Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ผลหาดใหญ่โพลหวยออนไลน์เพิ่มปัญหาสังคม ไม่เอากาสิโนครบวงจร
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ม.หาดใหญ่ เรื่อง มุมมองของประชาชนใน จ.สงขลา กับหวยออนไลน์ ร้อยละ 65.8 เห็นว่า การดำเนินงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ร้อยละ 51.9 ให้เหตุผลว่า เป็นการเพิ่มปัญหาสังคม และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกาสิโนครบวงจรในหาดใหญ่
หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับมุมมองของประชาชนกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 1,196 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 10-13 ตุลาคม 2555 สรุปผลการสำรวจดังนี้
กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62.9) อายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 34.8) รองลงมา มีอายุระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ 32.6) และอายุ 18-20 ปี (ร้อยละ 13.9) ตามลำดับ มีรายได้ 5,001-10,000 บาท (ร้อยละ 45.2) รองลงมา รายได้ 10,001-15,000 บาท (ร้อยละ 20.5) และรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท (ร้อยละ 12.5) ตามลำดับ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานบริษัท/ลูกจ้าง (ร้อยละ 24.5) รองลงมา ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย นักเรียน/นักศึกษา รับจ้างทั่วไป และข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ คิดเป็นร้อยละ 21.0, 18.4, 16.9 และ 6.0 ตามลำดับ
รศ.ทัศนีย์ ประธาน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล ในประเด็นมุมมองของประชาชนกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.4 เคยมีการเสี่ยงโชคในรูปแบบต่างๆ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.7 มีการเสี่ยงโชคในรูปแบบของสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) มากที่สุด รองลงมา ซื้อหวยใต้ดิน (ร้อยละ 58.8) และเล่นหวยมาเลย์ (ร้อยละ 40.3) และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลอตเตอรี่ และหวยใต้ดินประมาณเดือนละ 880 บาท ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.5 คิดว่า การเล่นหวยใต้ดิน หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการเสี่ยงโชคมากกว่าคิดว่าเป็นอบายมุข (ร้อยละ 39.5)
ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.8 เห็นว่า การดำเนินงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย โดยประชาชนร้อยละ 51.9 ให้เหตุผลว่า เป็นการเพิ่มปัญหาสังคมมากที่สุด รองลงมา เป็นการมอมเมาเด็ก และเยาวชนในสังคม และเกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 38.9 และ 8.2 ตามลำดับ มีเพียงร้อยละ 34.2 ที่เห็นว่า รัฐบาลดำเนินงานเกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์เหมาะสมกับสังคมไทย
โดยประชาชนร้อยละ 40.5 ให้เหตุผลจะมีส่วนลดการซื้อหวยใต้ดินได้มากที่สุด รองลงมา ช่วยแก้ปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคา และสามารถนำภาษีไปแก้ปัญหาสังคม คิดเป็นร้อยละ 31.3 และ 19.4 ตามลำดับ
ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาจากการมีหวยออนไลน์ พบว่า ประชาชนร้อยละ 50.2 เห็นว่า การขายหวยออนไลน์สามารถแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้ ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 52.2 มีแนวโน้มการเล่นหวยไม่แตกต่างกับปัจจุบัน และประชาชนมีแนวโน้มจะเล่นหวยมากขึ้น (ร้อยละ 28.5) และลดลงจากเดิม (ร้อยละ19.3)
ประชาชนร้อยละ 32.2 เห็นว่า ควรมีการควบคุมราคาลอตเตอรี่ไม่ให้แพงเกินไปเพื่อแก้ปัญหาหวยใต้ดินมากที่สุด รองลงมา ให้มีนโยบายกวาดล้างหวยใต้ดิน ปปง.ตรวจเส้นทางการเงินของเจ้ามือหวยใต้ดิน และมีการยึดทรัพย์เจ้ามือหวยใต้ดิน คิดเป็นร้อยละ 29.8, 24.0 และ 13.0 ตามลำดับ
ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งกาสิโนครบวงจรในอำเภอหาดใหญ่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.6 เห็นว่า จะเกิดผลเสียมากกว่าหากมีการตั้งกาสิโนครบวงจรในจังหวัดสงขลา มีเพียงร้อยละ 14.3 ที่เห็นว่าจะเกิดผลดี หากมีกาสิโนครบวงจร ทั้งนี้ มีประชาชนเพียงร้อยละ 10 ที่เดินทางไปมาเลเซีย และเล่นการพนันในกาสิโนในประเทศมาเลเซีย
เทศกาลถือศีลกินเจเมืองจันท์เริ่มแล้ว ประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว
จันทบุรี - เทศกาลถือศีลกินเจจังหวัดจันทบุรีเริ่มแล้ว ประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว โรงเจทั้ง 2 แห่งเปิดโรงทานให้ประชาชนร่วมรับประทานฟรีตลอด 10 วัน อบจ.สนับสนุนผักปลอดสารพิษ
บ่ายวันนี้ (14 ต.ค.) ภายในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี คณะกรรมการโรงเจทั้ง 2 แห่ง ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ได้นำประชาชน เจอิ้ว ร่วมขบวนอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว เพื่อประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ โรงเจทั้ง 2 แห่ง ของจังหวัดจันทบุรีสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ถือศีลกินเจ โดยขบวนเริ่มต้นจากสี่แยกเมืองจันท์ วัดเขตนาบุญญาราม ไปสมทบกับขบวนของเม่งหงีเจตั้ว ที่บริเวณสี่แยกโรงเรียนตังเอ็ง รูปแบบขบวนมีพระภิกษุสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ต่อด้วยขบวนมังกรทอง สิงโต เอ็งกอ และขบวนหล่อโก้ว นำคณะกรรมการโรงเจ และประชาชนผู้ถือศีลกินเจ หรือเจอิ้ว กว่า 1,000 คน เดินไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี
เพื่อเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ทราบถึงเทศกาลกินเจในปีนี้ ที่กำหนดเทศกาลถือศีลกินเจในระหว่างวันที่ 14 ถึง 23 ตุลาคม 2555 หลังจากนั้น ผู้ร่วมขบวนได้ไปประกอบพิธีอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว ที่บริเวณศาลเจ้าแม่กวนอิมซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติมายาวนานกว่า 100 ปี โดยพิธีอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว มีพระสงฆ์อนัมนิกายจากวัดเขตนาบุญญารามเป็นผู้ประกอบพิธี ประธานโรงเจบ้วนเฮงเจตั้ว และเม่งหงีเจตั้วเป็นผู้เสี่ยงติ้วทำนาย ท่ามกลางพลังศรัทธาของประชาชนผู้ถือศีลกินเจในจังหวัดจันทบุรี
หลังจากอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้วประทับเกี้ยวแล้ว ได้มีฝนตกลงมาโปรยปรายสร้างความอัศจรรย์แก่ผู้ร่วมงานถือเป็นสิริมงคล หลังจากนั้น คณะกรรมการได้อัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้วไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ โรงเจทั้ง 2 แห่ง และจะมีพิธีส่งเจ้ากลับสวรรค์ในช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2555 เวลา ตี 1 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลถือศีลกินเจ จังหวัดจันทบุรี
สำหรับปีนี้ โรงเจทั้ง 2 แห่ง คือ บ้วนเฮงเจตั้ววัดเขตนาบุญญาราม ปีที่ 125 และเม่งหงีเจตั้วสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน ปีที่ 26 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมเทศกาลถือศีลกินเจ ผักปลอดสารพิษ เพื่อรณรงค์ และส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมถือศีลทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี
ทั้งนี้ โรงเจทั้ง 2 แห่งของจังหวัดจันทบุรีได้เปิดโรงทานเพื่อจัดเลี้ยงประชาชน นักท่องเที่ยวที่ร่วมถือศีลกินเจได้รับประทานอาหาร มีคณะกรรมการคอยอำนวยความสะดวก อาหารเลิศรส สด อร่อย สะอาด บริการฟรีตลอด 10 วันของเทศกาลถือศีลกินเจ จังหวัดจันทบุรี
บุคลากร-นศ.ม.อีสานดิ้นต่อ จี้ถอนคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ดิ้นอีกเฮือก! อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยอีสาน และชาวบ้านตำบลบ้านทุ่ม รวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ ขอนแก่นเพื่อขอความเป็นธรรมถึงนายกฯ ไม่ให้มหาวิทยาลัยถูกปิดตามคำสั่ง รมว.ศึกษาธิการ
