++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สาธิตมัฆวานฯ ชวนเขียน “ไดอารีเด็กแนวกู้ชาติ”


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2551 23:23 น.

 ผู้จัดการออนไลน์ - สาธิตมัฆวานฯ ชวนเยาวชนเขียน “ไดอารี่เด็กแนวกู้ชาติ” บันทึกประวัติศาสตร์สู่การเมืองใหม่ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดความคิดและมุมมองทางการเมือง ผู้สนใจสามารถส่งความเรียงพร้อมรูปถ่าย เพื่อรวบรวมตีพิมพ์ลงในหนังสือ ภายในวันศุกร์นี้ (1 ส.ค.) รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ “เอเอสทีวี”
      
       เมื่อเวลา 16.30 น.วานนี้ (27 ก.ค.) ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ซึ่งประกอบไปด้วยนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากหลายสถาบัน ที่เข้าร่วมชุมนุมพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เปิดตัวโครงการจัดทำหนังสือไดอารี่ “เด็กแนวกู้ชาติ” บนเวทีปราศรัยที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก
      
       นายวสันต์ วานิชย์ ประธานคณะทำงานโครงการกล่าวว่า การจัดทำหนังสือเล่มนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความห ่วงใยบ้านเมือง และได้ชุมนุมร่วมกับพี่น้องประชาชน ถ่ายทอดความรู้สึกในรูปแบบของความเรียง โดยจะรวบรวมแนวคิดดังกล่าวจัดทำเป็นหนังสือไดอารีเพื่อเผยแพร่ออกสู่สายตาปร ะชาชน ทั้งนี้หนังสือดังกล่าว มีแผนจะนำไปวางแผงตามร้านหนังสือทั่วไป โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำมามอบให้เอเอสทีวี ซึ่งเป็นสื่อที่เผยแพร่ข้อเท็จจริงทางการเมืองสู่สายตาประชาชนอีกด้วย
      
       นายวสันต์ กล่าวต่อว่า การจัดทำหนังสือดังกล่าวมีเป้าหมายหลักคือการถ่ายทอดมุมมองความรู้สึกในเหตุ การณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมืองครั้งสำคัญที่พี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เ ข้ามาชุมนุมตรงนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การเมืองใหม่ อยากให้หนังสือไดอารีเล่มนี้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ให้เห็นว่า วันนี้เยาวชนอีกมุมหนึ่งในสังคมกำลังทำอะไร และคิดเห็นอย่างไรกับบ้านเมือง
      
       “จากคำถามของสังคมที่มุ่งถามมายังกลุ่มผู้ชุมนุมกู้ชาติต่างๆ นานา ทำให้มีความไม่เข้าใจในปัญหาที่แท้จริง การทำงานตอบโจทย์ที่สังคมตั้งคำถามให้ได้มากที่สุดในช่องทางของการถ่ายทอดมา ยังหนังสือไดอารีเด็กแนวกู้ชาติ จะเป็นการสร้างความเข้าใจอีกมุมมองหนึ่งในประเด็ดประวัติศาสตร์ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป อานคตจะได้รู้ว่าวัยรุ่นยุคนี้คิดอะไร จะยังเล่นแต่เกม คิดว่าเป็นเรื่องการเมือง ไม่เห็นเกี่ยวกับวัยรุ่นเลย นั้นเราต้องเปลี่ยนแนวคิดวัยรุ่นเหล่านั้นครับ” นายวสันต์กล่าว
      
       ขณะที่ นายกิตตินันท์ นาคทอง ตัวแทนโรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน หนึ่งในคณะบรรณาธิการโครงการ กล่าวว่า ทางโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับเรื่องราวจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อรวบรวมจัดทำเป็นหนังสือ โดยผู้ที่สนใจจะต้องเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 30 ปี เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษา หรือผู้ที่เรียนจบแล้วทำงานอยู่ก็ได้
      
