++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โลกกลม... หลวงปู่หล้า เขมปัตโต


โลกกลม... หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

คัดลอกจากคติธรรมนำชีวิต
.
..สัตว์ทั้งหลาย ผู้ท่องเที่ยวอยู่ในโลกดิน โลกน้ำ โลกไฟ โลกลม เหล่านี้จัดเข้าในสังขารโลก

โลกคือสังขารเกิดขึ้นมาแล้วก็แปรปรวน และแตกสลายไปเป็นยุคๆ เ

เป็นรอบๆ อยู่เป็นเนืองนิจไม่ขาดสาย สังขารหากเกิดขึ้น สังขารหากตั้งอยู่ สังขารหากแปรปรวน สังขารหากดับไป

มีเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้น มีแปรปรวนเป็นท่ามกลาง

มีดับเป็นสุดท้าย แต่ก็วนไปวนมากันอยู่อย่างนั้น เรียกว่าโลกกลม...

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

เขตจอมทอง ชวนชิม กับ “เทศกาลอาหาร และของดีเขตจอมทอง”




  เขตจอมทองชวนเที่ยวงาน “เทศกาลอาหาร และของดีเขตจอมทอง” ในวันที่ 5-9 ก.ย. 55 ตั้งแต่เวลา 16.00- 23.00 น. ณ วัดบางประทุนนอก เขตจอมทอง พบกับกิจกรรมต่างๆมากมาย และร่วมสนุกกับคอนเสิร์ตต่างๆ
     
       เขตจอมทอง กรุงเทพฯ จัดงาน “เทศกาลอาหาร และของดีเขตจอมทอง” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมหัศจรรย์ของเขตจอมทอง อีกทั้งยังเป็นการร่วมกันอนุรักษ์ของดี และร้านอาหารอร่อยของเขตจอมทองให้ได้สืบทอดกันต่อไป
     
       ภายในงานได้รวบรวมร้านอาหารและร้านค้าชื่อดังในเขตจอมทองกว่า 100 ร้านค้า พร้อมจำลองบรรยากาศงานวัดแบบไทย ทั้งการละเล่นและกิจกรรมสนุกสนานสำหรับครอบครัว อาทิ ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ปาโป่ง สาวน้อยตกน้ำ พร้อมกับการแสดงทางวัฒนธรรมทุกคืน ก่อนปิดท้ายด้วย คอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่ง หมอลำ เป็นต้น
     
       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08-9768-4999

รู้จัก “แพนเค้ก”สาว ป.โท ม.ราม ในบทบาท "นางเอกรักการอ่าน"




       การอ่าน” ไม่ว่าจะอ่านจากหนังสือหรือสื่อใด ๆ ก็ล้วนแต่มีความสำคัญในการสร้างพฤติกรรมแห่ง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ทั้งสิ้น ยิ่งถ้ามีขั้นตอนการบ่มเพาะที่เหมาะสม น่าสนใจ เร้าความรู้สึก และทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คนคนนั้นมีนิสัย “รักการอ่าน” เช่นเดียวกับ ‘แพนเค้ก’ เขมนิจ จามิกรณ์ นักศึกษาปริญญาโท โครงการรัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ราม) เผยเคล็ดไม่ลับในการอ่านกับอาชีพนักแสดง ตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ จนกระทั่งก้าวเดินบนเส้นทางของนักแสดง และบทบาทการเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่ต้องอาศัยการอ่านเป็นส่วนสำคัญ



       ‘แพนเค้ก’ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการอ่านว่า เริ่มจากการที่ครอบครัวเป็นนักอ่าน โดยคุณแม่เป็นผู้สนับสนุนการอ่านตั้งแต่เล็ก มีคุณยายคอยส่งเสริมให้อ่านหนังสือ และบอกเสมอว่าไม่จำเป็นต้องอ่านแต่หนังสือเรียน แต่ให้อ่านสิ่งที่ชอบ ทั้งการ์ตูน นิยาย จนกระทั่งเมื่อโตขึ้นจึงสามารถอ่านหนังสือได้ทุกชนิด
     
