++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

ถ้ารู้สึกว่าตัวเอง ทำอะไรแล้วมักหยุดกลางคันก่อนจะสำเร็จ


ถ้ารู้สึกว่าตัวเอง ทำอะไรแล้วมักหยุดกลางคันก่อนจะสำเร็จ หรือได้เงินมา แล้วมักทำให้เงินหมดไป ให้สำรวจว่า ในใจของเราติดค้างอะไร อนุญาตให้ตัวเองสร้างชีวิตที่มั่นคง และมีความสุข เพื่อคนที่เรารักและตัวเราเอง

ปัจจุบันเป็นผลของสิ่งที่เราคิดและทำในอดีต อยากเปลี่ยนอนาคต เปลี่ยนสิ่งที่เราคิดและทำในปัจจุบัน
จะเอาคืนใครให้เริ่มที่เอาชีวิตตัวเองคืนมา



εїз︷‧:(¯`v´¯)︷‧:✿
Thk U K.#เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง

5 อุปนิสัยของคน IQ > 160 พวกนี้


5 อุปนิสัยของคน IQ > 160 พวกนี้ (อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, บิลล์ เกตส์, โทมัส เอดิสัน, เบนจามิน แฟรงคลิน, บีโธเฟน)

1. มีเป้าหมาย - ถ้าไม่ตั้งเป้าหมายแล้วเมื่อไหร่จะรู้ว่าสำเร็จ ดังนั้น คุณมีเป้าหมายอะไร..อย่าแค่คิดในใจ..เขียนมันออกมา..แล้วป่าวประกาศให้ทุกคนรู้

2. มีความมุ่งมั่น - ล้มเหลวแค่ไหนก็ไม่ล้มเลิก เสาะหาทุกวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

3. เป็นนักอ่าน - การอ่านหนังสือที่หลากหลายเยอะๆ นอกจา...กทำให้เรามีหูตากว้างไกลแล้ว ยังจะช่วยให้เรามีสมาธิ และเป็นคนที่คิดวิเคราะห์ได้หลากหลายแง่มุมอีกด้วย

4. มีวินัยในตนเอง - แน่หละ การที่จะประสบความสำเร็จมันไม่ง่าย กิจกรรมที่จะต้องทำเพื่อการนั้นก็คงไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ และการจะทำมันได้อย่างต่อเนื่องนั้น ถ้าขาดวินัยนั้นไซร้ ก็คงยากที่จะคงสภาพความมุ่งมั่นนั้นไปตลอดได้

5. เป็นคนรู้คิด - รู้ว่าเรารู้/ไม่รู้อะไร มีจุดดี/ข้อเสียอย่างไร แล้วปรับกระบวนความคิดและการกระทำให้ใช้จุดดี/แก้จุดอ่อนของตัวเองเป็น (ยกตัวอย่างแบบชาวบ้านก็คือ ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองกินเหล้าแล้วชอบทำเรื่องเสียหาย ก็หลีกเลี่ยงไม่กินเหล้าเสียตั้งแต่แรก เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม)

ที่มา อ.ธนกร สอนการตลาดออนไลน์

ฟังรายการวิทยุรักพ่อ ตอนที่ 115 รักพ่อ รักในหลวง โดย กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติ - เทิดทูนเหนือหัว



รายการรักพ่อ115 เทิดทูนเหนือหัว

พบกับสารคดีพระเมตตาดั่งสายธาร ตอน คืนชีวิตสู่สายน้ำ, ดอกไม้แห่งอันดามัน, 4 คำถามกับดีเจปลาพยูน, ช่วงทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว,

http://www.youtube.com/watch?v=yedXBtEdVCk


มาแล้วครับรายการรักพ่อ ช่วยสายต่อ ให้ระบือ ส่งสื่อสาร
เหมือนคนที่มีจิตร่วมกัน ร่วมปกป้องสถาบัน ให้มั่นคง
ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ขอนำท่านผู้ฟังเข้าสู่รายการรักพ่อ

