++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

รับบัตรชมฟรี โครงการเทิดพระเกียรติ มรดกไทยใต่ร่มพระบารมี


ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

รับบัตรชมฟรี โครงการเทิดพระเกียรติ มรดกไทยใต่ร่มพระบารมี ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปี
ขอ เชิญเข้าร่วมงานมรดกไทย ใต้ร่ม พระบารมี ซึ่งเป็นงานที่จัดโดยกรมศิลป์ ในวันที่ 30 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ที่ท้องสนามหลวง เปิดให้ชมฟรี เพียงแต่ต้องมีการจองบัตรเพราะการแสดงใช้งบประมาณและคนแสดงจำนวนมาก และจัดแสดงเพียงรอบเดียว เรียกว่ายิ่งใหญ่ ครั้งเดียวในรอบปีก็ว่าได้ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมการแสดงสดเพียง 4500 ที่นั่งเท่านั้น แต่เฉพาะผู้ที่มีบัตร ซึ่งจองกันได้ฟรีๆทางเวบ link ที่แนบมา (1 ท่าน/ชื่อ จองได้ 4 ใบ โดยทิ้งชื่อ นามสกุลและเบอร์โทรศัพท์ไว้ใน Inbox) สนใจเข้าร่วมงานสำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โทรศัพท์ 02 224 1342 สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมศิลปากร โทร 02 225 9097, 02 224 1379 ต่อ 108
หรือ www.facebook.com/thaisilpheritage
http://www.youtube.com/watch?v=ubrIEZloYoo

ใน ส่วนของจัดแสดงมหรสพแขนงต่างๆ ได้แก่การขับร้องและบรรเลงดนตรีไทย การแสดงนาฏลีลา มหานาฏยสังคีต และโขน โดยแบ่งการแสดงเป็น ๔ องก์ คือ สังคีตศิลป์แผ่นดินธรรม อารยนาฏกรรมแผ่นดินทอง ใต้ร่มละอองพระบารมี และจักรีวงศ์ทรงพระเจริญ ซึ่งการแสดงบางชุดไม่เคยจัดแสดงในประเทศไทยมาก่อน เป็นชุดที่จัดถวายเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปต่างประเทศและทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงเผยแพร่ นอกจากนั้นยังมีการแสดงพลุตระการตายิ่งใหญ่สมพระเกียรติ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

https://www.facebook.com/thaisilpheritage

แท๊กซี่อันตราย ! ช่วยแชร์หน่อยนะ


แท๊กซี่อันตราย ! ช่วยแชร์หน่อยนะ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2556

เราและเพื่อนสามคน เรียกแท๊กซี่จากรัชดาซอย 4 เพื่อไปข้าวสารในเวลา 4 ทุ่ม

นั่งมาได้ครึ่งชั่วโมง แท๊กซี่พาพวกเราขับอ้อมมาหลังเซ็นทรัลมาออกหมอชิต

มา อตก พวกเรารู้สึกว่ามันอ้อมมาก จึงบอกเค้าว่า "พี่มันอ้อมนะ"

แท๊กซี่คันนี้ ซึ่งเป็นผู้หญิงนะคะ รูปร่างสันทัด หันกลับมาเสียงแข็ง

"ตกลง จะไปข้าวสารใช่มั๊ย" (ย้ำว่า เสียงแข็ง )

เราก้อเลยบอกว่า "ใช่คะ" เราจึงขอมือถือจากเพื่อนที่นั่งข้างหน้า ติดคนขับ

ว่า " วาวๆ ขอโทรศัพท์หน่อย " ตอนนั้นคิดแต่ว่าจะจดทะเบียนรถไว้เท่านั้น

แต่คนขับหันมาตวาดเสียงดังว่า "มิงมีปัญหาอะไรกับกุ ลูกนายพลกุก้อฆ่ามาแล้วนะ"