       “หนังสือที่แพนอ่านมีตั้งแต่ การ์ตูน นิยาย สารคดีขายหัวเราะ มีเรื่องราวข้อคิดสอดแทรกให้เกิดจินตนาการทำให้เรามองอะไรกว้างขึ้น แพนเองเริ่มต้นการอ่าน จากการ์ตูน และนิยาย โดยเฉพาะเรื่องคำสาปฟาโรห์ ที่เป็นการ์ตูนประวัติศาสตร์อียิปต์เมื่อสามพันปีที่แล้ว ในยุคของพระเอกเป็นฟาโรห์ อ่านแล้วรู้สึกชอบนิยายเกี่ยวกับทะเลทราย จนอยากไปประเทศอียิปต์ อยากจะเข้าใจอักษรไฮโรกริฟ เลยไปซื้อหนังสือมาศึกษาการอ่านและเขียนอักษรอียิปต์ เรียกว่าเป็นการจุดประกายการอ่านที่สำคัญ เพราะเมื่อได้อ่านหนังสือที่ชอบทำให้เรามีนิสัยรักการอ่านด้วย”



       นอกจากจะชอบอ่านการ์ตูนแล้ว แพนเค้กยังบอกอีกว่านิยายสั้นในหนังสือพิมพ์ อ่านละครในหนังสือเฉพาะกิจ 25 บาท ยังเป็นหนังสือที่เธอชอบอ่านเช่นกันและมักจะนำมาเปรียบเทียบกับละครในโทรทัศน์ว่า มีบทพูดเหมือนกันหรือต่างกัน
        “แพนเค้กชอบอ่านนิยายและพยายามจับใจความ และลองหยิบเสื้อผ้ามาใส่เล่นเป็นตัวละครในหลายบท สนุกกับการต่อบทเอง ตอนนั้นรู้สึกชอบ แต่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ก้าวสู่อาชีพนักแสดงจริง
     
       การทำงานในอาชีพนักแสดงยังต้องอาศัยการอ่านเป็นสำคัญเช่นกัน เริ่มตั้งแต่การอ่านเรื่องย่อทั้งหมด ศึกษาตัวละครว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร คาแรคเตอร์ของตัวละครในบท ต้องแสดงเป็นอย่างไร ต้องท่องบท แยกบทแต่ละตอนว่ามีใครเข้าฉากบ้าง สถานที่เป็นอย่างไร ต้องอ่านทำความเข้าใจ และใช้จินตนาการ จะช่วยให้เข้าใจบทละครมากขึ้น และหากได้เล่นร่วมกับนักแสดงที่เข้ากันได้ดี ยิ่งทำให้งานมีสีสันสนุกมากขึ้น”
     
       ‘แพนเค้ก’ กล่าวต่อไปว่า คุณแม่มีส่วนสนับสนุนให้เรียนต่อปริญญาโทที่รามคำแหงในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ เมื่อได้เรียนจึงรู้ว่าค่อนข้างยากยังมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่รู้ ทำให้ต้องขยันหาข้อมูล ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และต้องอ่านให้มาก เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เรียน การอ่านเพื่อการเรียนจึงแตกต่างจากการอ่านเพื่อการทำงาน การอ่านเพื่อการเรียน ต้องมีการวิเคราะห์ จับประเด็น และแยกส่วนสำคัญออกมา เพื่อเวลาอ่านทวนจะได้เน้นเฉพาะจุดสำคัญ



       “จุดเริ่มต้นที่จะสร้างนิสัยรักการอ่าน ควรเริ่มต้นจากการเข้าห้องสมุด โดยเฉพาะรามคำแหงมีห้องสมุดที่มีความพร้อมสำหรับนักศึกษาแล้วเพราะเป็นแหล่งรวมหนังสือหลากหลายประเภท ต้องมีหนังสือที่ชอบอ่าน และสามารถจุดประกายการรักการอ่านได้นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีทันสมัยที่เอื้อให้เราไม่ต้องหยิบหนังสือเล่มหนักๆ มาอ่าน แค่เพียงคลิกก็สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆได้ แต่ในความเห็นส่วนตัวแล้วมองว่าหนังสือยังคงมีความขลัง และน่าสนใจมากกว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์
     
