Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556
"ตะลิงปลิง"... ประโยชน์ตั้งแต่รากไปถึงผล
ตะลิงปลิงเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่หาทานได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะหา ซึ่งตะลิงปลิงนี้จะมีรสชาติที่เปรี้ยวมาก บางคนรู้สึกว่ามันเปรี้ยวกว่ามะนาวเสียอีก ตะลิงปลิงเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์เยอะแยะมากมายตั้งแต่รากไปยันผลก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งนั้น ซึ่งคนเฒ่าคนแก่จะรู้จักกันเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นยาสมุนไพรที่หาได้ง่ายชนิดหนึ่งกันเลยทีเดียว เราไปดูสรรพคุณของตะลิงปลิงกันเลยค่ะ
เริ่มจากราก รากของตะลิงปลิงสามารถนำมาตากแห้งแล้วชงกับน้ำร้อน เพื่อใช้ดื่ม เป็นยาแก้ไข้ แก้ร้อนใน สามารถรักษาโรคไขข้ออักเสบได้ และยังรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงทวารได้ และถ้านำรากตะลิงปลิงมาตำให้แหลกใช้ทาผิว จะทำให้สิวยุบเร็ว แก้โรคคางทูม และแก้คันได้
ใบของตะลิงปลิง ลักษณะจะคล้ายกับใบมะยม มีสรรพคุณเป็นยาไทยแท้ ถ้าดื่มน้ำต้มใบตะลิงปลิง สามารถช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบและซิฟิลิสได้ และถ้านำใบตะลิงปลิงมาตำสามารถพอกรักษาโรคข้ออักเสบ คางทุม และแก้คันได้
ดอกของตะลิงปลิง ก็สามารถนำมาชงกับน้ำดื่ม เป็นยาแก้ไอได้อย่างดีทีเดียว
ผลของตะลิงปลิง ลักษณะจะคล้ายกับมะดัน สามารถกินได้สดๆ เป็นยาบำรุงกระเพาะ ช่วยให้เจริญอาหาร ลดไข้ แก้ไอ ลดเสมหะ รักษาริดสีดวงทวารได้ และถ้ากินผลตะลิงปลิงกับพริกไท ก็ยังสามารถช่วยขับเหงื่อ และลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ในน้ำของตะลิงปลิงยังมีสารที่เรียกว่า เอทานอล ที่สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด และลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้ดี สามารถนำมาปรุงอาหารแทนน้ำมะนาวให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้ ส่วนสารสกัดจากใบตะลิงปลิงก็เป็นยาที่ช่วยรักษาผื่นคันให้หายได้เร็วอีกด้วย
ชื่ออื่นๆ : มะเฟืองตรน, หลิงปลิง(ใต้), กะลิงปริง ปลีมิง ลิงปลิง ลิงปลิง (ระนอง) มูงมัง (เกาะสมุย) บลีมิง (มาเลย์-นราธิวาส)
ลักษณะ :
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 – 10 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก เปราะหักง่าย เปลือกต้นมีสีชมพู ผิวเรียบมีขนนุ่มปกคลุมตามกิ่ง ใบประกอบแบบขนนก ก้านใบหนึ่งประกอบด้วยใบย่อย 11 - 37 ใบ ใบย่อยรูปหอก ปลายใบแหลม โคนมน จะเรียงจากขนาดเล็กไปหาขนาดใหญ่ ที่โคนจะมีขนาดเล็ก ใบกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2 - 5 เซนติเมตร มีสีเขียวอ่อนมีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่ ออกดอกเป็นช่อหลายช่อ ตามลำต้นหรือกิ่ง ในแต่ละช่อมีความยาวไม่เกิน 6 นิ้ว ดอกมี 5 กลีบ สีแดงเข้ม กลีบเลี้ยง 5 กลีบเช่นกัน สีเขียวอมชมพู ดอกมีกลิ่น เกสรกลางดอกมีสีเขียว ผลกลมยาวปลายมน ผลยาว 4-6 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร เป็นพูตามยาว ผิวเรียบมีสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีเหลือง เนื้อเหลว ออกเป็นช่อห้อย รศเปรี้ยว เมล็ดแบน
คุณค่าทางอาหาร.....
ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม ของผลตะลิงปลิง มีน้ำเป็นองค์ประกอบ 92.5 กรัม ในพลังงาน 27 กิโลแคลลอรี่ มีไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรท 6.3 กรัม เส้นใย 0.6 กรัม โปรตีน 0.6 กรัม แคลเซียม 5 มิลลิกรัม เหล็ก 0.6 มิลลอกรัม วิตามินเอ 175 Internation Unit วิตามินบี 1 0.02 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 35 มิลลิกรัม
ประโยชน์
ตะลิงปลิงเป็นพืชที่เป็นทั้งอาหารและยาโดยผลซึ่งมีรสเปรี้ยวจัดนั้นเกิดจากมีวิตามินซีที่สูงมาก นอกจากนั้นยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี1 บี2 ไนอะซิน และโปตัสเซียมออกซาเลท ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านต้องการปรุงแต่งรสอาหารให้มีรสเปรี้ยวก็สามารถใช้ผลตะลิงปลิงได้ เช่นใช้ปรุงรสในแกงคั่ว ต้มยำ หรือนำไปทำเป็นผลไม้ หรือผลไม้แช่อิ่มและผมไม้แห้งก็ได้ นอกจากท่านผู้อ่านจะได้อาหารที่มีรสชาติถูกปากแล้วยังได้คุณค่าของสารอาหารมากมายที่มีในผลตะลิงปลิงอีกด้วยค่ะ
นอกจากจะใช้ปรุงแต่งรสชาติแล้วตามตำรายาแผนโบราณยังนำผลตะลิงปลิงไปใช้รักษาอาการ ไอ ละลายเสมหะ โรคลักปิดลักเปิด (เลือดออกตามไรฟัน) ฟอกโลหิต ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านสนใจจะลองใช้ผลตะลิงปลิงเพื่อรักษาอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็สามารถนำผลตะลิงปลิงสดไปล้างให้สะอากแล้วนำไปคั้นเอาแต่น้ำมาจิบทีละนิด ซึ่งน้ำที่ได้จะเปรี้ยวมาก ดังนั้นอาจต้องผสมน้ำต้มสุก หรือใส่เกลือและน้ำตาลเล็กน้อย เพื่อปรุงแต่งเป็นน้ำผลไม้
พ่อแม่เลี้ยงบวก : อ่านไม่ออก
===============
น้องเอม : เค้าไม่ได้โง่ซักหน่อย!
น้องฝ้าย : โง่สิ! อยู่อนุบาล3 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออกอีก
แม่น้องฝ้าย : อุ๊ยฝ้าย! อย่าไปว่าเอมอย่างนั้นซิลูก เอ่อ....เอมยังอ่านหนังสือไม่ออกอีกเหรอคะ? ฝ้ายอ่านได้ จ๋อยๆแล้วนะคะ (น้ำเสียงภูมิใจ)
แม่น้องเอม : โรงเรียนเขาส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เน้นให้เด็กเรียนผ่านการเล่นค่ะ เตรียมความพร้อมก่อนขึ้นชั้นประถมน่ะค่ะ
แม่น้องฝ้าย : ลูกอ่านหนังสือไม่ออก ไม่กลัวตามคนอื่นเขาไม่ทันเหรอคะ?
แม่น้องเอม : ก็เคยกังวลเหมือนกันค่ะ ตอนตัดสินใจให้คนพี่เรียนแนวเตรียมความพร้อม ยิ่งเจอลูกญาติๆอ่านหนังสือได้แต่ลูกเราอ่านไม่ได้ก็ไม่ค่อยมั่นใจ พอขึ้นประถมลูกแสดงความพร้อมว่าอยากอ่านแล้ว ทีนี้อ่านใหญ่เลยค่ะ จนป. 3 นี่ก็อ่านคล่อง อ่านพ็อคเก็ตบุ้คหนาๆได้เป็นเล่มๆเลยค่ะ
น้องฝ้าย : แล้วเอมมีการบ้านเยอะมั้ย?