       นายกิตตินันท์ กล่าวต่อว่า หัวข้อในการเขียนความเรียง จะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ คือ สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมชุมนุม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมของพันธมิตรฯ เขียนในหัวข้อ “เรามากู้ชาติกันทำไม” ส่วนเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ติดตามการเคลื่อนไหวอย่างห่างๆ ร่วมเขียนความเรียงในหัวข้อ “คิดอย่างไรที่พ่อแม่พี่น้องมากู้ชาติ” โดยสามารถเขียนผลงานความเรียง เป็นตัวพิมพ์ขนาด 16 หรือเขียนด้วยปากกาตัวบรรจง ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ เอ 4 พร้อมแนบรูปถ่ายขนาดโปสการ์ด หรือไฟล์ภาพดิจิตอลขนาดมากกว่า 1 MB ประมาณ 1-2 ภาพ เพื่อนำไปลงตีพิมพ์ประกอบหนังสือ ส่วนท้ายของความเรียงลงชื่อผู้ส่ง สถานศึกษา ระบุระดับชั้นในกรณีที่กำลังศึกษา ที่อยู่ที่ติดต่อสะดวก เบอร์โทรศัพท์และอีเมลติดต่อแนบมาด้วย
      
       “ผู้สนใจสามารถส่งผลงานความเรียงพร้อมรูปถ่ายได้ทาง paddiary@gmail.com หรือส่งมาด้วยตัวเอง โดยนำผลงานพร้อมรูปถ่ายใส่ซอง มอบให้ที่เต็นท์สาธิตมัฆวาน บริเวณที่ชุมนุมพันธมิตรฯ ถนนราชดำเนินนอก เยื้องกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะมีจุดรับผลงานอยู่ที่นั่น โดยจะเปิดรับผลงานจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 08-6363-3528, 08-4649-2390 และ 08-5155-0665” นายกิตตินันท์กล่าว

“ภูวดล” ลั่นแตกหัก! ปลุก “พันธมิตรฯ” สู้-ต้าน “รบ.โจร” ด้านแก้ รธน.

ภูวดล” ประกาศแตกหัก ปลุก “พันธมิตรฯ” ทั่วประเทศเข้ากรุงต่อสู้กับ “รัฐบาลโจร” ที่ยังดื้อด้านเตรียมแก้ รธน.เพื่อตัวเอง-พวกพ้อง ชี้ชัด “นักการเมืองบัดซบ” ทำไทยเสียอธิปไตยให้กับกัมพูชา เคาะสติ “ทหาร” อย่ารักชาติเพียงแค่เดินสวนสนาม ก่อนแฉ “เตช” ท้ายที่สุดก็ตกเป็นเครื่องมือของ “ทักษิณ”
      
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ ปราศรัย 
      
       วันนี้ (29 ก.ค.) ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งว่า นับจากนี้ไปคงเหลืออีกไม่กี่วัน เพราะประเทศนี้จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างชนิดพลิกฟ้า พลิกแผ่นดิน เนื่องจากคนไทยระลึกได้แล้วว่า ถูกนักการเมืองบัดซบ และระบอบทักษิณทำลายป่นปี้ ไม่ว่ากรณีการขายชาติ หรือเอาผลประโยชน์ของตัวเองไปแลก เช่น กรณีเขาพระวิหาร รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยบอกว่ารัฐธรรมนูญใช้ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีข้าราชการบัดซบที่ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ เพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ให้กับตัวเอง และครอบครัว
      
       “รัฐบาลนี้หลอกพี่น้องมานานถึง 5 เดือน โดยชนชั้นผู้ปกครองตั้งแต่รับบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาจนถึงรัฐบาลหน้าสุกร ปากสุนัข ซึ่งสร้างบาป และสร้างเวรกรรมให้กับแผ่นดินนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงต้องสู้กับมัน โดยในส่วนสิ่งที่เราเรียกร้องนั้น เป็นเพราะพฤติกรรมที่รัฐบาลทำกับประเทศนี้ และประชาชน ซึ่งถือว่าบัดซบสุดๆ เพราะไม่รับผิดชอบ สมยอม และหลอกลวงประชาชนตลอดมา” ดร.ภูวดล กล่าว
      
       ดร.ภูวดล กล่าวอีกว่า เมื่อพูดถึงกรณีเขาพระวิหาร ก็จะเห็นความตลบตะแลงของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเมื่อลองมองย้อนกลับไป ก็จะเห็นว่าความตลบตะแลงที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ประเทศเราต้องสูญเสียอธิปไตยให้กับกัมพูชา เนื่องจากคนเหล่านี้คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัว และพวกพ้อง โดยไม่เคยคิดถึงประเทศชาติ และสิ่งหนึ่งที่คนกัมพูชามี แต่คนไทยไม่มีก็คือ ความรักชาติ จึงถึงอยากถามทหารที่สวนสนามว่า ความรักชาติของทหาร แค่เดินสวนสนามในวันที่ 3 ธ.ค.เท่านั้นหรือ เพราะเอาเข้าจริงๆ เราก็สูญเสียพื้นที่รอบๆ เขาพระวิหาร แล้วเคยคิดถึงความอับอายขายหน้าบ้างหรืออย่างไร
      