เพื่อนเราเลยบอกว่า งั้นจอด ค่ารถเท่าไหร่ จะให้

แต่พอจอดตรงแยกประดิพัธดิ์ .. คนขับได้เอามีดมาจี้เพื่อนที่นั่งข้างหน้า

พร้อมดึงกระเป๋าสะพายซึ่งเพื่อนกำลังล้วงเงินให้

และพยายามดึงกระเป๋าเพื่อจะให้หลุดจากมือเพื่อน แต่เพื่อนมีสติ

จึงปลดล๊อคและรีบลงจากรถ เรานั่งข้างหลังกับเพื่อนอีกคนจึงรีบลง

เพราะในมือของคนขับมีมีด..เราอยากจะขอให้เพื่อนๆ ช่วยส่งต่อ

เพราะถ้าเกิดเค้าไปทำกับคนอื่นแบบนี้ มันจะอันตรายมาก

กลับมาเพื่อนมาเสิร์ชข้อมูลจากป้ายทะเบียน และได้รูปมา จึงเอามาแชร์คะ

คนขับเป็นผู้หญิง รูปร่างสันทัด หน้าคมเหมือนเป็นคนใต้นะคะ

จากที่อ่านดูในกูเกิ้ล เค้าจะหากินแถวรัชดานี่แหละ

สีและทะเบียนรถ รวมถึงสติ๊กเกอร์ตรงกันคะ ช่วยกันนะคะ
ทม 8231

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10200648873040847&set=a.4057560273970.2168844.1131007529&type=1&ref=nf

ขอเชิญร่วมการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "สู่สันติภาพในอุษาคเนย์?


ขอเชิญร่วมการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง
"สู่สันติภาพในอุษาคเนย์?: กระบวนการสันติภาพในพม่า มาเลเซีย และจังหวัดชายแดนไทยภาคใต้"
จัดโดย
ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ร่วมกับ
ศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2556 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ฟรี..ไม่เสียค่าใช้จ่ายสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://sites.google.com/site/projectcseas042556/home

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

***ธรรมสำหรับนักปฏิบัติ***



***ธรรมสำหรับนักปฏิบัติ***

::: ปกติไม่มีกัมมัฏฐานเหมือนคนจรจัด :::

“... กัมมัฏฐานน่ะไม่ใช่แค่ที่นั่ง ที่นั่งคือการรวม แต่ปกตินี่คือกัมมัฏฐาน กัมมะ แปลว่า การกระทำ ฐานะ แปลว่า ที่ตั้ง ถ้าปกติธรรมดาไม่มีกัมมัฏฐานเป็นไง? ไม่มีที่ตั้งของการกระทำที่แน่นอนของจิต แต่พอเรานั่งเราบอกเรานั่งกัมมัฏฐานเรามีที่ตั้งของจิต มันตั้งได้จริงมั้ยเล่า? มันก็ตั้งไม่ได้จริง การนั่งกัมมัฏฐานคือการสร้างตัว กำลังก่อร่างสร้างตัวเก็บเงินเก็บทองเพื่อสร้างครอบครัว การใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม่ได้กัมมัฏฐานเป็นการหาทรัพย์ ต้องมาเก็บหอมรอมริบเพื่อให้ครอบครัว ถ้าปกติเราไม่มีกัมมัฏฐานเลย มันก็เหมือนกับคนจรจัด แล้วคนจรจัดไม่มีครอบครัวนะ ไปนั่งกัมมัฏฐานครอบครัวไม่มี ครอบครัวแตก ไม่เรียกกัมมัฏฐานแตกนะ เรียกครอบครัวแตก แตกแยก แตกสาแหรกขาด มันแตกยังไง? พุทโธไปนู่นไง พุทโธไปนี่ มันไปทั่วไปหมด ไปเรื่องอื่นหมดอ่ะ ใช่มั้ย? แตกไหม? แตกไปทุกเรื่อง ... ทำให้ไม่เป็นกัมมัฏฐาน พอไม่เป็นกัมมัฏฐานมันก็ไม่ได้อะไร? ความเป็นฐานะที่มั่นคง การที่จะมีครอบครัวไม่มีหรอก มีไม่ได้ เพราะว่าความมั่นคงไม่มี นี้เปรียบให้ฟัง...”

ตอนหนึ่งของปกิณกะธรรม ณ บ้านธรรมยอดไกรศรี พระราม ๒ (9/2/56)
โดยหลวงพ่อครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556