รายการวิทยุดีๆที่ตั้งใจทำในแนวจิตอาสา
ผู้ดำเนินรายการ : สุเวศน์ ภู่ระหงษ์
ทีมงาน ห้องบันทึกเสียง สิงหา ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี
- กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติ

15 อย่างที่ต้องจำ ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ




1. จำความสำเร็จเดิมๆ - มันเป็นเชื้อเพลิงแห่งแรงจูงใจที่คุณจะฮึดต่อ (โดยเฉพาะในยามท้อถอย)

2. จำไว้ว่าต้องวางแผนล่วงหน้า - เพื่อปูทางสะดวก และสามารถรับมือกับอุปสรรค
...
3. จำว่าต้องทำในสิ่งที่เรารัก - เมื่อไหร่เราทำสิ่งที่เรารัก สิ่งนั้นจะไม่ใช่งานหรือภาระอีกต่อไป คุณจะมีพลังเหลือล้น

4. อย่าลืมว่าคุณอาจผิดพลาดบ้าง - ไม่มีใครไม่เคยล้มเหลวมาก่อน ยกเว้นว่าคุณอยู่เฉยๆ และไม่มีเป้าหมาย/ลงมือทำอะไรสักนิด

5. จำความผิดพลาดครั้งก่อนๆ - จำเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่จำเพื่อแค่ช้ำใจ

6. อย่าลืมเตรียมตัวสำหรับกรณีร้ายๆ - ระลึกไว้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ประเมินว่าจุดเลวร้ายสุดๆ ระหว่างทางสู่ความสำเร็จอาจมีอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวป้องกัน/แก้ไขได้ทันท่วงที

7. จำไว้ว่าเวลาไม่คอยใคร - ควรใช้เวลาอันมีค่าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

8. อย่าลืมตั้งเป้าหมาย - ต้องเป็นเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม 'วัดได้' และ 'ไม่ไกลเกินเอื้อม' ถ้าเป้าหมายใหญ่ ให้แตกเป็นเป้าหมายเล็กๆ ระยะสั้น

9. จำไว้ว่าต้องมีวินัยในตัวเอง - อย่าปล่อยให้ความสุขระยะสั้นมาบั่นทอนความสำเร็จไปทีละนิด

10. จำไว้ว่าทุกทางเลือกมีความเสี่ยง - ไม่มีขาวกับดำ ส่วนใหญ่เทาๆ ให้ประเมินความเสี่ยงของทุกทางเลือกอย่างรอบคอบ

11. มีเป้าหมายแล้วอย่าลืมวัดความคืบหน้าไปตลอดทาง - ไม่งั้นจะรู้ได้ไงว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

12. จำไว้ว่าต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ - ไม่ว่าจะเป็นการขอความช่วยเหลือจากคนอื่น การไหว้วาน การสั่งงาน การฝึกสอน นี่เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้ที่ประสบความสำเร็จ

13. จำไว้เลยว่า 'คุณต้องเชื่อในตัวเอง' - ถ้ายังไม่เชื่อมั่นในตัวเองแล้วใครจะเชื่อ

14. อย่าลืมว่าเราต้องปรับตัวอยู่เสมอ - สิ่งแวดล้อม สถานการณ์ และเงื่อนไขภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ คนที่ปรับตัวได้ดีเท่านั้นจึงจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดล้มเหลวระหว่างทางได้

15. อย่าลืมขอความช่วยเหลือคนอื่นบ้าง - ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด อย่ากลัวที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ มันเป็นทางลัด
ที่มา อ.ธนกร สอนการตลาดออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

3 บทเรียน ที่ สตีฟ จ็อบส์ สอนคุณได้

3 บทเรียน ที่ สตีฟ จ็อบส์ สอนคุณได้

1. คาดหวังกับตัวเองและคนอื่นๆ ให้มากเข้าไว้
เราเคยได้ยินเรื่องสตีฟดุด่าพนักงาน แต่ประเด็นก็คือ สตีฟใส่ใจกับเนื้องานมากๆ เขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดจากทีมงานและตัวเขาเอง ถ้าใครไม่สนใจล่ะก็ สตีฟก็ไม่อยากได้ทำงานด้วย นั่นเป็นสาเหตุให้มีแต่คนเก่งๆ ทำงานกับเขา เพราะมีแต่คนเก่งเท่านั้นที่จะใส่ใจรายละเอียดทุกประการ

2. ทำงานกับคนเก่งๆ
มีคำพูดบอกไว้ว่า ถ้าคุณเก่งแค่ระดับ "B" คุณจะจ้างคนระดับ "C" เพราะไม่อยากให้ใครฉลาดกว่า แต่ถ้าคุณอยู่ระดับ "A" คุณจะจ้างคน "A+" เพราะคุณต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แม้ตอนที่สตีฟออกจากแอปเปิ้ล มูลค่าหุ้นของบริษัทก็ยังไม่ร่วง นั่นเป็นเพราะสตีฟจ้างทีมบริหารเก่งๆ เอาไว้นั่นเอง

3. คิดให้เหนือกว่าทุกคน เคยมีคำกล่าวว่า
ถ้าคุณอยากจะขายของ คุณต้องรู้ว่าลูกค้าอยากได้อะไร แต่สตีฟบอกว่า ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากได้อะไร ยิ่งถ้าเป็นของที่พวกเขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักมาก่อน สตีฟพิสูจน์ข้อนี้แล้วกับ iPad ที่คนทั่วโลกต้องตะลึง "พวกเราใช้ชีวิตกันมาก่อนหน้านี้โดยไม่มี iPad ได้ยังไงเนี่ย" และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท

ที่มา www.sanook.com

กฎของเวลา...

กฎของเวลา...

กฎของกระจก คือการสะท้อนกลับมา … แต่กฎของเวลา คือการไม่ย้อนกลับไป

เวลา ไม่เคยพูดอะไรกับเรา แต่ กลับให้อะไรเรา ได้มากกว่าคำพูด

เวลา…ไม่ได้ทำให้เรา รักกันมากขึ้น แต่เวลา…ทำให้เรารู้ ว่าเรารักกันหรือเปล่า

เวลา ไม่อาจจะรักษาทุกสิ่ง.. แต่การยอมรับความจริงจะรักษาทุกอย่าง

อย่ามัวเสียดายเวลา...แต่ให้เสียดายน้ำตาตัวเองบ้าง

อย่ามอง “ความจริงใจ” เพียงผ่านตา แต่ให้ “เรียนรู้” ด้วย เวลา..ที่ผ่านไป

อย่าบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เพราะการ นอกใจมันต้องใช้ เวลา

อย่ามีชีวิตเหมือน เข็มนาฬิกา ถึงจะเดินไปข้างหน้า แต่ก็วนกลับมาที่เดิม

ทุกคนมีเวลาเท่ากัน อยู่ที่จะใช้มันอย่างไร

คนที่บอกว่าไม่มีเวลา คือคนที่ใช้เวลาไปกับบางสิ่งแล้ว

9 วิธี ฟิตสมองและความจำ



รู้หรือไม่ การใช้ชีวิตแบบเดิม ทำกิจกรรมซ้ำเดิมอยู่ทุกวัน ทำให้ใช้เพียงแค่ประสาทส่วนเดิม ส่งผลให้ลดทอนประสิทธิภาพของเซลล์ประสาทส่วนอื่น จนเป็นเหตุให้เกิดภาวะสมองเสื่อมในวัยชราได้
เรามีเทคนิคจาก ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ ซีแคทซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา ชาวอเมริกัน ที่มีแนวคิดการบริหารสมองแบบ "นิวโรบิกเอ็กเซอร์ไซส์" โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อสมองหลาย ๆ ส่วนให้ขยับและตื่นตัวจากการทำกิจกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ไปดูกันเลยว่าเทคนิคที่ ศ.ลอเรนซ์แนะนำ มีอะไรบ้าง
1. รับรสสัมผัสใหม่ ๆ หลับตาอาบน้ำเปิดฝักบัว ปรับตามความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสความรู้สึก หลับตาเลือกชุดที่จะใส่ การฝึกใช้มือและนิ้วในการแยกความแตกต่างของผิวสัมผัสของสิ่งของ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้สมองสร้างและขยายเครือข่ายของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสได้ดี
2. เปลี่ยนชนิดของอาหารในแต่ละวันและแต่ละมื้อ กลิ่นและรสชาติของอาหารที่แปลกจากเดิม เช่น อาหารอินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม ฝรั่งเศส จะทำให้สมองรู้สึกเหมือนไปท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่นั้นด้วย หรือเปลี่ยนเมนูอาหารที่ทานเป็นประจำทุกวัน หรือลงมือทำอาหารเอง ก็จะช่วยประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งหลากหลาย ไม่จำเจ
3. เปลี่ยนความถนัดส่วนตัว ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัดมากิจกรรมต่าง ๆ ดูบ้าง เช่น ปกติเขียนหนังสือมือขวา ก็เปลี่ยนเป็นมือซ้ายบ้าง เพื่อเป็นการกระตุ้นสมองอีกด้านให้ทำงานมากขึ้น
4. ทำกิจกรรมใหม่ ๆ ทุกวันไม่ให้ซ้ำแบบเดิม เช่น เปลี่ยนลำดับการทำกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น ถ้าปกติอาบน้ำก่อนกินข้าวเช้า ก็ให้เปลี่ยนเป็นกินข้าวก่อน แล้วค่อยไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ฟังรายการวิทยุ ดูทีวี หรืออ่านหนังสือที่ปกติไม่อ่าน จะช่วยให้สมองสามารถทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ จุดประกายความคิดใหม่ ๆ ได้
5. มีเซ็กซ์ ออกกำลังสมอง ใครคิดว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องของกามารมณ์แต่เพียงอย่างเดียว ขณะมีเซ็กซ์ ประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายจะถูกกระตุ้นในวงจรสมอง รวมทั้งวงจรที่รับรู้เรื่องอารมณ์ด้วย

6. เปลี่ยนเส้นทางใหม่ ๆ เช่น เดินไปในที่ไม่เคยเดิน หรือเดินทางที่ ๆ ไม่เคยไป อาจเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน จะช่วยให้สมองของคุณได้คิดและมีโอกาสพบกับสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
7. เสริมความจำด้วยกลิ่น ขณะอ่านหนังสือหรือพูดโทรศัพท์ ให้สูดดมน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นมินต์ หรือกลิ่นมะนาว จะช่วยกระตุ้นสมองให้จดจำรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น
8. เพลินกับเสียงสุนทรีย์ อ่านหนังสือแบบออกเสียงให้เพื่อนหรือคนใกล้ชิดฟังแล้วสลับบทบาทกัน ลองเป็นผู้ฟังบ้าง เพราะขณะอ่านออกเสียงร่างกายจะใช้วงจรในสมองคนละส่วนกับวงจรที่ใช้ขณะอ่านในใจ นั่นคือ การอ่านออกเสียง สมองทั้งซ้ายและขวาจะกระตุ้นสมองชั้นนอกซีรีเบลลัมจะทำงานไปพร้อมกัน ขณะที่อ่านในใจจะกระตุ้นสมองชั้นนอกซีกซ้ายเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ส่วนการฟัง สมองชั้นนอกจะได้รับการกระตุ้นทั้งซีกซ้ายและขวา
9. ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เช่น จัดบ้าน จัดสวน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ พบปะผู้คนใหม่ ๆ สมองซีกซ้ายจะพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ในแต่ละวันเรายังสามารถออกกำลังสมองได้ด้วยการคิดเลขคำนวณแบบง่าย ๆ คะเนระยะทาง เล่นหมากรุก หมากล้อม สแครบเบิลต่าง ๆ เกมโซดูกุ ต่อจิ๊กซอว์ เกมเสริมทักษะความคิดเหล่านี้ จะกระตุ้นให้สมองทำงานและมีการพัฒนาตลอดเวลา ลดภาวะการเกิดอัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อมในวัยสูงอายุได้
แค่นี้ ไม่ว่าจะคิดอะไร ก็จะมีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ

คนที่ความคิดว่าทรมานเด็กก็มี

คนที่ความคิดว่าทรมานเด็กก็มี คนที่คิดว่าสาธุพระท่านสอนเด็กได้ดีมากเลยก็มี ขนาดสัปหงกยังใช้ความอดทนนั่งอยู่ เด็กทั่วไปจะไม่ทำอย่างนั้น เด็กทั่วไปร้องไห้แล้วไม่นั่นแล้ว เจ้ากรสัปหงกแต่ยังอดทนนั่งต่อไป เราฝึกเขามาแบบนี้แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร สวยงามไหม?
เพราะฉะนั้นการมองว่าเป็นการทรมานๆ คนส่วนมากที่อาจเป็นการทรมาน ก็พากันตามใจลูก แล้วเป็นอย่างไงเดี๋ยวนี้ลูกติดยา ลูกติดเกม ทีนี้ถูกลูกทรมานบ้างแล้ว ฉะนั้น อาจารย์ทรมานตั้งแต่เด็กๆ ดีกว่าที่จะต้องทรมานตอนโต
/.....ท่านอาจารย์อำนวย จิตตสังวโร วัดป่ามณีกาญจน์

วัฒนธรรมองค์กรกับความสำเร็จ


ทุกองค์กรจะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กรกำกับอยู่ เข้าไปทำงาน วันแรกๆ อาจจะไม่รู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ว่านั้นคืออะไร
จอห์น พี. คอตเตอร์ กูรูด้านวัฒนธรรมองค์กร จากฮาร์เวิร์ด บิสสิเนสสคูล กล่าวว่า วัฒนธรรมองค์กรต้องดำเนินการเกี่ยวกับวิถีปฏิบัติของกลุ่มหรือวิถีปฏิบัติดั้งเดิมของความประพฤติที่คนกลุ่มหนึ่งได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง วิถีปฏิบัติของกลุ่มนี้ไม่เพียงเกิดซ้ำของแพ็ทเทิร์์นพฤติกรรมที่เห็นได้ ในกลุ่ม ทว่าเป็นการกระทำที่ถูกตอกย้ำจากทุกคนโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่จะกลายเป็น ‘เชิงวัฒนธรรม' ก็ต่อเมื่อสมาชิกคนหนึ่งคนใดในกลุ่มประพฤติในวิถีปกติ สมาชิกคนอื่นๆ จะกระทุ้งเขาหรือเธอผู้นั้นให้กลับไปสู่วิถีปฏิบัติเดิมซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับลึก วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณค่าร่วมที่อยู่ภายในระหว่างกลุ่มคน เกี่ยวกับว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ
อะไรคือสิ่งที่ดี และอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง โดยปกติแล้วคุณค่าเหล่านี้สอดคล้องกับวิถีปฏิบัติของกลุ่ม อาจกล่าวได้ว่า วิถีของพฤติกรรมได้สะท้อนคุณค่า และคุณค่าก็มีแนวโน้มสะท้อนวิถีของพฤติกรรม ดังนั้น วัฒนธรรมองค์กร Represent แพทเทิร์นของพฤติกรรมหรือสไตล์ขององค์กร ซึ่งพนักงานที่เพิ่งเข้าทำงานวันแรกต้องปฏิบัติตามโดยอัตโนมัติ พนักงานต้องหมั่นสังเกตให้ดีว่าวัฒนธรรมองค์กรแบบไหนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่สามารถละเมิด และวัฒนธรรมไหนเป็นเพียงเรื่องผิวเผิน ถ้าไม่รู้จักวางตัวในบริษัทที่มีวัฒนธรรมเข้มข้น ก็อาจจะทำให้บัณฑิตใหม่ไม่สามารถเข้ากับรุ่นพี่ได้ หากไม่มีความอดทน ก็อาจต้องกระเด็นไปจากองค์กร ก่อนจะพ้นโปร (Probation) ด้วยซ้ำไป
ดังนั้น ศึกษาให้ดีวัฒนธรรมไหนเป็น ‘String Culture' อันไหนเป็น ‘Soft Culture'ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครเตือนว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด แต่ผมขอเตือนครับ
เรื่อง: ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย (twitter.com/mktmag)
คอลัมน์: Get Ahead, GM Biz #27