       ดร.ภูวดล ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ เดินทางไปเจรจากรณีเขาพระวิหารที่ประเทศกัมพูชาว่า วันนี้มีการประโคมข่าวว่า รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ เป็นคนดี สามารถแก้วิกฤตเขาพระวิหารได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นายเตช เป็นได้แค่เพียงอาจารย์ เพราะจบด้านประวัติศาสตร์มา ซึ่งท้ายที่สุดตกเป็นเครื่องมือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้มีการพยายามตีข่าวดังกล่าว ถามว่าการเจรจาได้อะไรกลับมาบ้าง แต่หนังสือพิมพ์กลับประโคมข่าวว่านายเตชเป็นเทวดา
      
       “ผมกล้าท้าว่า รัฐมนตรีรัฐบาลนี้ไม่มีน้ำยาหลงเหลืออยู่เลย อีกทั้งยังก็หกไปเรื่อยๆ แล้วก็วกกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ดังนั้นพี่น้องต้องลุกขึ้นมาสู้ได้แล้ว โดยเฉพาะพี่น้องในต่างจังหวัด โปรดมารวมตัวให้มากยิ่งขึ้น ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้แล้ว และถ้าพรุ่งนี้ นปก.กล้าหือเข้ามา ก็ต้องได้แลกกัน เราจะไม่ยอมให้โจรปกครองเมืองอีกต่อไป” ดร.ภูวดล กล่าว
      
       ดร.ภูวดล กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลเส็งเคร็งไม่ยอมทำอะไร นอกจากวิ่งเชลียร์ไปเชลียร์มา ถ้าประเทศนี้ยังนับถือคนกำมะลอก็จะตกต่ำยิ่งกว่าประเทศใดๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใน 10 ปีนี้ ดังนั้น คนรุ่นเราจะทนให้เขาโกงชาติได้อย่างนั้นหรือ จึงอยากวิงวอนให้ชาวไทยทั่วประเทศโปรดมาช่วยกันทำสงครามประชาชนให้ประสบความ สำเร็จในเร็ววันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นลูกหลานของเราในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อ ดังนั้น ในพรุ่งนี้ 10.00 น.ถ้า นปก.มาป่วนตรงนี้ก็เริ่มนับหนึ่งได้เลย วันนี้เราเหนื่อยยาก แต่ประเทศนี้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังของพี่น้องประชาชนทุกคน

“เหวง” ฉุน! ด่าแพทยสภา ไม่ให้ใช้ “นพ.” นำหน้า

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2551 17:11 น.

  “ หมอตุลย์” บุกแพทยสภายื่นหนังสือร้องเรียน จี้ให้ตรวจสอบ พฤติกรรม “หมอเหวง” ทั้งเป็นแกนนำการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสา-สนับสนุนผู้กระทำผิดต่อชีวิตสุขภาพ ชี้ เสื่อมเสียต่อวงการแพทย์ ระบุ ไม่ได้ต้องการให้ลงโทษรุนแรง แต่เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับแพทย์ที่ออกมาพูดเรื่องการเมือง ด้าน เลขาธิการแพทยสภา รับเรื่องเตรียมพิจารณาว่ามีมูลความผิดจริงหรือไม่ เผย ถ้าผิดมีโทษตั้งแต่ตักเตือน-เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ เผย หมอเหวง ส่งแฟกซ์ต่อว่า ไม่ให้ใช้คำนำหน้า นพ.


       วันที่ 29 ก.ค.ที่แพทยสภา ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาชิกแพทยสภา ได้เดินทางมายื่นหนังสือ เรื่อง ร้องเรียนให้สอบสวนพฤติกรรมของ นพ.เหวง โตจิราการ พร้อมได้นำข่าวเหตุการณ์การชุมนุมหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550 และรายนามแพทย์ร่วมร้องเรียนให้สอบสวน 40 รายชื่อ โดยมี นพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
      
       สำหรับหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าว ระบุว่า น พ.เหวง เป็นสมาชิกคนหนึ่งของแพทยสภา ต้องพึงรักษาเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ หากข่าวการโทรศัพท์แสดงความยินดี กับกลุ่มคนรักอุดร ซึ่งก่อเหตุความรุนแรง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นความจริง แสดงว่า นพ.เหวง ให้การสนับสนุนบุคคลที่เป็นผู้นำในการปฏิบัติทำร้ายประชาชน อันก่อให้เกิดความบาดเจ็บล้มตามของประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่อุกอาจ ผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ
       

       ทั้งนี้ นพ.เหวง ยังเคยร่วมเป็นผู้นำในการก่อการชุมนุมประท้วงด้วยความรุนแรง ที่บริเวณหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนกระทั่งศาลออกหมายจับ นพ.เหวง และพวก ในคดีหมายเลขดำ ที่ พ.1526/2550 โดยศาลกำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามผู้ต้องหาประพฤติตนตามลักษณะในคำร้องของฝากขังอันนำไปสู่การกระทำผิดในท ำนองเดียวกันอีก พฤติกรรมเยี่ยงนี้ของ นพ.เหวง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งการกระทำของ นพ.เหวง ก่อให้เกิดความรุนแรงในสังคม และภายหลังยังให้การสนับสนุนผู้ที่กระทำผิดต่อชีวิต และสุขภาพของประชาชน อันเป็นการขัดต่อหลักการของวิชาชีพแพทย์เป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับผู้ที่เป็นแพทย์ นำความเสื่อมเสียมาสู่วงการแพทย์เป็นอย่างมาก
      
       นพ.ตุลย์ กล่าวว่า การเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้ มาในฐานะสมาชิกแพทยสภาคนหนึ่ง ไม่ได้มาในนามของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะ นพ.เหวง ถือเป็นสมาชิกแพทยสภาเช่นกัน การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียกับแพทย์โดยรวม เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม จึงถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปกป้องหน้าที่ของแพทย์ไว้ การให้แพทยสภาตรวจสอบในเรื่องนี้ ถือเป็นกิจกรรมแพทย์ต่อแพทย์ ซึ่งผู้เป็นแพทย์ควรเคารพต่อกฎของแพทยสภา และจริยธรรมของวิชาชีพด้วย ไม่ได้ต้องการให้แพทยสภาลงโทษขั้นรุนแรง เพียงแต่ต้องการให้มีการตรวจสอบการกระทำเหล่านี้ว่า เหมาะสมหรือไม่ และควรมีการตักเตือนเพื่อให้เป็นบันทัดฐานต่อไป สำหรับแพทย์ที่จะออกมาพูดหรือดำเนินกิจการทางการเมือง
      
       นพ.อำนาจ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลความผิดมากน้อย เพียงใด และจะนำเข้าสู่คณะกรรมการจริยธรรมเพื่อสอบสวนหรือไม่ โดยคณะกรรมการแพทยสภาจะมีวาระการประชุมทุกเดือน ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาด้วย แต่จากการอ่านเอกสารเบื้องต้นคงยังไม่สามารถสรุปได้ทันที เพราะมีบางประเด็นอาจจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เมื่อพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว จึงจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะเชิญใครมาให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนขั้นตอนทั้งหมด คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ส่วนโทษที่จะได้รับมีตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ ไปจนถึงพักใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตั้งแต่ 15 วัน - 2 ปี หรือ เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
       

       “ ไม่หนักใจอะไร เพราะแพทยสภาปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม และมีแบบแผนชัดเจนในการดำเนินการ รวมทั้งมีคณะกรรมการที่พิจารณาอย่ารอบคอบเป็นกลาง ซึ่งในช่วงเช้าวันเดียวกันได้รับทราบจาก นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ว่า นพ.เหวง ได้ส่งแฟ็กส์มาถึง โดยมีเนื้อหาลักษณะต่อว่า ที่มีการให้ข่าวว่าไม่ควรใช้คำนำหน้า ว่า นพ. สำหรับแพทย์ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพแพทย์ด้วย” นพ.อำนาจ กล่าว
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการยื่นหนังสือดังกล่าวมี นพ.ตุลย์ เดินทางมายื่นหนังสือเพียงคนเดียว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.อ.นนทบุรี ประมาณ 10 นาย ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพราะเกรงว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินทางมาร่วมยื่นหนังสือดังกล่าวด้วย