ยึดธรรมอันมีพิษอยู่ แล้วมันก็ไม่สบาย



พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย ท่านเห็นไหมว่า
เมื่อตอนเย็นวันนี้ หมาป่าตัวหนึ่งมันเดินอยู่ที่นี่
เห็นไหม มันจะยืนอยู่มันก็เป็นทุกข์ มันจะวิ่งไปมันก็เป็นทุกข์
มันจะนั่งอยู่มันก็เป็นทุกข์ มันจะนอนมันก็เป็นทุกข์
มันจะเข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ก็เป็นทุกข์ เข้าไปในโพรงไม้ก็เป็นทุกข์
จะเข้าไปอยู่ในถ้ำก็ไม่สบาย มันก็เป็นทุกข์
เพราะมันเห็นว่า การยืนอยู่นี้ไม่ดี การนั่งไม่ดี การนอนไม่ดี
พุ่มไม้นี้ไม่ดี โพรงไม้นี้ไม่ดี ถ้ำนี้ไม่ดี
มันก็วิ่งอยู่ตลอดเวลานั้น
ความเป็นจริงหมาป่าตัวนั้นมันเป็นขี้เรื้อน
มันไม่ใช่เป็นเพราะพุ่มไม้ หรือโพรงไม้ หรือถ้ำ
หรือการยืน การเดิน การนั่ง การนอน มันไม่สบายเพราะมันเป็นขี้เรื้อน”
พระภิกษุทั้งหลายนี้ก็เหมือนกันฉันนั้น
ถ้าเรามารู้จักอารมณ์ตามความเป็นจริงแล้ว มันก็สบาย
จะมีความหนาวบ้าง มันก็สบาย
อยู่ที่คนมากก็สบาย อยู่ที่คนน้อยก็สบาย
ความสบายหรือไม่สบาย ไม่ได้อยู่ที่คนมากหรือน้อย
มันอยู่ที่ความเห็นถูกเท่านั้น ถ้ามีความเห็นถูกในใจของเราแล้ว
อยู่ที่ไหนก็สบาย นี่เพราะเรายังมีความเห็นผิดอยู่
ยึดธรรมอันมีพิษอยู่ แล้วมันก็ไม่สบาย

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
จากหนังสือ ๔๘ พระธรรมเทศนา น. ๑๔๓

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

พระอรหันต์ไม่รับรู้อะไรจริงหรือ ? หลวงปู่ดูลย์ อตุโล อธิบายว่า :


พระอรหันต์ไม่รับรู้อะไรจริงหรือ ?
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล อธิบายว่า :

"จิตเป็นสภาพรู้อารมณ์ ตราบใดที่มีจิต การรับรู้อารมณ์ก็ย่อมมีเป็นธรรมดา โดยไม่ต้องสงสัย ดังนั้นบุคคลธรรมดารับรู้อารมณ์อย่างไร พระอรหันต์ก็ย่อมจะต้องรับรู้อารมณ์อย่างนั้น และการรับรู้อารมณ์ของท่านน่าจะเป็นไปด้วยดี ยิ่งเสียกว่าคนธรรมดาสามัญด้วยซ้ำ เพราะจิตของท่านไม่มีเมฆหมอกคือกิเลสปกคลุมอยู่ อันจะทำให้ความสามารถรับรู้อารมณ์ลดลง"

ดังนี้ การกล่าวหาว่าพระอรหันต์ไม่รับรู้อะไร ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้น จึงไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน ส่วนการที่ท่านหมดความยึดมั่นถือมั่นโดยสิ้นเชิงนั้น ย่อมหมายความว่าแม้กระทั่งความไม่ยึดมั่นในสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ย่อมไม่มีแก่ท่าน

กล่าวคือ ท่านหมดทั้งความยึดมั่นถือมั่น และความไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีทั้งความพอใจในสิ่งใด ทั้งความรังเกียจในสิ่งใด ดังนี้จึงจะเรียกว่า "โดยสิ้นเชิง" ได้ จิตของท่านจึงลอยเด่นเหนือความดึงดูดและผลักดันต่อสรรพสิ่งเป็นอิสระชั่วนิรันดร

หลวงปู่ได้ชี้แนวทางพิจารณาว่า :

"อย่าพยายามทึกทักเอาเองตามความรู้สึกของตนว่า พระอริยบุคคลไม่ว่าในลำดับใด เป็นบุคคลที่มีอะไรผิดแปลกไปจากคนธรรมดาสามัญ ท่านก็มีอะไรทุกอย่างเหมือนๆ กับคนธรรมดาสามัญ ทั้งร่างกายและจิตใจ หรือถ้าจะว่าให้ถูก ท่านเสียอีกเป็นธรรมดาสามัญ ปุถุชนต่างหากที่มีอะไรผิดธรรมดาวิปริตไปด้วยการปรุงของกิเลสตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์