       ใครชอบอ่านหนังสือประเภทใด ขอให้เริ่มอ่านตั้งแต่วันนี้ เพราะสิ่งที่ได้จากการอ่านจะเป็นประสบการณ์ให้เราสามารถต่อยอดในการทำงานได้ เพราะหนังสือเป็นเรื่องราวที่เขียนโดยผู้มีประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์มากมาย เชื่อว่าน้องๆทุกคนมีความพยายาม ตั้งใจเรียนอยู่แล้ว แต่ขอให้ค้นคว้าหาความรู้ เข้าห้องสมุดให้มากขึ้น จะเป็นสิ่งดีสำหรับการเรียนและอนาคต” แพนเค้กเอ่ยทิ้งท้าย

ขอนแก่นจ่อนัดถกด่วนปัญหาจัดการน้ำ หลังเขื่อนอุบลรัตน์เหลือไม่ถึง 20ล้านลบ.ม.



 ศูนย์ข่าวขอนแก่น-รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เผยสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ยังน่าวิตก เหลือไม่ถึง 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบทั้งภาคการเกษตร-น้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือน เหตุการผลิตน้ำประปาต้องใช้แหล่งน้ำดิบจากระบบชลประทาน เผยหากไม่มีฝนตกหนักภายใน 7 วัน ต้องเรียกคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดประชุมด่วน
      
       นายทรงพล จำปาพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังร่วมประชุม Video Conference ซักซ้อมชี้แจงการจัดนิทรรศการการจัดบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย.ปี 2555 ว่าในวันนี้การประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังในส่วนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา และในการตั้งรับกับสาธารณภัยต่างๆ ในอนาคต
      
       ทางรัฐบาลได้สั่งให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเข้าไปชมนิทรรศการ เพื่อจะได้ศึกษาระบบการบริหารจัดการน้ำนำกลับมาใช้ในพื้นที่ต่อไป ไม่ใช่การประชุมเพื่อให้ชี้แจงสถานการณ์ในพื้นที่แต่ละจังหวัดที่ร่วมประชุมแต่อย่างใด
      
       ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่นยังถือว่าอยู่ในภาวะประสบปัญหาภัยแล้งหลายพื้นที่ ซึ่งยอมรับว่า จังหวัดยังไม่สามารถประกาศภาวะภัยพิบัติแล้งได้ เนื่องจากการประกาศภัยพิบัติแล้งจะประกาศได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อเบิกงบประมาณฉุกเฉิน ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบด้านว่าสมควรจะประกาศเมื่อใด
      
       แต่ยอมรับว่า สถานการณ์ปริมาณน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ที่น้ำไหลเข้ามีปริมาณน้อยมาก จนเหลือปริมาณน้ำใช้ไม่ถึง 20 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อหลายส่วน ทั้งน้ำใช้ในภาคการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เพราะถึงแม้จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ก็ตกเพียงเล็กน้อย เมื่อวัดระดับน้ำฝนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 มิลลิเมตรเท่านั้น
      
       นายทรงพลกล่าวอีกว่า นอกจากภาคการเกษตรแล้ว ประชาชนชาวขอนแก่นในหลายพื้นที่ ตลอดจนประชากรในมหาวิทยาลัยขอนแก่นเอง ก็ได้รับผลกระทบปัญหาน้ำขาดแคลนเช่นกัน โดยน้ำประปาไม่ค่อยไหล เนื่องจากต้องใช้แหล่งน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาจากระบบชลประทานซึ่งรับน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์มา เมื่อน้ำเขื่อนน้อยจึงส่งผลให้น้ำดิบที่ผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ
      
       อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ชาวขอนแก่นได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ทำฝนหลวงบรรเทาความเดือดร้อนในบางส่วน เบื้องต้น คาดว่าจะยังสามารถประคองสถานการณ์ได้เป็นเวลา 7 วัน แต่หากในห้วง 7 วันนี้ยังไม่มีฝนตก จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดประชุมเป็นการด่วน