ใครเห็นด้วยกับผมครับ

   
 ผู้เขียน: sareepab

ก ารที่แกนนำ พธม จะเปลี่ยนแปลงการเมืองนั้นถ้าไล่พวกกินบ้านกินเมืองได้แล้วอย่าให้คนอื่นเขา มาเป็นใหญ่อีก แกนนำจะต้องเอาอำนาจไว้ในมือมันจึงจะแก้ปัญหาต่างๆของบ้านเมืองได้ถ้าคิดว่า ต้องการให้เมืองไทยเดินไปยังไงเราจะต้องบริหารเองอย่าให้คนอื่นมาชุบมือเปิบ อีกถ้าไม่งั้นแล้วเราก็จะชุมนุมทั้งปี อำนาจจะต้องอยู่ในมือเราเท่านั้นๆถ้า เป็นไปได้ผมอยากให้ คุณสนธิได้เป็นนายกรัฐมนตรี เองซ่ะเลย มันจะแก้ปัญหาถูกจุด แกนนำจะต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินเท่านั้น มันจึงจะขุดรากถอนโคนระบอบ ทาก!!!!!!!ษิณได้

พี่น้องขอนแก่นรับนัด “ลุงจำลอง” เคลื่อนทัพร่วมต้านการแก้ รธน.ที่มัฆวานฯ คืน 31 ก.ค.

โดย ผู้จัดการออนไลน์     29 กรกฎาคม 2551 13:36 น.
       ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ประชาชนชาวขอนแก่นหลายพันคน เตรียมเดินทางเข้าไปมัฆวานฯ คืนวันที่ 31 ก.ค.นี้เพื่อไปร่วมต้านการดันทุรังฟอกผิดแม้ว ด้วยการแก้ รธน.ของรัฐบาลนายสมัคร ตามที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประกาศนัดหมายให้คนไทยไปร่วมชุมนุมวันที่ 1 ส.ค.ที่จะถึงให้มากที่สุด ลั่นพร้อมสู้ม็อบ นปก.ถ่อย เชื่อ “ธรรมะย่อมชนะอธรรม”
      
       ห ลังจากที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ ได้กล่าวปราศรัยและประกาศบนเวทีพันธมิตรฯเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.ค.) กล่าวว่า อีก 4 วันจะเกิดเรื่องใหญ่คือ การยื่นของแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนายสมัคร ซึ่งในครั้งนี้มีการเตรียมการมานาน โดยที่รัฐบาลได้มีการออก 6 มาตรการออกมาช่วยเหลือประชาชน แต่การออกมาตรการนี้ ออกมาพร้อมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
      
       ดังนั้น การออก 6 มาตรการนี้จึงเป็นเหมือนการหาเสียงสนันสนุนของประชาชนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมน ูญ ทั้งๆ ที่เงินที่ใช้นั้นเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ทั้งนี้ รัฐบาลต้องให้องค์กรอิสระหมดไป และไม่ต้องการให้มีการดำเนินการในความผิดของตนเอง
      
       พล.ต.จำลอง ยังเรียกให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกันให้มากในวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
      
       ปรากฏว่า ใ นช่วงสายวันนี้ (29 ก.ค.) ประชาชนชาวขอนแก่นได้ประสานศูนย์ข่าวASTV NEWS1-นสพ.ผู้จัดการ จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นสถานที่ลงชื่อลงขันกัน และร่วมเดินทางไปเพื่อไปตามประกาศนัดหมายจาก พล.ต.จำลอง เพื่อร่วมคัดค้านการกระทำอันมิชอบของรัฐบาลที่มุ่งมั่นจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณโดยไม่สนใจฟังเสียงประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
      
       ดังนั้น ในคืนวันที่ 31 ก.ค.จะรวมตัวกันเพื่อเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมที่สะพานมัฆวานฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 1 ส.ค.ให้มากที่สุด โดยขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าหลายคนในจังหวัดขอนแก่น ที่ได้บริจาคช่วย ASTV มาแล้วหลายหมื่นบาท ครั้งนี้ได้แจ้งความประสงค์จะลงขันกันเช่ารถทัวร์ให้พี่น้องชาวขอนแก่นเดินท างไปร่วมชุมนุมด้วย
      
       ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น พี่น้องที่เดินทางไปร่วมกันพร้อมจะลงขันช่วยกันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งการลงขันค่าเช่ารถและค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง เพื่อไปร่วมทวงคืนเขาพระวิหาร ที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. และไปทวงคืน ปตท.ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา
      