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 ต.ค.) เวลาประมาณ 14.30 น. ดร.สังคม ศรีโคตร ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอีสาน นำคณะครู เจ้าหน้าที่ นักศึกษา และชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบมหาวิทยาลัยอีสาน ในตำบลบ้านทุ่ม รวมตัวชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสานตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2555 นี้เป็นต้นไป ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัย
โดยผู้ชุมนุมได้เผาหุ่นฟางคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการประท้วงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสานเพราะมีปัญหาซื้อขายวุฒิบัตร จนทำให้นักศึกษากว่า 8,000 คนได้รับผลกระทบต้องหาสถาบันการศึกษาแห่งใหม่เพี่อเรียนต่อ ครูและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยกว่า 300 คนต้องหาที่ทำงานใหม่
จากนั้น ดร.ธีรภัทธ์ ทองแก้วกุล ตัวแทนมหาวิทยาลัยอีสาน ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อนายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งหนังสือข้อร้องเรียนดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีเพื่อระงับไม่ให้มหาวิทยาลัยอีสานถูกเพิกถอนใบอนุญาต
และให้มหาวิทยาลัยอีสานได้บริหารการจัดการศึกษาภายใต้คณะกรรมการควบคุมชุดใหม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามหาวิทยาลัยอีสานสามารถแก้ปัญหาการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัยได้เองโดยไม่ต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาต
"น้องอังเปา" แม่ละมั่งสาวคลอดลูกตัวแรก "เพศผู้"
กาญจนบุรี - หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เผย "น้องอังเปา" แม่ละมั่งสาวเกิดจากการผสมเทียมหลังถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กาญจนบุรี คลอดลูกตัวแรกแล้วเป็นละมั่งเพศผู้ มีสุขภาพแข็งแรง
วันนี้ (14 ต.ค.55) เวลา 13.00 น.นายเกรียงศักดิ์ จตุรสุขสกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องการเกิดลูกละมั่งตัวใหม่ในป่าธรรมชาติว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.55 ที่ผ่านมาตนได้รับแจ้งข่าวจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระว่า "น้องอังเปา" ละมั่งสาวที่เกิดจากการผสมเทียมของคณะแพทยศาสตร์ ม.วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ถูกนำมาปล่อยไว้ที่เขตฯ ในโครงการปล่อยละองละมั่งที่เกิดจากการผสมเทียมคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.55 ที่ผ่านมา ได้มีการผสมพันธุ์กันในหมู่ละมั่งจนท้องตั้งท้องแก่และใกล้ที่จะคลอดในอีกไม่นานนี้
หลังได้ทราบข่าวดังกล่าวตนจึงได้รีบแจ้งให้นายสัตวแพทย์นิกร ทองทิพย์ แพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ทราบ ต่อจากนั้นได้ประสานไปยังกลุ่มอ๊อฟโรดกาญจนบุรีเพื่อขอรับการสนับสนุนรถเพื่อที่จะเดินทางเข้าไปยังผืนป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระซึ่งรถเล็กไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังบริเวณพื้นที่ที่ "น้องอังเปา" อาศัยอยู่ได้
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กล่าวต่อว่า ต่อมาคณะแพทย์และคณะรถอ๊อฟโรด 5 คันได้เดินทางมาถึงตนจึงได้นำคณะดังกล่าวออกเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งในช่วงบ่ายวันนั้น "น้องอังเปา" ได้ให้กำเนิดลูกน้อยมา 1 ตัวเป็นเพศผู้ คณะแพทย์ที่เดินทางไปจึงเข้าไปยังบริเวณที่ "น้องอังเป่า" คลอดลูกทันทีเพื่อทำการตรวจสภาพร่างกายของละมั่งน้อย พร้อมทั้งฉีดยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และอาจทำให้สัตว์ดังกล่าวเสียชีวิตได้ หลังจากคณะแพทย์ได้ทำการตรวจและฉีดยาแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ทำการปล่อยลูกละมั่งน้อยไปอยู่ยังอ้อมอกแม่ทันที
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยต่อว่า ละมั่งที่ให้กำเนิดลูกครั้งนี้ชื่อว่า "น้องอังเปา" เป็นละมั่งที่เกิดจากการผสมเทียมของคณะแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนและได้ถูกนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตามโครงการปล่อยละองละมั่งคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 เวลา 15.00 น.โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงเสร็จมาเป็นประธานเปิดโครงการปล่อยละองละมั่งคืนสู่ธรรมชาติ ณ ที่บริเวณป่าทุ่งสลักพระ หน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กล่าวต่อว่า "น้องอังเปา" เป็นสัตว์ที่เกิดขึ้นจากการผสมเทียมสัตว์ป่าประเภทละองละมั่งของทางคณะแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งได้ทำการทดลองจนสำเร็จจนสภาพร่างกายแข็งแรง ได้ประสานมายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเพื่อที่จะทำการทดลองปล่อยละองละมั่งดังกล่าว 4 ตัว สู่ป่าธรรมชาติ ทางเขตจึงได้จัดทำโครงการปล่อยละองละมั่งคืนสู้ธรรมชาติ พร้อมทั้งเสนอโครงการดังกล่าวไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทราบ และได้รับการอนุญาตให้ดำเนินตามโครงการดังกล่าว โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อระเบียบกฎหมายที่ทางราชการกำหนด (หนังสือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ด่วนที่สุดที่ ทส.0909.202/1278 ลงวันที่ 24 มกราคม 2555)
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวท้ายสุดว่า "น้องอังเปา"และลูกน้อยตอนนี้ทางเรายังปล่อยไปตามธรรมชาติยังไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่ "น้องอังเปา"อาศัยอยู่ได้มีหมู่ฝูงหมาในอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางเราจึงยังไมสามารถที่จะปล่อย "น้องอังปา" และลูกน้อยไปได้ จึงจำเป็นต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ทำการต้อน "น้องอังเปา" และลูกน้อยให้เข้ามาอยู่ยังบริเวณที่เรากำหนดเพื่อความปลอดภัยของ "น้องอังเปา" และลูก และเรายังได้ปรับสภาพบริเวณดังกล่าวให้เหมือนกับที่ที่ "น้องอังเปา" อาศัยอยู่ทั้งการก่อสร้างอุโมงค์เทียมเพื่อไว้หลบซ้อนให้กับ "น้องอังเปา" และลูกน้อย ซึ้งพฤติกรรมตามธรรมชาติของละองละมั่งจะชอบแอบซ้อนตัวอยู่ตามอุโมงค์ เราจำเป็นที่จะต้องสร้างอุโมงค์ดังกล่าวในครั้งนี้ และหากทั้งคู่ทางเราดูแล้วว่าปลอดภัยเราก็จะนำ "น้องอังเปา" และลูกน้อยปล่อยคืนสู่ป่าต่อไปอีกครั้ง
ต้านกระแสข่าวลือห้ามค้าขายวันศุกร์ ผนึกกำลัง ปชช.เรียกวิถีชีวิตกลับคืนสู่ภาวะปกติ
รายงาน...ต้านกระแสข่าวลือห้ามค้าขายวันศุกร์ ผนึกกำลัง ปชช.เรียกวิถีชีวิตกลับคืนสู่ภาวะปกติ
จากกระแสข่าวลือที่ห้ามขายของวันศุกร์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ (ศุกร์ 12 ต.ค.) บรรยากาศในจังหวัดนราธิวาส ร้านค้าต่างๆ เริ่มทยอยเปิดเป็นปกติแล้ว โดยทางจังหวัดได้จัดกิจกรรมธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และชักชวนให้ประชาชนออกมาดำรงชีวิตตามปกติ
นับเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว ที่มีกระแสข่าวลือให้หยุดกิจการค้าขายในวันศุกร์ ซึ่งยังคงส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าอีกบางส่วนยังคงปิดกิจการอย่างต่อเนื่องในวันศุกร์ ทางจังหวัดนราธิวาส จึงบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภคด้วยการจัดกิจกรรมธงฟ้า ราคาประหยัดขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน
นายเอกศักดิ์ อารยนันท์ พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส
นายเอกศักดิ์ อารยนันท์ พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักใหญ่สำหรับกิจกรรมธงฟ้าสัปดาห์นี้คือ การคืนวิถีชีวิตที่เป็นปกติสุขให้แก่พี่น้องประชาชนหลังจากที่มันมีความผิดปกติเกิดขึ้น ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่มันทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนที่ต้องซื้อของ ซื้อสินค้าเข้าไปบริโภคในครัวเรือนมันเปลี่ยนไป นั่นคือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องจัดขึ้นมา
ประชาชนออกมาจับจ่าย ซื้อของในกิจกรรมธงฟ้า ราคาประหยัด