น้องเอม : ไม่มี
น้องฝ้าย : ของเค้าเยอะมาก ทำซะมือหงิกเลย
น้องเอม : ครูก็ให้เล่น สอนทำของเล่น ได้ตัดกระดาษ ทำขนมด้วย วาดรูป ร้องเพลง ฟังนิทาน แล้วก็ได้ปลูกข้าวด้วยนะ
น้องฝ้าย : น่าสนุกจังเลย! แม่หนูอยากไปเรียนโรงเรียนเอม (รบเร้า)
แม่น้องฝ้าย : อย่าเลยลูก โรงเรียนไม่สอนอ่านไม่มีการบ้าน จะฉลาดได้ไง?!? ได้เวลาเรียนพิเศษเตรียมสอบเข้าป.1แล้ว ไปเถอะลูก!
หมอเหมียวชวนคุย
พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าถ้าลูกวัยอนุบาลอ่านออกเขียนได้เร็วคือเด็กฉลาด การเร่งสอนวิชาการ เน้นเรียนเขียนอ่านอย่างเคร่งครัด เป็นการบั่นทอนศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กอนุบาลที่ต้องการการฝึกทักษะการคิด ฟัง สังเกต ใช้มือ ผ่านกิจกรรมการเล่น ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริงในเด็กค่ะ
ยิ่งเล่นยิ่งฉลาด
มีงานวิจัยเห็นสรุปพ้องต้องกันว่า การเล่นช่วยพัฒนาสมอง โดยเฉพาะสำหรับเด็กในช่วง 0 – 6 ปี เพราะทุกครั้งที่เด็กได้เล่นและใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เซลล์สมองของเด็กประมาณหนึ่งแสนล้านเซลล์จะมีการเชื่อมโยงเส้นใยประสาทเป็นเครือข่ายมากขึ้นกว่าเดิมถึง 25 เท่า ส่งผลให้เด็กมีความสามารถในการคิดและการเรียนรู้ที่ดี ยิ่งเด็กได้เล่นอย่างหลากหลายและเพียงพอ ก็จะยิ่งทำให้การเชื่อมโยงของเส้นใยประสาทมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น สมองเด็กก็พัฒนาได้ดีขึ้น
การที่เด็กชอบวิ่งเล่น ปีนป่าย ไม่อยู่นิ่ง เพราะเซลล์สมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นในช่วง 0 – 4 ปี เด็กอนุบาลชอบร้องเพลงและเล่นกับคำ? จะทำให้เซลล์สมองเกิดการแตกแขนงและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และเป็นการเชื่อมโยงกันแบบเดียวกับที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ เด็กชอบฟังนิทานและมักชอบฟังเรื่องเดิมซ้ำๆ ทำให้เซลล์สมองเชื่อมโยงแข็งแรงขึ้น เด็กๆชอบเล่นสมมุติ เลียนแบบในบทบาทต่างๆ ทำให้เด็กมีความสามารถสร้างภาพในความคิดและจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้การอ่านและการคิดเลขเมื่อเด็กโตขึ้น ฯลฯ จะเห็นว่า ขณะที่เด็กเล่น เด็กกำลังพัฒนาพลังสมองของตัวเองทุกขณะและเตรียมพร้อมในการเรียนรู้ที่ยากและซับซ้อนขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ การเล่นยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการครบในทุกด้านทั้งด้านอารมณ์ คือมีความสุขที่ได้เล่น อารมณ์ดี ได้ผ่อนคลาย พัฒนาการทางด้านสังคม คือมีสังคมเพื่อนฝูง รู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งปันและเคารพกติกา และพัฒนาการทางด้านสติปัญญา คือมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหา ค้นพบความสามารถของตนเอง ฯลฯ ซึ่งการเตรียมความพร้อมแบบบูรณาการที่ช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ผ่านการเล่น จะช่วยพัฒนาความฉลาดให้กับเด็ก เป็นพื้นฐานแข็งแกร่งสำหรับการเรียนรู้ขั้นสูงในชั้นประถมต่อไป
ควรทำ
- การเตรียมความพร้อมในเด็กอนุบาลรอบด้าน โดยเรียนรู้แบบบูรณาการ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย และนำไปใช้ในการเรียนรู้อย่างจริงจังในชั้นประถมศึกษา
- พัฒนาการในเด็ก ประกอบด้วย ความสามารถในด้านต่างๆ ได้แก่ ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่นแขน ขา ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น มือ นิ้ว ช่วยเหลือตนเอง ภาษาและการสื่อสาร ควบคุมอารมณ์ การเรียนรู้ จริยธรรม ความถูกต้องเหมาะสม ผิดชอบชั่วดี ความสามารถทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นในแต่ละด้าน จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความมั่นใจ ภูมิใจในตนเอง
- ความสามารถของเด็กจะพัฒนาอยู่ในช่วงเวลา เช่น
• การเดิน เด็กเดินได้ตั้งแต่อายุ 11 เดือนถึง 1 ปี 3 เดือน
• การติดกระดุม เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 2 ปี ถึง 3 ½ ปี
• ชี้อวัยวะตัวเองได้ 5 ส่วน เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 18 เดือน ถึง 2 ปี 3 เดือน
• อ่านหนังสือ เด็กจะทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี ถึง 7 ปี
- การที่เด็กทำได้เร็วกว่าเด็กอื่น มิได้แสดงว่าต้องฉลาดกว่า
- พ่อแม่ที่มองการณ์ไกล จะสามารถพัฒนา ส่งเสริมเด็กให้เติบโต มีทักษะในการคิด แก้ปัญหา มีความรู้ความสามารถที่พร้อมต่อทุกเหตุการณ์สำหรับอนาคต
ไม่ควรทำ
การเร่งรัดให้เด็กมีความสามารถเรื่องหนึ่งมากๆ โดยละเลยการฝึกฝนด้านอื่นๆ จะทำให้เด็กขาดความสมดุล เช่น พ่อแม่ที่เน้นให้ลูกเรียน โดยไม่เน้นด้านการออกกำลังกาย เมื่อเด็กไม่แข็งแรง ป่วยบ่อยสุดท้ายก็ทำให้การเรียนเสียตามไปด้วย
* หัวใจการเลี้ยงดู
การเล่นคือการพัฒนาสมองที่สำคัญของเด็กวัย 0 – 6 ปี
จัดทำข้อมูลโดย : นพ. ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อสุขภาวะสังคมไทย
สนับสนุนโดย : สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 149 พฤษภาคม 2556 โดย แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อสุขภาวะสังคมไทย)
การละกิเลสคือการดับทุกช์
การละกิเลสคือการดับทุกช์
ความทุกข์เกิดมาจากกิเลส ดับกิเลสจึงเป็นการดับทุกข์
การไม่ให้กิเลสเกิด ก็เพราะมีสติ
ถ้าสติมีทันแก่เวลา เพียงพอแก่เวลา กิเลสเกิดไม่ได้ ความทุกข์เกิดไม่ได้
แต่แม้ว่ากิเลสได้เกิดไปแล้ว ความทุกข์ได้เกิดไปแล้ว
มันยังดับด้วยสติอยู่นั่นเอง
ป้องกันก็ป้องกันด้วยสติ ดับก็ดับด้วยสติ
นี่คือความประเสริฐของสิ่งที่เรียกว่าสติมีมากอย่างนี้
-พุทธทาสภิกขุ-
จากธรรมะบรรยาย “สิ่งที่เรียกว่ากิเลส” ซีดีชุดเสียงธรรม..พุทธทาส แผ่น ๔ รหัสเทป ๖๓๑๘-๓ อบรมพระนวกะ ในพรรษา ปี ๒๕๓๓
ความทุกข์เกิดมาจากกิเลส ดับกิเลสจึงเป็นการดับทุกข์
การไม่ให้กิเลสเกิด ก็เพราะมีสติ
ถ้าสติมีทันแก่เวลา เพียงพอแก่เวลา กิเลสเกิดไม่ได้ ความทุกข์เกิดไม่ได้
แต่แม้ว่ากิเลสได้เกิดไปแล้ว ความทุกข์ได้เกิดไปแล้ว
มันยังดับด้วยสติอยู่นั่นเอง
ป้องกันก็ป้องกันด้วยสติ ดับก็ดับด้วยสติ
นี่คือความประเสริฐของสิ่งที่เรียกว่าสติมีมากอย่างนี้
-พุทธทาสภิกขุ-
จากธรรมะบรรยาย “สิ่งที่เรียกว่ากิเลส” ซีดีชุดเสียงธรรม..พุทธทาส แผ่น ๔ รหัสเทป ๖๓๑๘-๓ อบรมพระนวกะ ในพรรษา ปี ๒๕๓๓
4 เทรนด์ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงที่สุด
4 เทรนด์ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดคือ
1. DINKs (Double Income No Kids) คู่ชีวิตที่ไม่คิดมีลูก มีรายได้ทั้ง 2 คน
2. Single Living คนโสด ไม่ง้อชีวิตคู่ มีกำลังพึ่งพาตนเองได้
3. Woman Empower ผู้หญิงไม่ว่าจะโสดหรือไม่ เธอคือผู้มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อสังคม
4. Aging Population กลุ่มผู้สูงอายุ เพิ่งเกษียณ มีเงิน ไม่มีภาระ มีความรู้ รักสุขภาพ ยินดีจับจ่าย
รวบรวมความรู้จาก Creative Space Workshop งาน CU2012:::Decoding the Customer’s DNA โดย Sansiri DSD
http://www.tcdcconnect.com/content/Know-What/5259-workshop-cu2012-sansiri
1. DINKs (Double Income No Kids) คู่ชีวิตที่ไม่คิดมีลูก มีรายได้ทั้ง 2 คน
2. Single Living คนโสด ไม่ง้อชีวิตคู่ มีกำลังพึ่งพาตนเองได้
3. Woman Empower ผู้หญิงไม่ว่าจะโสดหรือไม่ เธอคือผู้มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อสังคม
4. Aging Population กลุ่มผู้สูงอายุ เพิ่งเกษียณ มีเงิน ไม่มีภาระ มีความรู้ รักสุขภาพ ยินดีจับจ่าย
รวบรวมความรู้จาก Creative Space Workshop งาน CU2012:::Decoding the Customer’s DNA โดย Sansiri DSD
http://www.tcdcconnect.com/content/Know-What/5259-workshop-cu2012-sansiri
วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556
โลกความจริงจะเป็นอย่างนี้ไหมเนี่ย.....
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ครอบครัวหนึ่ง...
ลูกสาวพาแฟนที่คิดจะแต่งงานมาบ้าน
พ่อขอตัวลูกสาวไปคุยด้วย...
"แต่งกันไม่ได้นะลูก เพราะแฟนลูกเขาเป็นพี่น้องกับลูก
คืออออ ...... ว่า ว่า พ่อเคยหลับนอนกับแม่ไอ้หนุ่มคนนี้ จนเกิดเขา"
ลูกสาวเสียใจอย่างมาก และจำใจต้องเลิกกับคนที่เขารักไป
แต่แล้วก็เกิดเหตุเช่นนี้อีก
ผู้ชายคนที่2-3- 4 ที่คบกัน พ่อก็จะบอกด้วยประโยคเดียวกัน
จนในที่สุด ลูกสาวก็ทนไม่ได้ จึงตัดสินใจไปเล่าสิ่งที่พ่อพูดให้แม่ฟัง
ลูกสาว: "อะไรกันเนี่ยแม่ แม่เป็นเมียแบบไหน ปล่อย พ่อเที่ยวได้ไปนอนกับผู้หญิงทั้งเมือง
จนหนูมีพี่น้อง เต็มไปทั่วยังงี้?!! จะแต่งกะใคร ก็ไม่ได้!"
แม่: "อยากแต่งกะใคร ก็แต่งเลยลูก อย่ากังวล
ลูกสาว " อ้าวงั้น แม่จะให้หนูแต่งงานกับพี่ชายงั้นเหรอ !!
แม่ " แต่งไปเลย ไอ้คนนั้นมันก็ไม่ใช่พ่อแกเช่นกัน!!!!'"
ลูกสาว " ????? "
การนำเกสรตัวผู้สละอินโดมาเคาะละออง
การนำเกสรตัวผู้สละอินโดมาเคาะละอองผสมกับแป้งมันเล็กน้อย เก็บใส่ขวดโหลปิดสนิท แช่ตู้เย็นไว้ระหว่างรอผสมพันธุ์ จะคงคุณภาพได้นาน 3-7 เดือน
จาก SMS FarmerInfo 25 ก.ค.2556
จาก SMS FarmerInfo 25 ก.ค.2556
โทษไขมันเกาะในร่างกาย+สูตรลดหน้าท้องล้างใส้
สาวๆที่สะสมไขมันไว้ในร่างกาย สะสมไว้ไม่ดีนะคะเลยมาแชร์ข้อมูลโทษของไขมันที่เกาะในร่างกายส่งผลอะไรกันมั่ง
โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่เกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหาร หากสะสมมาจะทำให้เกิดข้อบกพร่องและเป็นผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น
1. ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย
2. เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ
3. ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว
4. ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย
5. ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด
6. ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมากๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า
7. ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก ฉะนั้นการดื่มตามสูตรนี้ นอกจากช่วยลดหน้าท้อง ยังส่งผลให้อาการป่วยทั้ง 7 ประการนี้หายไป ด้วย
มาแชร์สูตรล้างลำใส้่กะทุ้งไขมันเกาะไว้กะเทาะกะแทะออกไปและยังช่วย ลดไขมันหน้าท้องได้อี๊กฉะน้าน เรามาป้องกันการเกิดไขมันเกาะในผนังลำไส้และก่อโรคอ้วน
หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ เราจึงมีวิธีทำสูตรนี้มาแนะให้ทำกันค่ะ
สูตรลดหน้าท้องนี้จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อยๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่างๆ ได้
นมสดรสจืด หรือ นมสดไขมันต่ำ 1 กล่อง ขนาด 250 ml
โยเกิร์ตรสจืด หรือ โยเกิร์ตรไขมันต่ำ ครึ่งถ้วย
น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ(ถ้าไม่อยากให้หวานมาก ก็ลดเหลือ 3/4 ช้อนค่ะ)
มะนาวสด 1 ลูก
น้ำผึ้ง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากันชิมรสตามใจชอบ และต้องดื่มตอนเช้า มื้อเดียวก่อนอาหาร มื้ออื่นไม่เห็นผล มะนาวก็ควรบีบแล้วกินทันที เพื่อรักษาคุณสมบัติวิตามินซีไว้ และควรดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว จะเห็นผลดียิ่งขึ้น
สรรพคุณไม่ใช่ยาลดน้ำหนักโดยตรง แต่จะปรับธาตุ ล้างพิษในลำไส้ ล้างไขมัน กินวันแรกๆ จะ เห็นเลยว่าอุจจาระจะเป็นสีดำ และไล่ลมในกระเพาะดีมาก ระยะต่อมา เมื่อลำไส้และกระเพาะอาหารในร่างกายปรับตัวได้กับอาหารที่กินแล้วจะเข้าสู่ ภาวะปกติ แต่ต่อมาจะมีความรู้สึกว่าหน้าท้องยุบลงเนื่องจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต ทำให้ลำใส้ทำงานได้ดีไม่ทำให้ลำใส้บวมหน้าท้องป่องควรกินทุกเช้าติดต่อกันทุกวันนะค่ะ
ที่มาธรรมชาติบำบัด อ.สุทธิวัสน์ เครดิต คุณสาคู ค่ะ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ๘ อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา ยื่น พรบ. ขอยกฐานะเป็นจังหวัด "บัวใหญ่"
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ๘ อำเภอ
ในจังหวัดนครราชสีมา ยื่น พรบ.
ขอยกฐานะเป็นจังหวัด "บัวใหญ่"
จากเมืองด่านระวังภัยสุดชายขอบพระราชอาณาจักรในอดีต เติบโตเป็นแขวงด่านนอก(๒๔๒๙) อำเภอนอก(๒๔๔๐) เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบัวใหญ่(๒๔๕๕) ปัจจุบันแยกเขตปกครองเป็น ๘ อำเภอ ข้อดี ข้อเสีย ใครได้-ใครเสียประโยชน์ หากจะยกฐานะเป็นจังหวัด...
………..
…ปรากฏชัดว่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน"อำเภอนอก" หรือ "อำเภอบัวใหญ่" มีประชากร ๑ ใน ๓ ของจังหวัด ขณะนี้บัวใหญ่แยกตัวออกเป็น ๘ อำเภอ ประชากรทั้งหมดของ ๘ อำเภอกลับลดลงเหลือ ๑ ใน ๗ ของจังหวัด เหตุใดการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจึงไม่เป็นไปตามเกณฑ์เฉลี่ยของทั้งจังหวัดที่ควรจะเป็นด่านนอกเป็นด่านระวังภัยสุดชายขอบพระราชอาณาจักรเมื่อ ๑๖๖ ปีก่อน ต่อมายกฐานะเป็น “แขวงด่านนอก”(พ.ศ.๒๔๒๙) ยกฐานะเป็นอำเภอรุ่นแรกตาม พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ชื่อ “อำเภอนอก”(พ.ศ.๒๔๔๐) เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอบัวใหญ่”(พ.ศ.๒๔๕๕) ปีนี้ครบวาระ ๑๑๖ ปีที่ยกฐานะเป็นอำเภอ และครบ ๑๐๑ ปีที่เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบัวใหญ่ พื้นที่อำเภอบัวใหญ่ได้แบ่งเขตปกครองออกเป็น ๘ อำเภอตามลำดับดังนี้ อำเภอคง (พ.ศ.๒๔๙๐) อำเภอประทาย (๒๕๐๖) อำเภอบ้านเหลื่อม (พ.ศ.๒๕๓๐) อำเภอแก้งสนามนาง (พ.ศ.๒๕๓๖) อำเภอโนนแดง (พ.ศ.๒๕๓๗) อำเภอสีดาและอำเภอบัวลาย (พ.ศ.๒๕๕๐)…
อ่านต่อ...http://e-shann.com/?p=3539
ในจังหวัดนครราชสีมา ยื่น พรบ.
ขอยกฐานะเป็นจังหวัด "บัวใหญ่"
จากเมืองด่านระวังภัยสุดชายขอบพระราชอาณาจักรในอดีต เติบโตเป็นแขวงด่านนอก(๒๔๒๙) อำเภอนอก(๒๔๔๐) เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบัวใหญ่(๒๔๕๕) ปัจจุบันแยกเขตปกครองเป็น ๘ อำเภอ ข้อดี ข้อเสีย ใครได้-ใครเสียประโยชน์ หากจะยกฐานะเป็นจังหวัด...
………..
…ปรากฏชัดว่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน"อำเภอนอก" หรือ "อำเภอบัวใหญ่" มีประชากร ๑ ใน ๓ ของจังหวัด ขณะนี้บัวใหญ่แยกตัวออกเป็น ๘ อำเภอ ประชากรทั้งหมดของ ๘ อำเภอกลับลดลงเหลือ ๑ ใน ๗ ของจังหวัด เหตุใดการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจึงไม่เป็นไปตามเกณฑ์เฉลี่ยของทั้งจังหวัดที่ควรจะเป็นด่านนอกเป็นด่านระวังภัยสุดชายขอบพระราชอาณาจักรเมื่อ ๑๖๖ ปีก่อน ต่อมายกฐานะเป็น “แขวงด่านนอก”(พ.ศ.๒๔๒๙) ยกฐานะเป็นอำเภอรุ่นแรกตาม พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ชื่อ “อำเภอนอก”(พ.ศ.๒๔๔๐) เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอบัวใหญ่”(พ.ศ.๒๔๕๕) ปีนี้ครบวาระ ๑๑๖ ปีที่ยกฐานะเป็นอำเภอ และครบ ๑๐๑ ปีที่เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบัวใหญ่ พื้นที่อำเภอบัวใหญ่ได้แบ่งเขตปกครองออกเป็น ๘ อำเภอตามลำดับดังนี้ อำเภอคง (พ.ศ.๒๔๙๐) อำเภอประทาย (๒๕๐๖) อำเภอบ้านเหลื่อม (พ.ศ.๒๕๓๐) อำเภอแก้งสนามนาง (พ.ศ.๒๕๓๖) อำเภอโนนแดง (พ.ศ.๒๕๓๗) อำเภอสีดาและอำเภอบัวลาย (พ.ศ.๒๕๕๐)…
อ่านต่อ...http://e-shann.com/?p=3539
ตั้งโต๊ะหมู่บูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันตกได้ไหม
ตั้งโต๊ะหมู่บูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันตกได้ไหม
พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo
ปุจฉา - นมัสการพระอาจารย์ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง กราบเรียนถาม การตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระพุทธรูปหันพักตร์ไปทางทิศตะวันตกผิด หรือมีข้อไม่บังควรอย่างไร ถาม 2 กรณีเจ้าค่ะคือ ทั้งเลือกได้และไม่มีทางเลือกเพราะเนื้อที่บ้านบังคับ นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - พุทธศาสนาไม่มีข้อบังคับในเรื่องนี้ มีแต่ธรรมเนียมและความเชื่อ ซึ่งเกิดขึ้นมาในภายหลังพุทธกาล และแตกต่างกันไปตามยุคสมัยและตามท้องถิ่น เพียงแค่การมีท่าที่ที่ถูกต้องต่อพระพุทธรูปก็พอแล้ว เช่น ถือพระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระรัตนตรัย ปลูกฝังให้เรามีศรัทธาในพระรัตนตรัย และมั่นใจในการทำความดี ส่วนพระพุทธรูปจะหันไปทางไหน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo
ปุจฉา - นมัสการพระอาจารย์ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง กราบเรียนถาม การตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระพุทธรูปหันพักตร์ไปทางทิศตะวันตกผิด หรือมีข้อไม่บังควรอย่างไร ถาม 2 กรณีเจ้าค่ะคือ ทั้งเลือกได้และไม่มีทางเลือกเพราะเนื้อที่บ้านบังคับ นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - พุทธศาสนาไม่มีข้อบังคับในเรื่องนี้ มีแต่ธรรมเนียมและความเชื่อ ซึ่งเกิดขึ้นมาในภายหลังพุทธกาล และแตกต่างกันไปตามยุคสมัยและตามท้องถิ่น เพียงแค่การมีท่าที่ที่ถูกต้องต่อพระพุทธรูปก็พอแล้ว เช่น ถือพระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระรัตนตรัย ปลูกฝังให้เรามีศรัทธาในพระรัตนตรัย และมั่นใจในการทำความดี ส่วนพระพุทธรูปจะหันไปทางไหน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)