       ขณะที่ข ้าราชการและพนักงานบริษัทเอกชนหลายคน เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมต่อเนื่องมากว่า 60 วัน ได้เดินทางไปร่วมชุมนุมบ่อยมาก โดยได้ยื่นลางาน ทั้งลาป่วย และลากิจ จนครบจำนวนวันลาแล้วครั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถลางานได้อีก จึงจำเป็นต้องเดินทางไปกันเอง โดยรถยนต์ส่วนตัว ขณะที่บางคนก็ได้จองตั๋วรถทัวร์ เพื่อเดินทางทันทีที่เสร็จงานในวันศุกร์ด้วย
      
       ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนชาวขอนแก่น กล่าวว่า ต้องการไปตามนัดหมายของ “ลุงจำลอง” และเชื่อว่าคนไทยจากทั่วสารทิศจะพร้อมใจไปรวมกันจำนวนมากในวันศุกร์ที่ 1 และเสาร์-อาทิตย์ ที่ 2 และ 3 สิงหาคมนี้ เพื่อต่อต้านการดันทุรังแก้รัฐธรรมนูญของแก๊งนักการเมืองที่ไม่รักชาติ พร้อมกับยืนยันพร้อมที่จะสู้กับม็อบ นปก.ถ่อย โดยเชื่อมั่นว่าเชื่อธรรมะย่อมชนะอธรรม

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ความคงตัวของสาระสำคัญจากขมิ้นชันในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

อัจฉรา วงษ์ทองดี และ ปราณี อินประโคน
คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล

วัตถุประสงค์
- เพื่อประเมินความคงตัวของสารสำคัญ (เคอร์คูมิน) จากตัวอย่างผงขมิ้นชันแห้งและผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันในสภาวะการเก็บรักษาท ี่แตกต่างกันทั้งอุณหภูมิและระยะเวลา รวมทั้งศึกษาความคงตัวของเคอร์คูมินหลังจากเติมผงและสารสกัดขมิ้นชันในผลิตภ ัณฑ์เครื่องสำอาง

วิธีการวิจัย
- นำตัวอย่างผงขมิ้นชันและสารสกัดขมิ้นชันซึ่งมีองค์ประกอบของสารสำคัญต่างกัน ได้แก่ ผงขมิ้นชันแห้งจากจังหวัดพัทลุง, ผงขมิ้นชันแห้งจากร้านเจ้ากรมเป๋อ และผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันจากบริษัทเอสเอ็นพี เก็บที่อุณหภูมิห้อง 26-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิตู้แช่เย็น (4 องศาเซลเซียส) เป็นระยะเวลา 6 เดือน นำตัวอย่างผงขมิ้นชันแห้งมาสกัดแยกสารสำคัญเคอร์คูมินด้วยเอทานอล ตัวอย่างทั้งหมดถูกวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินด้วยเครื่อง High Performance Liquid Chromatography (HPLC)

ผลการศึกษา
- พบว่า ความคงตัวของสารเคอร์คูมินแตกต่างกันตามชนิดของตัวอย่างขมิ้นชัน , ระยะเวลาและอุณหภูมิของการเก็บรักษาตัวอย่าง ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนแรกของการเก็บรักษา พบว่า สารเคอร์คูมินของตัวอย่างผงขมิ้นชันแห้งมีความคงตัวน้อย (มีปริมาณเคอร์คูมินเหลืออยู่ 37% และ 43% สำหรับตัวอย่างผงขมิ้นชันแห้งจากจังหวัดพัทลุง, ร้านเจ้ากรมเป๋อ ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบกับความคงตัวของสารเคอร์คูมินของตัวอย่างผลิตภัณฑ์สารสกัดข มิ้นชัน และจากผลการทดลองยังพบว่าสารเคอร์คูมินสลายตัวทั้งที่อุณหภูมิห้องและอุณหภู มิตู้แช่เย็น โดยที่อุณหภูมิห้องมีอัตราการสลายตัวเร็วกว่า

สรุป
- ผลการศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า การเก็บรักษาวัตถุดิบที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่เหมาะสมต่อการรักษาปริมาณสารเค อร์คูมินของขมิ้นชันก่อนทีจะประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง การศึกษาผลกระทบของปัจจัยทางกายภาพจากขั้นตอนการเตรียมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอา งต่อควางคงตัวของสารเคอร์คูมินกำลังดำเนินการในงานวิจัยนี้ต่อไป