ทั้งนี้ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด จะจัดต่อเนื่องเป็นระยะยาวกว่า 3 เดือน ที่บริเวณถนนหน้าสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ร่วมกับกิจกรรมถนนคนเดิน ซึ่งเดิมมีการจัดกิจกรรมกันอยู่แล้วอย่างต่อเนื่องในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์
ด้านแม่ค้าในงานธงฟ้า บอกว่า 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ขายของ ต้องหยุดขายในวันศุกร์ไม่กล้าขาย มีกิจกรรมธงฟ้าก็ดีมาก จะได้ช่วยเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ด้วย
แม่ค้าร้านสะดวกซื้อ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส บอกว่า ตอนนี้มั่นใจเต็มร้อยแล้ว รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิมแล้ว จริงๆ แล้วช่วงแรกก็เปิดร้านปกติ เพิ่งมีปิดครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง แต่รู้สึกมั่นใจขึ้นมาก หลังจากมีเจ้าหน้าที่มาสร้างความเชื่อมัน และดูแลความปลอดภัยให้
ส่วนด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้จัดกำลังดูแลอย่างเข้มงวด และออกเดินรณรงค์เคาะประตูบ้าน ให้กำลังใจ และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อเรียกบรรยากาศในการดำรงชีวิตของประชาชนให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผบ.กรม ร.3 พล.นย. กล่าวว่า คิดว่าวันนี้สภาพวิถีชีวิตความเป็นปกตินั้นเริ่มกลับคืนมาแล้ว อาจจะมีในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก็ต้องยอมรับบางส่วนอาจจะมีข่าวลือบ้างอะไรบ้าง พี่น้องประชาชนก็อาจจะเกิดความกังวลก็เลยไม่มั่นใจ แต่เมื่อทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อำเภอ อส. มาช่วยกันดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ พอมาถึงสัปดาห์นี้ เราก็ดำเนินการรณรงค์ และพี่น้องเห็นว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลคุ้มครอง ปกป้องท่านอย่างสุดความสามารถ ก็เลยเริ่มเห็นวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนเริ่มกลับคืนมา
อย่างไรก็ตาม 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าวลือส่งผลกระทบให้แก่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เข้ามาขายของในตลาดเป็นอย่างมาก ไม่สามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติ ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐออกมารณรงค์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน บรรยากาศการจับจ่ายทั้งกิจการร้านค้า และตลาดสดต่างๆ เริ่มจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และคาดว่าหวังจากนี้ประชาชนจะสามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องหวาดระแวง
กินเจปีนี้พืช-ผักอุตรดิตถ์แพงขึ้น 30-100%
อุตรดิตถ์ - พืชผักในตลาดสดเมืองลับแลราคาเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% บางอย่างพุ่งพรวด 1 เท่าตัว ขณะที่บางชนิดขึ้นทันที 50 บาท/กก.รับเทศกาลกินเจที่เริ่มต้นขึ้นในวันนี้
บรรยากาศเทศกาลถือศีลกินเจที่จังหวัดอุตรดิตถ์ระหว่างวันที่ 15-23 ต.ค. 2555 ปีนี้ ราคาพืชผัก และวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหารเจปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงปกติกว่า 30% หลายชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้นจากช่วงปกติเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะมะเขือเทศ และผักคะน้า ส่วนของผักกาดขาว กะหล่ำปลี ราคาปรับขึ้นจากเดิมกิโลกรัมละ 50 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาผักจะปรับขึ้นแต่ไม่ทำให้ราคาอาหารเจที่ปรุงเสร็จแล้วเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วเท่าไหร่ คือกับข้าวเริ่มต้นที่ 20-30 บาทต่อถุง แล้วแต่ประเภทของอาหาร
แม่ค้าขายผักสดรายใหญ่ในตลาดสดเทศบาล 3 ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมากที่สุดในทั้งหมด 5 ตลาดในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ยอมรับว่า เทศกาลกินเจปีนี้ราคาผักแพงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการร้านอาหารเจบ้านสมพรกล่าวว่า ปีนี้ผักสดที่เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารเจต่างปรับราคาสูงขึ้น แต่ทางร้านก็ยังขายกับข้าวในราคาปกติคือถุงละ 20-30 บาทเท่านั้น ส่วนลูกค้าก็ยังมากเหมือนเดิม
เบตงจัดประเพณี “ถือศีลกินเจ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย”
ยะลา - ศอ.บต.และหอการค้าจังหวัดยะลา เปิดงานประเพณีถือศีลกินเจเชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย
วันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 18.00 น.ที่วัดกวนอิม อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดยะลา ได้ร่วมเปิดงานประเพณีถือศีลกินเจเชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการค้า และการลงทุนในพื้นที่อำเภอเบตง ทำให้สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่อยู่ในสภาวะซบเซา ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหอการค้าจังหวัดยะลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมการค้าการลงทุนในอำเภอเบตง เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีออกสู่จังหวัดต่างๆ และบุคคลทั่วไป จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดประเพณีถือศีลกินเจ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียขึ้น
ด้าน ดร.ณพพศ์ ธีระวร ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า อำเภอเบตงถือเป็นเขตเศรษฐกิจอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัดยะลา ซึ่งอำเภอเบตงมีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมที่หลากหลายวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่น่าสนใจ อีกทั้งมีอาหารที่ขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่น ไก่เบตง ผักน้ำเบตง มีสภาพภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังเป็นอำเภอเดียวที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบน้อยมาก รวมทั้งยังเป็นอำเภอที่มีเขตแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซียอีกด้วย ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดยะลาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่อำเภอเบตง จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน “โครงการส่งเสริมประเพณีถือศีลกินเจเชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย” ภายใต้การสนับสนุนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อำเภอเบตงให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลภายนอก และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ต่อไป
นายคุณวุฒิ มงคลประจักษ์ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า โครงการส่งเสริมประเพณีถือศีลกินเจเชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียที่จะมีขึ้นนั้น นอกจากจะเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมาเลเซียอีกด้วย จากปีที่ผ่านมา ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียนิยมเดินทางมาร่วมเทศกาลในอำเภอเบตงอย่างมาก และหอการค้าจังหวัดยะลาได้เตรียมการจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 10 วันของการถือศีลกินเจมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เช่น การแห่พระรอบเมืองเบตง พิธีสะเดาะเคราะห์ ตลอดจนการแสดงอภินิหารต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงจากประเทศมาเลเซียร่วมแสดงเพื่อสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย
ชาวเมืองลุงจัดหมฺรับตั้งริ้วขบวนแห่ทำบุญให้บรรพบุรุษสืบทอดประเพณีปักษ์ใต้