พระอรหันต์ท่านเป็นปกติธรรมดา พ้นจากการปรุงแต่ง จึงอยู่อย่างไม่มีทุกข์

พระอริยบุคคลที่รองๆ ลงมา ก็มีการดำรงอยู่อย่างมีทุกข์มากขึ้นตามลำดับ และกำลังดำเนินไปสู่การดำรงอยู่อย่างไม่มีทุกข์ต่อไป ก็แล การดำรงอยู่อย่างไม่มีทุกข์นี้ ย่อมเป็นยอดปรารถนาของสัตว์โลกทั้งมวล

สรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่าที่วิ่งเต้นดิ้นรนอยู่ด้วยประการต่างๆทุกวันเวลานี้ ก็ล้วนแต่เพื่อจุดประสงค์ที่จะระงับดับทุกข์ของตนๆ อย่างเดียวเท่านั้น มิได้เป็นไปเพื่อประการอื่นใดเลยแม้แต่น้อย เมื่อหิวก็เสาะแสวงหาอาหาร เมื่อเกิดโรคภัยก็วิ่งหายารักษาโรค เป็นต้น"

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

พูดถึงเรื่องจิตมันเป็นอย่างนั้น


พูดถึงเรื่องจิตมันเป็นอย่างนั้น
เรื่องธรรมะจริงๆ
ปฏิบัติไปจนถึงว่า มันไม่มี
ปฏิบัติจนถึงว่า มันถึงความปล่อยวาง
ถ้าหากผู้ปฏิบัติ มันแสดงกายแสดงวาจา
ในทีของมันนั่นแหละ
เพราะว่ากายกับจิตนี้ มันเป็นของสืบเนื่องกัน
อย่างหน้าตา อวัยวะ กิริยาท่าทาง
ของคนโกรธคนทุกข์ มันเป็นอย่างไร
มันก็พอมองเห็นได้ อย่างนั้นแล้ว
ผู้ปฏิบัติแล้ว จึงมีความ ยิ้มแย้มแจ่มใส
จึงมีความซาบซึ้ง เพราะอะไร
เพราะท่านไม่ยึดในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น
จิตใจก็เป็นปกติ หน้าตามันก็เป็นปกติ
ไม่แสดงอะไรออกจากปกติทั้งนั้น
จิตใจมันเป็นอย่างนั้น

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
จากหนังสือปล่อยได้ วางได้
มรดกธรรม ลำดับที่ ๗๔ น.๑๖

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

เขาว่า ใครที่มีความคิดในเชิงลบบ่อยๆจะ ส่งผลต่อพฤติกรรม11อย่างดังนี้


เขาว่า ใครที่มีความคิดในเชิงลบบ่อยๆจะ ส่งผลต่อพฤติกรรม11อย่างดังนี้

1. “เย็นชา” คือ คนที่เฉยๆ ไม่ค่อยยินดี ยินร้าย ขาดเป้าหมายในชีวิต และชอบ “เก็บตัว” เงียบๆ อยู่คนเดียว “เหม่อลอย” และทำงานแบบ ไม่มีแรงบันดาลใจ นิ่งๆ เฉยๆ อยู่ได้เป็นวันๆ

2. “รักตัวเองไม่เป็น” คือ ไม่รู้จักรักตัวเอง ไม่เคารพตัวเอง ขาด ความภาคภูมิใจ ในตัวเอง

3. “ต้องการเป็นที่ยอมรับอยู่เสมอ” คือ คนที่ต้องการให้คนมา “ยอมรับ” ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราจะสังเกตได้ง่ายๆ คือ คนประเภทนี้จะเป็นคนประเภท ถูกตำหนิไม่ได้ ประเภทฉันไม่ดี ฉันทำอะไรเสียหมด..เธอว่าฉัน เธอทำเองแล้วกัน...ฉันไปดีกว่า

4. “จมปลักอยู่กับอดีต” คนประเภทที่.. “ฉันเป็นคนอย่างนี้แหล่ะ คงไม่มีใครรักฉันจริง ไม่มีใครที่จะยอมรับฉันได้”

5. “อารมณ์ไร้สาระ” คือ คนที่ตกอยู่ในอารมณ์ “รู้สึกผิดมากเกินไป” เช่น ตีอกชกตัวและทำท่า “สำนึกผิด” เพื่อจะได้พ้นตัว และ พ้นความรับผิดชอบไป จะได้มีคนช่วยเหลือและมาทำหน้าที่แทน ”

6. “กลัวการลองของใหม่” คือ คนที่มีระเบียบวินัยมากเกินไป ทำอะไรซ้ำๆ ระมัดระวังเรื่องเวลา