จากการประชุมวิชาการ เสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 1
เรื่อง บัณฑิตศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 30-31 มกราคม 2550
ณ อาคารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

คน ๆ เดียว กับ เหตุการณ์อุดร และเหตุการณ์ตากใบ

คน ๆ เดียว กับ เหตุการณ์อุดร และเหตุการณ์ตากใบ

จ ากการประมวลเหตุการณ์กุ๊ยอันธพาลป่วนเมืองในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและอิสาน ในการต่อต้านพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โดยตั้งเป็นกองกำลังรบของพวกชั่วครองเมือง โดยมีคน ๆ เดียวชักใยเชิดอยู่เบื้องหลัง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการป่วนเมืองไม่เกี่ยวข้องกับคน ๆ เดียว

ภาพเหตุ การณ์กุ๊ยอันธพาลของชั่วครองเมือง ไล่ทำร้ายทำลายเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่กระหายที่จะรู้ความจริงในเหตุก ารณ์บ้านเมือง ด้วยการเข้ารับฟังความจริงของเวทีพันธมิตรประชาชนฯ โดยที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องการทราบเพียงข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลอีก ฝ่ายหนึ่งด้วยสติปํญญาเท่านั้น แต่พวกชั่วครองเมืองทำกรรมชั่วไว้กับประเทศมากมายจึงเกรงกลัวประชาชนจะรู้คว ามจริงอีกด้านหนึ่ง จึงต้องสร้างกองกำลังรบเพื่อทำให้ประชาชนเกรงกลัวในการเข้ารับฟังความจริง และการที่ประชาชนเข้าร่วมฟังความจริงของเวทีพันธมิตรประชาชนฯ จำนวนมากขึ้น มากขึ้นแต่ละจังหวัด เชื่อว่าต้องเป็นภาพแสลงใจของคน ๆ เดียว ครอบครัวหนึ่งที่กำลังจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้กับแผ่นดิน

ความโห ดร้ายเข่นฆ่าประชาชนเพื่อรักษาสถานะอนาคตของคน ๆ เดียว และของคนกลุ่มหนึ่ง ณ จังหวัดอุดรธานี จึงปรากฏขึ้น ซึ่งภาพที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศและผู้คนทั่วโลกได้เห็นเป็นสิ่งที่หฤโหดยิ ่งกว่าสัตว์หลายเท่า และ ยิ่งกว่าสัตว์นรก เพราะภาพที่ได้เห็นประชาชนที่ถูกทำร้ายจากกุ๊ยอันธพาลอย่างเมามัน แม้ว่าจะถูกตีจนล้มลงแล้วยังเข้าไปซ้ำเต็มทั้งกระทืบและใช้อาวุธเข้าทุบตีเห มือนกับไม่ใช่เป็นมนุษย์รวมโลก เหมือนกับไม่ได้เป็นคนไทยชาติเดียวกัน ซึ่งผู้คนที่ได้เห็นภาพแล้วต้องน้ำตาซึมกันทุกคน

ภาพหฤโหดในเหตุการณ ์ตากใบ ที่ประชาชนผู้บริสุทธิถูกทำร้ายอย่างชั่วร้ายไม่แตกต่างจากภาพเหตุการณ์ที่เ กิดขึ้น ณ จัวหวัดอุดรธานี คือ ประชาชนถูกทำโดยคนกลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายร่างกายจนล้มลงแล้วยังเข้าไปทุบตีและก ระทืบอย่างเมามันด้วยลักษณะเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่อำเภอตาากใบ เป็นที่ทราบกันดีว่ามี คน ๆ เดียว ที่บินไปบัญชาการและบงการด้วยตัวเอง และสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังที่รุมทุบตีกระทืบประชาชนอย่างบอบช้ำแล้วคือ ที่อำเภอตากใบมีการใช้รถบรรทุกประชาชนไปตายระหว่างทางหลายสิบคน ซึ่งผู้คนที่ได้ดูภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นต้องน้ำตาซึมเช่นเดียวกับเหตุการณ์ท ี่จังหวัดอุดร และมีผู้เห็นเหตุการณ์บอกเล่าว่ามีมีรถลักษณะแบบเดียวกับรถบรรทุกศพของปอเต็ กตึ้ง โดยมีการขนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรืออาจตายแล้วเข้าไปในรถบรรทุกคันนั้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิสูจน์หาผู้สูญหายกันต่อไป