นักดูนกทั่วเอเชียทัศนศึกษาดูนกเหยี่ยวที่ชุมพรตุลาคมนี้



   นายอุทัย วรมาศกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานชุมพร กล่าวว่า เครือข่ายศึกษาและอนุรักษ์นกล่าเหยื่อในทวีปเอเชีย หรือ “Asian Raptor Research and Conservation” (ARRCN) และกลุ่มศึกษาเหยี่ยว และนกอินทรีในประเทศไทย Thai Raptor Group (TRG) กำหนด “เสวนาประสาเหยี่ยว” ขึ้น ในวันที่ 20 ตุลาคม 2555 นี้ โรงแรมนานาบุรี ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยจะมีนักดูนกจากหลายประเทศในเอเชียเดินทางมาร่วมเสวนาในครั้งนี้
      
       ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร ยังกล่าวว่า จากการประสานงาน ขณะนี้มีหลายประเทศให้ความสนใจจำนวนมาก เพราะในรอบหนึ่งปี เครือข่ายศึกษาและอนุรักษ์นกล่าเหยื่อในทวีปเอเชีย จะมีการเสวนาในลักษณะดังกล่าวเพียงครั้งเดียว ถือเป็นการประชุมเชิงวิชาการนานาชาติ และในปีนี้ ได้เลือก จังหวัดชุมพรจัดเสวนา
      
       นอกจากนี้ เพื่อให้งานต่อเนื่องกัน ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกลุ่มศึกษาเหยี่ยว และนกอินทรีในประเทศไทย Thai Raptor Group (TRG) ททท.สำนักงานจังหวัดชุมพร และ อำเภอปะทิว ได้จัดงาน “จิบกาแฟ แลเหยี่ยว” ขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ต.ค.2555 นี้ หลังจากมีการเสวนาแล้ว จะมีการเดินทางไป จำแนกชนิดนกเหยี่ยวอพยพนานาชาติ (Field Raptor Identification Course 2012) พร้อมการฝึกจำแนกชนิดภาคสนาม ณ เขาดินสอ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
      
       ขอเชิญผู้สนใจเฝ้าดูความมหัศจรรย์ของเหยี่ยวอพยพนับแสนตัว ที่บินผ่านบริเวณเขาดินสอ จังหวัดชุมพร ได้ตลอดเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งบรรดานกล่าเหยื่อนานาชนิดจะรวมกลุ่มกันอพยพย้ายถิ่นมาจากแถบซีกโลกเหนือ หนีอากาศหนาวมายังพื้นที่ที่อบอุ่นแถบเส้นศูนย์สูตรในแถบประเทศเอเชีย เช่น เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน, เหยี่ยวญี่ปุ่น, เหยี่ยวหน้าเทา, เหยี่ยวผึ้ง และเหยี่ยวกิ้งก่าดำ เป็นต้น

ชมและชิมของดีเมืองตรัง พร้อมเลือกซื้อหมูย่างตรังราคาพิเศษ 2 ก.ย.นี้



 นายจรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง แจ้งว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง หอการค้าจังหวัดตรัง และชมรมผู้ประกอบการหมูย่างจังหวัดตรัง กำหนดจัดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 23 ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555 ณ ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ถนนพระรามพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
      
       ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์หมูย่าง อันเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการหมูย่าง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร โดยภายในงานจะมีการจำหน่ายหมูย่างของผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ในราคาพิเศษ กิโลกรัมละ 380 บาท จากราคาปกติกิโลกรัมละ 400 บาท ส่วนหัว และขากิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งชมรมผู้ประกอบการหมูย่างจะมอบเงินส่วนหนึ่งจากชมรมฯ เพื่อเป็นสาธารณกุศล