พัทลุง - ชาวบ้านจังหวัดพัทลุงทำขนมเดือนสิบจัดหมฺรับ ตั้งริ้วขบวนตกแต่งอย่างสวยงามก่อนแห่ไปรอบๆ เมือง เพื่อสืบทอดประเพณี ทำบุญอุทิศให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ที่บริเวณตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ชาวบ้านได้พากันหาชื้อขนมเดือนสิบเพื่อไปทำบุญส่งตายายที่วัด โดยเฉพาะที่วัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีประชาชนร่วมทำบุญวันสารทเดือนสิบเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำบุญวันสารทเดือนสิบเป็นประเพณีของคนภาคใต้ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยในวัดดังกล่าวชาวบ้านจะทำขนมขึ้นมาเป็นการเฉพาะจำนวน 5 ชนิด คือ ขนมลา ขนมพอง ขนมรู ขนมบ้า และขนมเทียน เพื่อทำบุญอุทิศให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเรียกขนมดังกล่าวว่าขนมเดือนสิบ
ในปีนี้ชาวบ้านในตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ได้จัดริ้วขบวนแห่หมฺรับ โดยแต่ละขบวนประชาชนร่วมกันตกแต่งริ้วขบวนแห่หมฺรับอย่างสวยงาม โดยตกแต่งจากขนมลา ขนมพอง ขนมรู ขนมบ้า และขนมเทียนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับในปีนี้ขบวนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือริ้วขบวนแห่หมฺรับที่ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์รูปเจดีย์ และริ้วขบวนตัวเปรต
นอกจากนั้นแล้วชาวบ้านจะนำขนมทั้ง 5 ชนิดมาตั้งหมฺรับเพื่อถวายพระภิกษุ และอุทิศให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หลังจากนั้นชาวบ้านจะมีการแย่งขนมดังกล่าว บางส่วนจะนำมารับประทาน ซึ่งวิธีการดังกล่าวเรียกว่า “การชิงเปรต” และการจัดงานดังกล่าวก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมให้คงสืบทอดต่อไปของคนจังหวัดพัทลุงและคนภาคใต้
ชาวตะกั่วป่าร่วมพิธียกเสาโกเต้งสัญลักษณ์ประเพณีถือศีลกินผัก
พังงา - ประเพณีถือศีลกินผักอำเภอตะกั่วป่าเริ่มขึ้นแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีชาวตะกั่วป่าเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
เมื่อเวลา 11.45 น.ที่ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม บางไทร (กู่ใช่ตึ๋ง) อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธียกเสาโกเต้ง พร้อมกับอัญเชิญไฟพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้พระราชทานให้แก่ศาลเจ้าประดับไว้บนเสาโกเต้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในเทศกาลกินผักปีนี้ โดยมีนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายก อบจ.พังงา นายมานะ จรุงเกียรติขจร นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยประชาชนชาวอำเภอตะกั่วป่าที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดขาวเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
พิธียกเสาโก้เต้งไว้ที่หน้าศาลเจ้านั้น ทุกๆ ศาลเจ้าจะทำเพื่อประกอบพิธีอัญเชิญตะเกียง 9 ดวงขึ้นไปไว้ที่ยอดเสาโกเต้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพิธีถือศีลกินผักได้เริ่มขึ้นแล้ว ในช่วงงานเทศกาลกินผักนั้น ทางศาลเจ้าได้จัดพิธีกรรมหลายอย่างขึ้นเช่น พิธีอัญเชิญเทพเจ้าหยกอ๋องซ่งเต่ และกิ้วอ๋องไตเต่ มาเป็นประธานในพิธีถือศีลกินผัก ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-23 ตุลาคม 2555 พิธีโก้ยเฉ่งอิ๋ว หรือพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากบ้านของผู้ที่ร่วมถือศีลกินผัก พิธีอัญเชิญล่ำเต้า-ปักเต้า (เทพผู้ถือบัญชีเป็น-บัญชีตาย) พีธีไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำในทุกๆ คืน พิธีแห่พระรอบเมือง และการอัญเชิญเทพเจ้ามาประทับในร่างของม้าทรง และแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการทรมานร่างกายในรูปแบบต่างๆ ตามความเชื่อเชื่อว่ารับทุกข์แทนผู้ที่ร่วมงานถือศีลกินผัก และเพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง
รศ.นพ.ชัยวัฒน์ ฑีฆเสนีย์ แพทย์ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอัน ล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานไฟพระฤกษ์มาให้แก่ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมบางไทร (กู่ใช่ตึ๋ง) และประชาชนชาวอำเภอตะกั่วป่า เพื่อความเป็นสิริมงคลในเทศกาลถือศีลกินผักปีนี้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)