7. “กลัวการแหวกกรอบของประเพณี” เช่น ถ้าเราไม่ชอบ ก็ไม่ต้องทำ แล้วเลิกจับผิดผู้อื่น

8. “โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม” คือ ประเภท “บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ”

9. “ผัดวันประกันพรุ่ง”

10. “พึ่งพาผู้อื่น” คือคนประเภท ที่ตัดสินใจเองไม่เป็น ไม่รู้จัก “ความสันโดษ คนประเภทนี้มาจากพื้นฐานครอบครัวประเภทที่ ชอบ “ออกคำสั่ง”

11. “โกรธแล้วต้องแสดงออก”

@สำหรับผุ้ชายที่ชอบเที่ยวกะรี่ควรอ่านอย่างยิ่ง@



เรื่องจริงของสาวอาบอบนวด...ต้องอ่าน (อ่านนะ ช่วยแชร์ต่อด้วย จะได้ระวังตัวกันมากขึ้น)
........ฉันทำงานอาบ อบ นวดแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี่ค่ะ ปัจจุบันอายุ 30 เศษแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีก่อนค่าตัวจริงๆ ได้ต่อหัวๆ ละ 300 กว่าบาท ถึง 500 บาท เชื่อมั้ยคะ ต้องอาบน้ำให้แขก โดนทั้งเลียของผู้ชายโดนประตูหน้า ประตู หลัง เพื่อแลกกับเงินแค่นี้จริงๆ ค่ะด้วยการคัดเลือกดิฉัน ได้เบอร์ตอง ซึ่งต้องรับงานมากกว่ารายอื่นๆ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาขณะนั้นสวยไม่แพ้ใครค่ะ เวลาเดินถนนมีชายหนุ่ม ชายแก่ หญิงสาว มองเหลียวหลัง ไม่ได้แต่งตัวหวือหวานะคะ แต่งกาย เรียบ ๆ แต่หน้าอกค่อนข้างชันและใ หญ่ใครจะคิดล่ะคะว่า ทำให้ผู้ชายทั้งคนได้เงินเพียงแค่นั้นต่อหัววั นหนึ่งรับงานไม่ต่ำกว่า 5 คนขึ้นไป เริ่มงานบ่ายโมง เลิกงานประมาณ 5 ทุ่มหนึ่งเดือนหยุดประมาณ 4-5 วัน แล้วแต่เลขท้ายเราลงตรงกับวันไหนผู้ที่ใช้บริการ ไม่เลือกวัยค่ะมีทั้งสุภาพหยาบคาย และนักบุญเคยถูกคนเมาลวนลามไม่ใส่ถุงยาง ตัวใหญ่ บังคับทุกอย่างไม่ฟังใคร แขกพวกนี้ส ่วนใหญ่จะเป็นแขกของเจ้าของอาบอบ นวด ทำให้เราไม่กล้าฟ้องต้องก้มหน้าทำด้วยความขมขื่นไม่ต้องบอกนะคะ ว่า
......ทำไมไม่เลือกเดินทางอื่นมันไม่พอกินค่ะ แล้วดิฉันก็เคยโดนข่มขืนหมู่มาแล้ว ไม่มีใครตามคดีช่วยดิฉันได้เลยคิดประชดตัวเองด้วยการทำงานนี้ซะ เลยแต่ก็ไม่ได้สบายดังที่คิดนัก ต่อมามีการตรวจโรคซึ่งมีเป็นประจำอยู่แล้วดิฉันติดเอดส์ อยู่ในขั้นแรก ๆ จึงต้องหยุดงานและรักษาตัวเรื่อยมางดเหล้า งดบุหรี่ ร่างกายเริ่มอนแอลงทุกวันไปหาหมอ ได้รับคำแนะนำให้เข้ าโครงการฟรี แต่ต้องดูแลตัวเองทุก เดือนต้องไปพบหมอได้รับยาฟรี ในระยะปีกว่าที่รับยาผิวพรรณเริ่มแห้งมีสะเก็ดและดำคล้ำ จึงเปลี่ยนยาและผิวพรรณก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ
....มีข้อเสียคือ แขน ขา ก้นจะเล็กลีบต้องทานยาวิตามินช่วยซึ่งเราต้องออกเงินซื้อเองเดื อนละ 1000 กว่าบาทเง ินสะสมก็ร่อยหรอลง ไปจึงคิดเรียนและหางานทำแต่ก็ยังมีแขกบางคนไม่รู้ แวะเวียนมาใช้บริการที่ห้องบ่อยๆ มีรายได้จากการขายตัวเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ก็อยู่ได้แต่แขกพิเศษที่แวะเวียนมาจะทำตัวสนิทสนมมากจนเกินไปไม ่ยอมสวมถุงยาง ดิฉันก็ไม่กล้าบอกว่าเป็นอะไรในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ต้องยอมให้แต่ โดยดี แ ต่ดิฉันมีความไม่สบายใจมากๆ เวลาผ่านไป 3-4 เดือนต้องคอยหนีย้ายหอพัก เพราะหากเขารู้ว่าเป็นโรคอาจจะคิดว่าติดกับดิฉันก็ได้หรือพฤติก รรมเขาอาจ จะติดก ับที่อื่นๆ ก็ได้เพราะบางคนในระยะที่ทำงานนวด อยู่นั้น เขาเป็นโรคแล้วก็เปลี่ยนที่มำงานไปเรื่อยๆ หากแขกต้องการไม่สวมถุงยาง เขาจะตามใจทันทีเขาสมน้ำหน้าที่ไม่ระวังเองทุกคนที่เที่ยวต้องร ะวังนะคะเรื่องจริงทีเดียวส่วนดิฉันก็เดือดร้อนต้องย้ายที่อยู่ ไปเรื่อยๆ แขกที่สวมถุง ดิฉันก็ให้ที่อยู่ใหม่ แ ละให้หาแขกหรือเพื่อนมาเพิ่มทำให้รายได้อยู่ในระดับเดิม & nbsp; แต่ในระยะหลังๆคุณภาพชีวิตของดิฉันดีขึ้นสุขภาพดีจนเกือบปกติ รับแขกได้มากและแขกก็สวมถุงยางทุกคนทุกครั้ง ยกเว้น แขกใหม่ ที่เพื่อนแขกแนะนำมาซึ่งใช้บริการดิฉันมาเกือบครึ่งปีแล้ว นัดดิฉันไปเที่ยวตากอากาศชายทะเลที่ระยองบอกว่าจะมีเพื่อนอีก 3 คนไปด้วย ให้ราคา ดีดิฉันจึงไปกับเขา เขาจะให้ดิฉัน ดื่ม
.....เหล้าดิฉันก็ไม่ดื่ม เพราะไม่ถูกกับโรคเวลาทานยา ต้องเข้าห้องน้ำแอบทาน เขาเมามายและหื่นมากๆร่วมกับดิฉันนัวเนีย ไปหมดพร้อมกัน โดยชาย 4 คนทำเ หมือนหนังเอ็กซ์ฝรั่งที่สำคัญบังคับดิฉันโดยไม่สวมถุงดิฉันจะบอ กว่าเป็นอะไรกลัว เขาไม่เชื่อและหากเชื่อก็ต้องทำร้ายดิฉันเขานอนพร้อม ๆ กับดิฉันตลอด3 วัน ทำให้เขาทุกอย่าง จนระบมไปหมดได้ค่าเหนื่อยมา สองหมื่นบาทดิฉันน่ะคุ้มมาก แต่พวกเขาจะคุ้มหรือไม่ฉันรู้ดี และคิดว่าทุกคนต้องติดโรคจากดิฉันแน่นอน
......อย่างน้อยที่ดิฉันจำได้แต่ละคนร่วมเพศกับดิฉันไม่ต่ำกว่าคนละ 6 ครั้ง จะไม่มีครั้งใดไม่ติดโรคเชียวหรือตอนนี้ต้องย้ายที่อยู่อีกแล้ว
จึงอยากขอเตือนนักเที่ยวท้งหลายเมื่อเที่ยวผู้หญิง ๆ ห้ามอะไรต้องเชื่อเพราะว่าเขารู้ตัวเองดี จงตระหนักว่าผู้หญิงทุก ๆคน ที่คุณไปใช้บริการนั่นกาหัวไว้ก่อนเลยว่า เขาเป็นเอดส์ไม่ใช่เพราะเขาไม่ป้องกันตัว เป็นเพราะผู้ชายบังคับเขาดังนั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้แก้แค้นผู้ชายโดยไม่ตั้งใจติดโรคไปสู ่ เมียที่บ้านมีลูกพลอยติดโรคไปด้วย ชีวิตที่เคยเป็นจะเป็นนรก เช่นดิฉันได้รับ....

ปล. ส่งต่อให้คนอ่านเยอะๆนะค่ะ สงสารคุณแม่บ้านจริงๆ