       
       นอกจากนี้ ยังมีการเดินขบวนพาเหรดแฟนซีจากสถานศึกษาต่างๆ การจำหน่ายสินค้า OTOP การแสดง และกิจกรรมบนเวที พร้อมทั้งประกวดการปรุงอาหารโดยใช้หมูย่างนำมาทำเป็นอาหารสูตรใหม่ในโครงการ “ตำรับหมูย่างสู่สุขภาพที่เป็นสุข”
      
       ททท.สำนักงานตรัง จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 23 พร้อมสัมผัสกับความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง เช่น หินงอกหินย้อยในเวิ้ง และโถงถ้ำที่ถ้ำเลเขากอบ สัมผัสธรรมชาติกับสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ (Canopy Walkway) แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ตลอดจนลิ้มลองอาหารเลิศรสเอกลักษณ์ของจังหวัดตรัง ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำ โกปี้ ทั้งยามเช้า และยามค่ำคืน ขนมเค้กจังหวัดตรัง อาหารทะเลสดๆ เป็นต้น สอบถามรายละเอียดได้ที่ หอการค้าจังหวัดตรัง โทร.0-7522-5353 หรือ ททท.สำนักงานตรัง โทร.0-7521-5867, 0-7524-4058

สรุปผลประชุม “ไทย-เมียนมาร์” เตรียมตั้งคณะกรรมการร่วมท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าผลักดันเปิดด่าน “ห้วยต้นนุ่น”


แม่ฮ่องสอน - ผวจ.แม่ฮ่องสอน แถลงข่าวสรุปผลประชุมความร่วมมือไทย-เมียนมาร์เห็นชอบตั้งคณะการการท้องถิ่นร่วมกัน พร้อมเดินหน้าผลักดันเปิดด่าน “ห้วยต้นนุ่น” พัฒนาเส้นทางการค้า-เส้นทางบิน-เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ฝ่ายตัวแทนเมียนมาร์เผยเตรียมรวบรวมข้อเสนอฝ่ายไทยให้รัฐบาลพิจารณา
      
       วันนี้ (28 ส.ค.) ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นปาย สวีท แอนด์ รีสอร์ท ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายยัน เนียง ทุน ผู้อำนวยการกรมการค้าชายแดน กระทรวงพาณิชย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมความร่วมมือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
      
       โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แถลงถึงหัวข้อที่ทั้ง จ.แม่ฮ่องสอนและประเทศเมียนมาร์เห็นชอบร่วมกันใน 7 ประเด็น ได้แก่
      
       1.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับท้องถิ่น เพื่อการประสานงานในลักษณะ One Stop Service เพื่อประสานการดำเนินการทั้งในระดับภาครัฐ และเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกในกิจกรรมชายแดน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้า กิจกรรมความสัมพันธ์ เป็นต้น
      
       2.ในเรื่องของการยกระดับจุดผ่อนปรนห้วยต้นนุ่น เป็นด่านถาวรนั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการตั้งเป้าในการจัดเก็บสถิติมูลค่าการค้าผ่านด่านห้วยต้นนุ่น เพื่อการใช้ประโยชน์ต่อหลักการ และเหตุผลในการยกระดับด่าน
      
       3.ในด้านความร่วมมือด้านการเปิดเส้นทางการค้าใหม่ เส้นทางแม่ฮ่องสอน-เนย์ปิดอว์ และแม่ฮ่องสอน-ทันเว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเชื่อมโยงเส้นทางแม่ฮ่องสอน-ลอยก่อ-เนย์ปิดอว์-มินห์ลา บนเส้นทางเหนือ-ใต้ในพม่า เชื่อมโยงไปทันเว เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้นำเสนอในเวที Economic Corridor Forum (ECF) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในบทบาทที่สนับสนุนภาคเอกชนในเวที GMS และเป็นการสนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวบนเส้นทางดังกล่าว
      
       4.ด้านการสนับสนุนเรื่องการเปิดเส้นทางการบินเส้นทางย่างกุ้ง-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เส้นทางเฮโฮ-ท่าขี้เหล็ก-แม่ฮ่องสอน และเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-มัณฑะเลย์ เพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีการบินในอาเซียน ตามแผนงานการไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ฝ่ายพม่าเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนี้ไปหารือ และพิจารณาทั้งในระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระดับประเทศ
      
       5.ในด้านความร่วมมือด้านการศึกษา กีฬา วัฒนธรรม และประเพณี ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีกิจกรรมความร่วมมือด้านการศึกษา กีฬา และประเพณี และฝ่ายไทยจะดำเนินการตามที่พม่าเสนอ โดยให้จัดทำโครงการเสนอผ่าน TBC เพื่อนำเสนออนุมัติ และแจ้งรายชื่อไปยังจังหวัด โดยให้ทำเป็นโครงการเสนอ พร้อมรายละเอียดแจ้งล่วงหน้า 1-2 เดือน พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยได้เสนอให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนพม่าจาก 3 สถาบันด้านกีฬาของไทย ได้แก่ สถาบันการพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการพลศึกษาจังหวัดลำปาง และสถาบันการพลศึกษาจังหวัดสุโขทัย
      
       6.ในด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางการค้า ฝ่ายไทยเสนอให้มีการจัดตลาดนัดวันหยุดที่บริเวณหน้าด่านห้วยนุ่นในรัศมี 2 กิโลเมตร เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้า และเจรจาธุรกิจในบริเวณดังกล่าว
      
       และ 7.ในด้านการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ไทยเสนอให้มีโครงการสำรวจแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมโยงระหว่างแม่ฮ่องสอน-รัฐคะยา ขณะที่เมียนมาร์เสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมในการทำโครงการสำรวจเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว
      
       นายยัน เนียง ทุน ผู้อำนวยการกรมการค้าชายแดน กระทรวงพาณิชย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดที่ จ.แม่ฮ่องสอน นำเสนอในการประชุมครั้งนี้นั้น คณะผู้เข้าร่วมประชุมจากเมียนมาร์ จะได้รวบรวมนำเสนอต่อสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้ขอให้ระดับท้องถิ่นทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายเมียนมาร์แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อดำเนินการในด้านการค้า และการท่องเที่ยวแล้ว

ชาวสกลนครร่วมมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินฯ



สกลนคร-ชาวสกลนคร และ 12 จังหวัดอีสานตอนบนกว่า 2,000 คน ร่วมกิจกรรม “มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมใจเทิดไท้องค์ราชินี สามัคคีทั้งแผ่นดิน” ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
      
       วันนี้ (28 ส.ค.) ที่บริเวณโครงการชลประทานสกลนคร (อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก) ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร พล.ท.จีระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมใจเทิดไท้องค์ราชินี สามัคคีทั้งแผ่นดิน” พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัด โดยมีบุคลากรและตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดทั้ง 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวนกว่า 2,000 คนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว
      
       งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมใจเทิดไท้องค์ราชินี สามัคคีทั้งแผ่นดิน จัดขึ้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
      
       ทั้งนี้ พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งให้เลขาธิการ ป.ป.ส.เพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้แก่ประชาชน และจัดเป็นตั้งกองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้น ซึ่งมีกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วทั้งประเทศ จำนวน 12,189 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัดนั้นมีกองทุนฯรวมทั้งสิ้น 1,954 หมู่บ้าน/ชุมชน
      
       กองทุนแม่ของแผ่นดินมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน และแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ โดยจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ขึ้น เช่น การลงนามถวายพระพร กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการขับเคลื่อนงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน การผนึกกำลังโดยการประกาศเจตนารมณ์ กล่าวคำปฏิญาณร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย

กลุ่มเอ็นจีโอร่วมกับชาวบ้านค่าย ยื่นคำฟ้อง สผ.และคณะกรรมการ EIA ต่อศาลปกครองระยอง



ระยอง - กลุ่มเอ็นจีโอร่วมชาวบ้านค่าย ยื่นฟ้อง สผ.และคณะกรรมการ EIA ต่อศาลปกครองระยอง เพื่อให้เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การจัดตั้งนิคมฯ บ้านค่าย (ไออาร์พีซี) ที่ดำเนินการไม่ถูกขั้นตอนของกฏหมาย
      
       วันนี้ (28 ส.ค.) ที่ศาลปกครองระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับชาวบ้าน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง รวม 91 คน นำโดยนายเศรษฐา ปิตุเตชะ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ระยอง เดินทางมาเพื่อยื่นฟ้องเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภค ผู้ถูกฟ้องที่ 2 เพื่อเพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย (ไออาร์พีซี) จำกัด (มหาชน)
      
       นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เนื่องจากในวันนี้ทีมงานทนายความได้จัดทำร่างคำฟ้อง 2 หน่วยงานรัฐโดย นายเศรษฐา ปิตุเตชะ แกนนำชาวบ้านค่าย ร่วมกับชาวบ้านค่ายรวม 91 คน ยื่นฟ้อง 2 หน่วยงานรัฐต่อศาลปกครองระยองในวันนี้ แต่นายเศรษฐา ปิตุเตชะ แกนนำชาวบ้านไม่มาเซ็นมอบอำนาจให้จึงต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนชื่อแกนนำคนใหม่เป็น ลุงน้อย ใจตั้ง อายุ 72 ปี แกนนำมาบตาพุดที่ร่วมกับเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ฟ้องให้ศาลปกครองประกาศพื้นที่มาบตาพุด และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเขตประกาศควบคุมมลพิษมาแล้ว หลังแก้ไขร่างคำฟ้องเปลี่ยนชื่อแกนนำชาวบ้านคนใหม่มอบอำนาจให้นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เสร็จเรียบร้อย พร้อมยื่นร่างคำฟ้องต่อ นายนรินทร์ฤทธิ์ กลิ่นพิบูลย์ ผอ.สำนักงานศาลปกครองระยอง
      
       สำหรับวันนี้ ได้มายื่นคำฟ้อง 2 หน่วยงานรัฐ คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภค เพื่อดำเนินการเพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผละกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย (ไออาร์พีซี) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นการทำไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เชื่อว่าเมื่อฟ้องไปแล้วศาลจะเรียก กนอ.และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องเพิ่มเติมภายหลัง
      
       นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า กรณีการประกาศตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย (ไออาร์พีซี) เรื่องนี้ไม่จบง่าย หลังจากนี้จะมีการฟ้องการประกาศจัดตั้งผังเมืองบ้านค่าย เนื่องจากพื้นที่ อ.บ้านค่ายเป็นพื้นที่สีขาวคาดเขียว แต่กลายเป็นสีม่วง ซึ่งผิดเจตนารมณ์ที่ไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามกฏหมายผังเมืองปี 18 กำหนดและเรื่องต่อไปกรณีโรงงานปล่อยน้ำเสียลงคลองปลากลั้ง ทำให้มีปลาตาย
      
       นอกจากนั้น ทางคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สุ่มตรวจนักเรียนโรงเรียนวัดปทุมาวาส ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย พบสารตะกั่วในเลือดนักเรียน รวม 34 ราย ทางสาธารณสุข จ.ระยอง ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขป้องกันแต่อย่างใด เรื่องนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเตรียมยื่นหนังสือสอบถามข้อมูลสำนักงานสาธารณสุข จ.ระยอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่ามีแผน และมาตรการอย่างไรกับปัญหาพบสารตะกั่วในเลือดของนักเรียน เพราะนักเรียน และเยาวชนเหล่านี้เป็นอนาคตของชาติ
      
       นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ หากปล่อยทิ้งไว้นานจะเกิดความเสียหาย ไม่ใช่เฉพาะเด็กนักเรียน แต่หมายถึงสังคมโดยรวมชุมชนบ้านค่ายทั้งหมด เรื่องนี้หน่วยงานภาครัฐจะปกปิดข้อมูล หรือทำเพิกเฉยไม่ได้ เพราะเด็กมีสารโลหะหนักในร่างกายในเม็ดเลือดมันเป็นเรื่องที่อันตรายมาก