทำด้วยวิธีใหม่กัน” เขาก็ตอบด้วยรอยยิ้มใสๆ ว่า “ผมว่าวิธีเก่าก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่ครับ” ทุกครั้งไป ปีแล้วปีเล่าก็ทำอะไรเดิมๆ ไม่เรียนรู้ ไม่เติบโต ไม่ก้าวหน้า
• ขี้อิจฉา เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ไม่เหมือนกัน ความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน จึงมีศักยภาพแตกต่างกัน เงินเดือนของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน แต่ก็มีพนักงานนักประชาธิปไตยบางคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ หลายคนพึงพอใจกับรายได้ของตัวเองจนกระทั่งไปเห็นเงินเดือนของเพื่อเข้า “ทำไมหนูกับเพื่อนเรียนจบมาเหมือนกัน อายุงานเท่ากัน ทำงานเหมือนกัน หนูถึงได้เงินเดือนน้อยกว่าเพื่อนคะ ควรจะเท่ากันถึงจะยุติธรรมนะคะ” ฟังดูมีเหตุผลดี “งั้นลดเงินเดือนของเพื่อนให้เท่ากับหนูดีมั๊ย” ...........ไม่มีคำตอบ
• คนที่ไม่ได้อยากทำงานตั้งแต่แรก คนมากกว่าครึ่งเข้ามาทำงานโดยไม่ได้อยากทำงานเลย เขาสมัครเข้ามาทำงานเพราะต้องการ “เงิน” มากกว่า “งาน” ตอนที่สมัครเข้ามาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำงานอะไร พอดีตกงานไปไหนไม่รอด ไม่มีเงินใช้ เหนื่อยกับการหางาน เบื่องานเก่าอยากไปให้พ้นๆ แล้วก็ทำหน้างอ ขาดกำลังวังชาในการทำงานตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน อีกไม่นานเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็หน้างอใส่คนกลุ่มนี้......วงแตก
• เกียจคร้าน ทุกบริษัททุกองค์กรมีคนเกียจคร้าน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นอย่างไร เลี่ยงงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำงานไม่เคยทันเวลา พนักงานแบบนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรไหน
• สร้างสรรค์ผิดที่ คนบางคนชอบทำอะไรที่แตกต่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งดีดี้วยซ้ำที่ทำสิ่งแตกต่าง ทำสิ่งใหม่ ซึ่งสมียนี้เรียกว่า “นวัตกรรม” แต่พนักงานหลายคนมีความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์ เวลาบอกให้ร่างจดหมาย ก็พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบทุกครั้งที่ร่าง คิดแบบนามบัตรใหม่ทุกครั้งที่พิมพ์เพิ่ม เขาคงเข้าใจความหมายของนวัตกรรมเพียงครึ่งเดียว เพราะนวัตกรรมต้องหมายถึง “วิธีการใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ”
• ดื้อเงียบ จะว่าเป็นคนเข้าใจอะไรยากก็ไม่เชิง อธิบายทีไรคนพวกนี้ก็ดูเหมือนเข้าใจเหตุและผลทุกครั้ง แต่เวลาลงมือทำงานทีไรก็ทำอย่างเดิม ไม่ยอมเปลี่ยน ทั้งที่รู้ว่ามันมีปัญหา
• มารยาทและกาลเทศะ ทั้งสองเรื่องนี้นับเป็นสามัญสำนึกที่ต้องบ่มเพาะกันตั้งแต่เด็ก หรืออาจจะตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้มารยาทและกาลเทศะแม้จะไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายมากมายแก่บริษัท แต่สิ่งนี้เป็น “แรงเสียดทาน” ระหว่างคนที่เกิดขึ้นกับงาน เมื่อได้คนที่มีปัญหาเรื่องนี้ จะพบว่าต้องใช้พลังงานในการผลักดันงานมากขึ้น ปัญหาที่ไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้น เพียงเพราะคนไม่ชอบหน้ากันจากมารยาทที่ไม่ดีกับความไม่รู้กาลเทศะของพนักงาน

มองดูสิ ... ::ความเจริญก้าวหน้าทั้งหลายในปัจจุบัน::

มองดูสิ ... ::ความเจริญก้าวหน้าทั้งหลายในปัจจุบัน::
ใครได้ประโยชน์จากความเจริญนี้
คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือคนที่ทุกข์ที่สุด ไม่มีเวลาว่างเลย

พอเราเปลี่ยนวิถีเก่า มาเป็น...วิถีบริโภคนิยม
แค่ไม่ถึง 50 ปี เราแทบไม่เหลืออะไรเลย
พอเปลี่ยนมาอย่างนี้
มนุษย์ที่เคยทำงานแค่ปีละ 2 เดือน
ตอนนี้ต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมงตลอดทั้งปีทั้งชาติ

มันก็เลยเป็นคำถามกับตัวเองว่า
เราพัฒนาไปเพื่ออะไร เพื่อให้เราทำงานมากขึ้น
เพื่อให้ชีวิตยากขึ้น เพื่อให้เป็นทุกข์มากขึ้น

สมัยก่อนหรือวิถีตะวันออก
เขาพัฒนาไปเพื่อความสุข เพื่อความง่าย
ทุกอย่างคิดขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตมันง่าย
ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่คิดขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตมันยาก

?

-โจน จันได

ว่าด้วยสำนึกในส่วนรวม

ว่าด้วยสำนึกในส่วนรวม

"คนโง่" คิดแต่เรื่องส่วนตัว

"คนฉลาด" คิดแต่เรื่องส่วนรวม

"คนมีปัญญา" คิดแต่เรื่องคุณธรรม

คนที่รู้เรื่องกรรมดีที่สุด คือตัวเราเอง
คนที่แก้กรรมได้ที่ที่สุด คือตัวของเรา
การ "แก้กรรม" ต้องทำด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม
ไม่ใช่ด้วยพิธีกรรมแปลกๆ

ว. วชิรเมธี

บริหารคน Gen Y ให้ดี งานเดินไม่มีสะดุด

บริหารคน Gen Y ให้ดี งานเดินไม่มีสะดุด

เมื่อในบริษัทมีคน Gen Y (คนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 – 2543) เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เป็นคน Gen X จึงมักมีช่องว่างระหว่างวัยทำให้การประสานงานไม่ราบรื่น ไม่เข้าใจกัน HR จึงต้องหาวิธีในการบริหารคน Gen Y อย่างถูกวิธี เพื่อให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร และต้องปฏิบัติต่อพวกเขาแบบไหน
1. คน Gen Y ชอบงานที่แปลกใหม่ท้าทาย
Gen Y ตอนต้นที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาระดับหนึ่งจะเริ่มมองหาความท้าทายใหม่ ๆ หากงานที่ทำเริ่มย่ำอยู่กับที่ ไม่ก้าวหน้า แน่นอนว่า
คนกลุ่มนี้จะเริ่มเบื่อและมองหางานใหม่ที่ให้โอกาสเขาได้พบเจอกับความท้าทายที่เขาต้องการ เช่น งานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีลูกน้อง ได้เรียนรู้งานบริหารมากขึ้นไม่ใช่แค่งานเฉพาะหน้าของตนเองอีกต่อไป การบริหารคนกลุ่มนี้จึงควรออกมาในรูปแบบการมอบหมายงานแปลกใหม่ท้าทายความสามารถ
ส่งเสริมพนักงานที่มีศักยภาพก้าวขึ้นสู่ระดับอาวุโส และผู้จัดการ เป็นต้น ส่วน Gen Y ตอนกลางที่เพิ่งเป็นน้องใหม่ไฟแรง เขาจะรู้สึกสนุกเมื่อได้รับมอบหมายงานที่หลากหลาย ได้สลับไปทำนั่นทำนี่ หรือทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
2. คน Gen Y ต้องการทราบฟีดแบ็กผลงานของพวกเขา
คน Gen Y เป็นกลุ่มคนที่มีความมั่นใจ ชอบที่จะเสนอแนวทางในการทำงานของตนเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องการความชัดเจนในการทำงาน ต้องการได้รับฟีดแบ็กเกี่ยวกับผลงานของตนโดยเร็ว ยิ่งพวกเขาเกิดมาในยุคของเทคโนโลยีที่ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด การรอคอยอะไรนาน ๆ เป็นสิ่งที่คน Gen Y ไม่ชอบเลย ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ควรรอช้าที่จะติชมผลงาน และให้คำแนะนำพวกเขาด้วยความจริงใจ นอกจากนี้ควรให้เขารู้ว่างานของเขามีความสำคัญต่อบริษัทอย่างไร คน Gen Y ก็พร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและเป็นที่ยอมรับ และเมื่อเขาทำผลงานได้ดีแล้ว เขาก็เชื่อว่าจะต้องได้รับผลตอบแทนในทางใดทางหนึ่งเช่นกัน
3. คน Gen Y ไม่ชอบให้เข้มงวดกับพวกเขามากเกินไป
การจัดสมดุลชีวิตและงานของคน Gen Y ไม่เหมือนคนกลุ่มอื่น พวกเขาจะไม่แยกงานและกิจกรรมทางสังคมออกจากกัน เพราะฉะนั้น เขาอาจลาออกได้ง่าย ๆ เพียงเพราะบริษัทห้ามไม่ให้ใช้คอมพิวเตอร์ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน ห้ามแชท ห้ามใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก คน Gen Y ชอบ บรรยากาศการทำงานที่สนุกสนานมีสีสัน กระตุ้นต่อมครีเอทีฟของพวกเขา หากบริษัทเข้าใจคนกลุ่มนี้ และให้อิสระแก่พวกเขาภายใต้กรอบที่ไม่บีบรัดจนเกินไป ทำให้พวกเขามีความสุขในการทำงาน เชื่อว่าพวกเขาจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้แก่บริษัทได้อย่างแน่นอน
ที่มา jobsDB

เก่งไม่กล้ว...กลัวทัศนคติแย่

เก่งไม่กล้ว...กลัวทัศนคติแย่

"We hire attitudes" เป็นสิ่งที่ระบุไว้ในองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่าง Southwest Airlines และ Chrysler เป็นต้น มันแปลว่าหากจะคัดเลือกใครสักคนให้ทำงานกับเรา สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่ต้องมองหาคือ "ทัศนคติ" ของคนนั้น เพราะว่าองค์กรมีพนักงานที่มีทัศนคติที่ดี มีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ มีการเปิดกว้างทางความคิดต่อสิ่งใหม่ๆ รวมถึงมองหาหนทางสู่การเป็นเลิศย่อมให้ผลงานที่แตกต่างจากองค์กรที่มีคนเก่งๆ เต็มไปหมดแต่ไม่มีไฟสำหรับทำเรื่องดีดี

ทัศนคติเป็นเรื่องที่วัดได้ยากและใช้เวลา แต่หากเราค้นพบแล้วก็ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่สุด คนที่มีทัศนคติดี...หากมาร่วมทำงานกับองค์กรจะส่งผลให้ทั้งคนและองค์กรได้ประโยชน์ร่วมกัน คนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและเกิดผลงานที่ดี ส่วนองค์กรก็ได้รับผลงานที่ดีตรงตามที่คาดหวัง ลดต้นทุนในการลองผิดลองถูกคัดคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนที่มีทัศนคติที่ดีจะเป็นฝ่ายอาสาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับองค์กรในระยะยาวเองโดยที่ไม่ต้องร้องขอ เว้าวอนให้เหนื่อย

Attitude is everything !!
ทัศนคติจึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่ใช่เพียงแค่ความคิดหรือมุมมองเฉพาะตัว แต่มันยังเป็นตัวกำหนดการตอบสนองของบุคคลต่อสิ่งต่างๆ ในอนาคตด้วย

เลือกคนครั้งต่อไป...โปรดพิจารณา "ทัศนคติ" อย่างแรง !!!
แล้วจะ WIN WIN

...

?????:(?`v??)??:?
ขอบคุณ : “ #Business_link_เชื่อมช่อง "

ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน 43 ทำตามรอยพระยุคลบาท5 - โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul


ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน 43 ทำตามรอยพระยุคลบาท5  -  โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul  
ในหลวงในดวงใจ43 ทำตามรอยพระยุคลบาท5
ช่วง"ในหลวงในดวงใจ" ตอน43 (ทำตามรอยพระยุคลบาท) ในรายการวิทยุรักพ่อ โดย ธิดา เวียงสมุทร (Thida Weangsamoot) และ มะลิวัลย์ กี้วิริยะกุล (Maliwan Pukka Keewiriyakul)
- เรื่องเล่าในหลวง, ขลุ่ยบรรเลงเพลงใกล้รุ่ง
- หลักธรรม ทำตามรอยพระยุคลบาท ตอน หลัก 10 ประการตามรอยพระยุคลบาท
- ๙ คำพ่อสอน
- บทกวีปิดท้าย
http://www.youtube.com/watch?v=zM8TjIjtvE0



(6) ด้ามขวานทอง: สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร

(6) ด้ามขวานทอง: สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร
พระเมตตาดั่งสายธาร ตอนที่ 6
สารคดีเฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าสิริกิติ์ ๘๐ พรรษา ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร ตอนที่ 6 ด้ามขวานทอง
เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๒ ในหลวงและพระราชินีได้เสด็จเยี่ยมราษฎร์ทา?งภาคใต้ พระองค์ท่านทรงให้ความสนใจความเป็นอยู่และ?ให้ความสำคัญกับศาสนาอิสลาม ครั้นเมื่อเสด็จไปตามที่ต่างๆราษฎร์ได้นำข?องพื้นบ้านมาถวายให้ พระราชินีได้เล็งเห็นว่าสิ่งของพื้นเมืองข?องชาวใต้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นนี้จะเป็นอา?ชีพเสริมที่ดีของชาวใต้ จึงได้จัดตั้งโครงการพระราชดำริต่างๆ ขึ้นมาจนถึงวันนี้
http://www.youtube.com/watch?v=7pJHpnl5kqA