จึงขอเสนอให้เวทีกลางพ ันธมิตรประชาชนฯ นำภาพวีดิโอเหตุการณ์อำเภอตากใบ กับเหตุการณ์ที่จังหวัดอุดรธานี ฉายให้ประชาชนได้เห็นและเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ มี คน ๆ เดียวอยู่เบื้องหลัง เพราะความที่มีจิตผิดปกติจากมนุษย์ทั่วไป คือ กระหายเลือดอย่างอำมหิตย์ โดยเฉพาะเลือดของคนไทยด้วยกันเอง

ประชาชน
27 กรกฏาคม 2551

Clip video เหตุการณ์"ไข่แม้วป่วนบ้านสี่เสา"

Clip video เหตุการณ์"ไข่แม้วป่วนบ้านสี่เสา"

โองการแช่งชักสุนัขการเมืองพันธุ์ชาติชั่ว

โคลงดั้น @ ชิญพุทธพุฒิผู้ พากเพียร
                                เอกอรหันต์ แห่งหล้า
                                จุดแสงเทียน ทุกจุด
                                ส่องค่าฆ่า ดับเข็ญ
      
                                ชิญธรรมะวิมุฒิสร้าง สัจธรรม
                                นำแสงเย็น ยิ่งแล้ว
                                นำส่องนำ ทุกขณะ
                                ก่ำยิ่งแก้ว ก่ำแสง
      
                              ชิญสงฆ์อริยะสร้าง สัจจศีล
                                ส่องสำแดง เดชป้อง
                                ผลาญโจรหีนะ ชาติโหด
                                ป้องพ่อแม่พี่น้อง ทุกสนามทุกสนาม
      
                                 @ งค์ใดพระสัมพุทธ
                                 สุวิสุทธะแสนงาม
                                 ตัดสิ้นกิเลสทราม
                                 บ่มิหม่น มิหมองมัว
      
                                     นึ่งในพระทัยท่าน
                                  ก็เบิกบานดังดอกบัว
                                  ราคีบ่พันพัว
                                  สุวคนธะกำจร.............
      
                                    รรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาธร
                                   ดุจดวงประทีปชัชวาลย์
                                   แห่งองค์พระศาสดาจารย์
                                   ส่องสัตว์สันดาน
                                   สว่างกระจ่างดวงตา.....
      
                                   งฆ์ใดสาวกศาสดา
                                   รับปฏิบัติมา
                                   แด่องค์สมเด็จภควันท์
                                   เห็นแจ้งจตุสัจจ์เสร็จบรร-
                                   ลุทางที่อัน
                                   ระงับและดับเสื่อมทรุด...............
      
                                 @ ที่บ้านเมืองเคืองเข็ญอยู่เช่นนี้
                                 เพราะสับปลับอัปรีย์ไม่มีหยุด
                                 ผู้นำล้วนก๊วนกุ๊ยน่าถุยทุด
                                 ถึงจับขุดโคตรฝังก็ยังฟื้น
      
                                      พ่อ..ครับ...
                                 ทุกแถวทัพทุกลูกจักลุกตื่น
                                 สานความงามความหวังให้ยั่งยืน
                                 แม้แดดโชนฝนชื้นก็เฉยชา
      
                                     พ่อครับ
                                ทุกแถวทัพทุกแรงลูกแกร่งกล้า
                                ถึงมิได้ดื่มพระมัทธ์สัตยา
                                แต่ทว่าได้ดื่มด่ำ ณ น้ำพระทัย
                                พระทัยที่มีธรรมอันฉ่ำรส
                                ทุกทุกหยด หยดย้ำ ความฉ่ำใส
                                ทุกทุกลูก ทุกทุกห้วง ทุกดวงใจ
                                จะถอนโค่นโจรจัญไร จนไร้โจร
      
                                                    มทวน คันธนู
       
                                               (มีต่อ)
       

      
       “คมทวน คันธนู” เป็นกวี นักเขียนเรื่องสั้น บทความ และนวนิยาย ชื่อจริง “ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร” เกิดเมื่อ พ.ศ.2493 ที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของหนังสือ “นาฏกรรมบนลานกว้าง” ได้รับรางวัลซีไรต์ โดยได้รับการยกย่อง ว่า มีความสามารถแต่งคำประพันธ์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งฉันท์ เพลงพื้นบ้านมาประยุกต์ได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบันอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัดสมอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา