วันนี้ (1 ก.ย.) เวลา 00.05 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยโดยกล่าวถึงการประชุมรัฐสภา เพื่อหาทางออกของปัญหาสถานการณ์บ้านเมือง เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีกำลังใช้การประชุมรัฐสภาเพื่อฟอกตัวเอง ใครอภิปรายอย่างไรก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ยิ่งพูดยิ่งเห็นธาตุแท้ว่า รัฐบาลชุดนี้ไปไม่ไหวแล้ว แต่ถ้านายกรัฐมนตรีจะเอาประเทศเป็นเดิมพัน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะสู้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ประเทศชาติเสีย หาย
ทั้งนี้ นายสุริยะใสได้เรียกร้องไปยังรัฐบาล หากไปประกาศลาออกก็ขอให้กลับเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล อย่าอู้งานหรือหนีงาน ในเมื่อไม่ลาออกก็ต้องมาทำงาน จะรอดูว่าหากไม่มาที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว จะย้ายไปทำงานกันที่ใด พันธมิตรฯ ก็จะตามไปเปิดป้ายมหาวิทยาลัยราชดำเนินที่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน เมื่อดูจากศักยภาพในการอภิปรายของนายกรัฐมนตรี เหมือนจะไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง หมดสภาพแต่ไม่ยอมจำนน ไม่สนใจว่าบ้านเมืองนี้จะแตกแยกหรือแตกหักกันไปอีกนานเท่าใด
“บ้านเมืองวิกฤตขนาดนี้ แต่เรากลับมีผู้นำที่เห็นแก่ตัว ประวัติศาสตร์ชาติไทยของเราผ่านพ้นวิกฤตการณ์ได้ เพราะถึงจุดหนึ่งผู้นำเสียสละ แต่น่าเสียดายที่เรากำลังมีผู้นำที่เห็นแก่ตัว ขี้ขลาด กำลังจะผลักภาระความรับผิดชอบให้กับประชาชน แต่เราก็ไม่กลัว ฉะนั้นไม่ต้องไปวิตกกังวล นายสมัคร (สุนทรเวช) เป็นนายกรัฐมนตรีแค่ในนาม สั่งตำรวจก็สั่งยาก ศิษย์จงรักก็สลายการชุมนุมไม่ได้ สั่งทหารใช้ พรก.ฉุกเฉิน กองทัพก็ไม่เห็นด้วย ล่าสุดเห็นว่า สั่งแมว 13 ตัวที่บ้านก็ไม่ได้ ขนาดแมวยังก่อกบฏแล้ว ยังมีเวลากลับตัวกลับใจวันนี้ประกาศลาออกก็ยังไม่สาย” นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลคงเหลือเพียงแค่นาม เนื้อในเน่าแฟะ ปกครองไม่ได้ ในทางยุทธศาสตร์พันธมิตรฯต้องนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้องค์กรแนวร่วมเปิดศึกในสมรภูมิต่างๆ ทั่วประเทศ จากนี้ไปจะต้องจับตาและติดตามท่าทีของรัฐบาลทรราชอย่างใกล้ชิด จะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรอีกหรือไม่ วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้คาดหวังจะใช้รัฐสภาฟอกดำให้เป็นขาว แต่เป็นการส่งสัญญาณให้กับพวกลิ่วล้อเห็นว่ายังคงสู้อยู่ จะไม่ถอย ฉะนั้นจะต้องไม่หวั่นไหว พัฒนาจากการคัดค้านมาเป็นการต่อสู้ ก็เพื่อสร้างการเมืองใหม่ นี่คือสิ่งสูงสุดของการต่อสู้ครั้งนี้
ในช่วงท้าย นายสุริยะใสยังเชื่อมั่นการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะได้รับการสนับสนุนจากพลังเงียบที่แฝงตัวอยู่ อีกไม่นานพลังเหล่านั้นจะออกมา พันธมิตรฯเปรียบเสมือนขวานคอยตัดกิ่งตัดก้าน สุดท้ายเห็นว่า ตัดไปแล้วยังงอกออกมาอีก ก็เลยถอนรากถอนโคนมันเสียเลย แต่บังเอิญต้นไม่ต้นนี้มีช่วงเวลาเจริญงอกงามของรากแก้ว และรากฝอยรุกคืบไปไกลกว่าที่คาดคิด ฉะนั้นแม้นพันธมิตรฯ โค่นต้นไม้ได้ แต่รากยังอยู่ จึงรอแนวร่วมที่กำลังมา และเชื่อว่าอีกไม่นานมาแน่นอน
นอกจากนี้ นายสุริยะใสยังเปิดเผยให้เห็นแนวทางการต่อสู้ของรัฐบาล พยายามไม่สู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเฉกเช่นเดียวกับที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ทำ เนื่องจากหวั่นเกรงกลัวการรัฐประหาร ซึ่งหากเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้รับรองระบอบทักษิณ ไม่เหลือรากเหลือโคนอีกต่อไป รัฐบาลจึงไม่กล้าสู้แบบหมดหน้าตัก หวั่นจะเสียผลประโยชน์หากเกิดการรัฐประหาร วิธีเล่นในขณะนี้คือ เผื่อทางหนีไว้ กันตัวเองให้อยู่รอดเพียงเท่านั้น
Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551
แกนนำพันธมิตรฯ ชี้รัฐบาลใช้ความรุนแรงทุบตี ปชช.ทั่วโลกประณาม มั่นใจใกล้ชนะ!
วันนี้ (3 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.05 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีกล่าวต่อผู้ชุมนุมว่า ขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนใช้ความอดทน อย่าท้อ เพราะนี่คือการกู้ชาติ ซึ่งพันธมิตรฯ มีจุดยืนไม่เปลี่ยนคือการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ ถ้าประชาชนมาชุมนุมจำนวนมาก ตำรวจก็ไม่กล้าใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม ตรงนี้มีความจำเป็นมาก ใครพร้อมก็ขอให้มาช่วยกันเยอะๆ เพราะชาติเป็นของทุกคน มียุคไหนสมัยไหนประชาชนสามารถเข้ามาใช้ทำเนียบได้ ถือว่าเราได้รับเกียรติ แต่ไม่ใช่เราจะไม่ไปตีรันฟันแทงกับใคร ขอให้วางใจแกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งเราต้องใช้ความรอบคอบ เราชุมนุมมา 95 วัน มีแต่ความคืบหน้า สถานการณ์จนถึงวันนี้กลายเป็นการชุมนุมที่เป็นตัวอย่างไปทั่วโลก ดังนั้นขอให้ผู้ชุมนุมเข้าใจอย่าท้อ
พล.ต.จำลอง ยังกล่าวถึงมีผู้แอบอ้างเข้าไปใช้ตึกภายในทำเนียบรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นที่พักของแกนนำพันธมิตรฯ ว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ผู้ที่เข้าไปพักอย่าเข้าไปใช้สถานที่ราชการ การอ้างแกนนำเดี๋ยวเขาจะมาโทษเรา เราเข้าไปตามความจำเป็น ไปทำความสะอาดห้องน้ำ ไม่ใช่เข้าไปกินไปนอน ใครยังอยู่บนอาคารใครยังไม่ออกก็ไม่ใช่พันธมิตรฯ ถ้าเขาแอบทำอะไรจุดไฟ เราก็แย่ พันธมิตรฯ ที่อยู่บนอาคารออกมาลงมาข้างล่าง
พล.ต.จำลอง ยังกล่าวเตือนผู้ชุนุมว่า เมื่อสักครู่มีข่าวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สั่งให้ตำรวจเตรียมพร้อมจะมามาสลายเร า ซึ่งตำรวจเขาเค้าเตรียมพร้อมอย่างนี้ตลอดเวลาขอ อย่าให้พี่น้องตกใจ
นายพิภพ ธงไชย กล่าวว่า สมัครทำตัวเหมือนมีคนให้การสนับสนุนอยู่ต่อ ซึ่งไม่จริง เห็นมีแต่นายเนวิน ปลุก นปก.พวกนรกป่วนกรุงขึ้นมา รัฐบาลกระตุ้นใช้ความรุนแรงตลอดเวลา แต่เขาไม่สามารถใช้ความรุนแรงกับผู้ชุนุมฯที่นี้ได้ แต่เราสู้กับคนหน้าด้าน เมื่อไหร่ที่คนเบาบางรัฐบาลชั่วจ้องใช้ความรุนแรง ตร.ยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนยาง ใส่ผู้ชุมนุมหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล แล้วมาแก้ตัวว่าไม่ได้ยิง อยากถามว่าแล้วหมาที่ไหนยิง อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถคุมอารมณ์ได้ ไม่บุกเข้าไปใน บชน.พอภาพออกไปทั่วโลกคนว่าตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม เขาก็สนับสนุนเรา เราจึงชนะ ซึ่งเราจะไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้
นายพิภพ กล่าวต่อว่า รัฐบาลใช้ตำรวจทำร้ายประชาชนแบบนี้ ได้รับการโต้ตอบจากรัฐวิสาหกิจ หากรัฐวิสาหกิจทั้งหมดหยุดงานประท้วง รัฐบาลก็จะมีสภาพจนตรอก ทุกอย่างเป็นอัมพาต แล้วจะอยู่ยังไง นี่คือการต่อสู้อย่างอสิงสา สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญ ของเรา ถ้าเราใช้เป็นรับรองชนะแน่นอน ซึ่งศาลแพ่งก็ได้เพิกถอนคำสั่งห้ามการชุนุมที่ทำเนีบไปแล้ว เราจึงสามารถชุมนุมที่ทำเนียบได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะศาลแพ่งไม่ได้บอกให้รัฐบาลมาใช้ความรุงแรงทุบตีประชาชน ดังนั้น เราต้องเปิดโปงความชั่วของสมัคร ทักษิณ และเนวิน และรัฐบาลต้องลาออกไปสถานเดียว และสร้างการเมืองใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่ให้สภาไปหาประชุมหาทางออก ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร
ด้าน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวว่า วิชามารสู้วิชาธรรมะไม่ได้ นปก.เอามอเตอร์ไซค์มาป่วน ของเราก็มีมอเตอร์ไซค์พันธมิตรฯ ผสมไปกับพวก นปก.เมื่อคืน ซึ่งพวกนั้นไม่รู้ว่าเป็นพวกเรา เลยไปรับเงินมาจาก นปก.มาคนละ 1,000 พวก นปก.ต้องได้เงินค้าจ้างจึงจะทำ แต่พวกนี้ได้รับเงินบ้างไม่ได้รับบ้าง นักการเมืองพลังประชาชนพวกนี้ สัจจะไม่มีในหมู่โจรมีเล่นการเมืองภายในกันเอง
อย่างไรก็ตาม ถ้าสมัครไม่ออกรัฐวิสาหกิจหยุดงานหมด รัฐบาลมันจะอยู่ได้ยังไง นายสมัครต้องไปเอาที่ดินรถไฟคืนมาจากตระกูลชิดชอบที่โกงรถไฟ อีกทั้งสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีคมนาคมสมัยทักษิณ ได้ต่อสัญญากับ บริษัทเซ็นทรัล ทำให้การรถไฟเสียประโยชน์ 4 หมื่นล้าน ดังนั้น รัฐบาลต้องลาออก ขอให้พี่น้องผู้ชุมนุมอย่าตื่นเต้นตกใจ หากมีเหตุการณ์อะไร ขอให้ฟังแกนนำพันธมิตรฯ
พล.ต.จำลอง ยังกล่าวถึงมีผู้แอบอ้างเข้าไปใช้ตึกภายในทำเนียบรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นที่พักของแกนนำพันธมิตรฯ ว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ผู้ที่เข้าไปพักอย่าเข้าไปใช้สถานที่ราชการ การอ้างแกนนำเดี๋ยวเขาจะมาโทษเรา เราเข้าไปตามความจำเป็น ไปทำความสะอาดห้องน้ำ ไม่ใช่เข้าไปกินไปนอน ใครยังอยู่บนอาคารใครยังไม่ออกก็ไม่ใช่พันธมิตรฯ ถ้าเขาแอบทำอะไรจุดไฟ เราก็แย่ พันธมิตรฯ ที่อยู่บนอาคารออกมาลงมาข้างล่าง
พล.ต.จำลอง ยังกล่าวเตือนผู้ชุนุมว่า เมื่อสักครู่มีข่าวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สั่งให้ตำรวจเตรียมพร้อมจะมามาสลายเร า ซึ่งตำรวจเขาเค้าเตรียมพร้อมอย่างนี้ตลอดเวลาขอ อย่าให้พี่น้องตกใจ
นายพิภพ ธงไชย กล่าวว่า สมัครทำตัวเหมือนมีคนให้การสนับสนุนอยู่ต่อ ซึ่งไม่จริง เห็นมีแต่นายเนวิน ปลุก นปก.พวกนรกป่วนกรุงขึ้นมา รัฐบาลกระตุ้นใช้ความรุนแรงตลอดเวลา แต่เขาไม่สามารถใช้ความรุนแรงกับผู้ชุนุมฯที่นี้ได้ แต่เราสู้กับคนหน้าด้าน เมื่อไหร่ที่คนเบาบางรัฐบาลชั่วจ้องใช้ความรุนแรง ตร.ยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนยาง ใส่ผู้ชุมนุมหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล แล้วมาแก้ตัวว่าไม่ได้ยิง อยากถามว่าแล้วหมาที่ไหนยิง อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถคุมอารมณ์ได้ ไม่บุกเข้าไปใน บชน.พอภาพออกไปทั่วโลกคนว่าตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม เขาก็สนับสนุนเรา เราจึงชนะ ซึ่งเราจะไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้
นายพิภพ กล่าวต่อว่า รัฐบาลใช้ตำรวจทำร้ายประชาชนแบบนี้ ได้รับการโต้ตอบจากรัฐวิสาหกิจ หากรัฐวิสาหกิจทั้งหมดหยุดงานประท้วง รัฐบาลก็จะมีสภาพจนตรอก ทุกอย่างเป็นอัมพาต แล้วจะอยู่ยังไง นี่คือการต่อสู้อย่างอสิงสา สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญ ของเรา ถ้าเราใช้เป็นรับรองชนะแน่นอน ซึ่งศาลแพ่งก็ได้เพิกถอนคำสั่งห้ามการชุนุมที่ทำเนีบไปแล้ว เราจึงสามารถชุมนุมที่ทำเนียบได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะศาลแพ่งไม่ได้บอกให้รัฐบาลมาใช้ความรุงแรงทุบตีประชาชน ดังนั้น เราต้องเปิดโปงความชั่วของสมัคร ทักษิณ และเนวิน และรัฐบาลต้องลาออกไปสถานเดียว และสร้างการเมืองใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่ให้สภาไปหาประชุมหาทางออก ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร
ด้าน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวว่า วิชามารสู้วิชาธรรมะไม่ได้ นปก.เอามอเตอร์ไซค์มาป่วน ของเราก็มีมอเตอร์ไซค์พันธมิตรฯ ผสมไปกับพวก นปก.เมื่อคืน ซึ่งพวกนั้นไม่รู้ว่าเป็นพวกเรา เลยไปรับเงินมาจาก นปก.มาคนละ 1,000 พวก นปก.ต้องได้เงินค้าจ้างจึงจะทำ แต่พวกนี้ได้รับเงินบ้างไม่ได้รับบ้าง นักการเมืองพลังประชาชนพวกนี้ สัจจะไม่มีในหมู่โจรมีเล่นการเมืองภายในกันเอง
อย่างไรก็ตาม ถ้าสมัครไม่ออกรัฐวิสาหกิจหยุดงานหมด รัฐบาลมันจะอยู่ได้ยังไง นายสมัครต้องไปเอาที่ดินรถไฟคืนมาจากตระกูลชิดชอบที่โกงรถไฟ อีกทั้งสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีคมนาคมสมัยทักษิณ ได้ต่อสัญญากับ บริษัทเซ็นทรัล ทำให้การรถไฟเสียประโยชน์ 4 หมื่นล้าน ดังนั้น รัฐบาลต้องลาออก ขอให้พี่น้องผู้ชุมนุมอย่าตื่นเต้นตกใจ หากมีเหตุการณ์อะไร ขอให้ฟังแกนนำพันธมิตรฯ
PAD in JAPANESE
People's Alliance for Democracy (PAD)
The truth, PAD is formed by a large number of educated and middle class Thai people whom pay a majority amount of taxes and all revenues. We can’t accept the extravagant government, they waste our national budget. Most of money has been spent on unnecessary projects and corruption. Some has been distributed to poor and uneducated people in rural area, a majority amount of Thai population, to convince them for political election vote. That is the strategy that Thaksin & Samak (Thaksin’s nominee) has been used to win the election and rule Thailand. Is this a true democracy ?
We gather together to protest corruption and save our country from being in bankruptcy. If you don’t believe you can check Thaksin’s financial status before and after his prime minister era. Samak and his political party is Thaksin’s nominee and try to change our latest constitution to save Thaksin and his colleagues, despite one of his member has been judged on cheating in the latest election, and may lead to dissolve his political party.
Please understand us. Thank for your attention.
The truth, PAD is formed by a large number of educated and middle class Thai people whom pay a majority amount of taxes and all revenues. We can’t accept the extravagant government, they waste our national budget. Most of money has been spent on unnecessary projects and corruption. Some has been distributed to poor and uneducated people in rural area, a majority amount of Thai population, to convince them for political election vote. That is the strategy that Thaksin & Samak (Thaksin’s nominee) has been used to win the election and rule Thailand. Is this a true democracy ?
We gather together to protest corruption and save our country from being in bankruptcy. If you don’t believe you can check Thaksin’s financial status before and after his prime minister era. Samak and his political party is Thaksin’s nominee and try to change our latest constitution to save Thaksin and his colleagues, despite one of his member has been judged on cheating in the latest election, and may lead to dissolve his political party.
Please understand us. Thank for your attention.
YPD ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาล
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลสัตว์นรกใช้กำลังสลายกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมปกป้องเจ้าหน้าที่ เรียกร้องทุกฝ่ายหยุดการนำมวลชนเพื่อก่อให้เกิดการเผชิญหน้า
วันนี้ (31 ส.ค.) ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอประณามการใช้ความรุนแรงและขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริ งจัง โดยมีเนื้อหา ดังนี้
สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้จัดการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน และทำเนียบรัฐบาล นำมาสู่การใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้ายึดพื้นที่การชุมนุมขอ งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเกิดเหตุการณ์ปะทะกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายในวันที่ 29 สิงหาคม 2551 โดยในช่วงค่ำวันเดียวกัน จากการเดินขบวนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อประท้วงเจ้าหน้ าที่ตำรวจที่ทำการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รั บผิดชอบความเสียหายหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้นได้เกิดการปะทะและยิงแก๊ส น้ำตาจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
จากการลงพื้นที่เข้าสังเกตการณ์ตลอดทั้งวันของศูนย์ประสานงานเยาวชนเ พื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายประชาสังคมไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่วางตัวเป็นกลางทางการเมืองและพยายามหาทางออกจากความขัดแย้ง อย่างสันติมาโดยตลอด ได้พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการยิงแก๊สน้ำตาของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายรายอาการสาหัส โดยก่อนหน้านี้จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อช่วงกลางวันในวันเดียวกัน ผู้ชุมนุมบางรายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตีด้วยกระบองจนบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามา รถเคลื่อนไหวร่างกายได้
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองอย่างหลากหลาย โดยยึดแนวทางสันติวิธี คัดค้านการยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรงหรือกระทบกระทั่งกัน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงระหว่างกันมาโดยตลอด มีความเห็นเพิ่มเติมต่อสถานการณ์และข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยุติแนวทางการใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุมทั้งหมด กระทั่งความคิดที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินฯ เพื่อเปิดทางให้ใช้กระบวนการทางการเมืองเข้าเจรจา การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อพลเมืองอย่างหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคที่มีควา มเป็นประชาธิปไตย และหากแม้พฤติกรรมใดๆ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือลิดรอ นสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ก็สมควรถูกดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้น รัฐบาลจะต้องให้มีการสืบสวนสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น ใครเป็นผู้ยิงแก็สน้ำตาตามที่นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามบิดเบือ นและปัดความรับผิดชอบ เพื่อลงโทษผู้ที่มีส่วนในการสั่งการให้เกิดการใช้ความรุนแรงดังกล่าว และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
2.เราขอเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะควบคุมไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากมวลช นของตนเอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ข้ออ้างของเจ้าหน้าที่รัฐในการใช้ความรุนแรงเพื่อปราบปรามก ารชุมนุมได้ สำหรับกรณีที่ถูกสังคมตั้งข้อกังขา เช่น การบุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ซึ่งเข้าข่ายการลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรออกมาแสดงความขอโทษ พร้อมกับชี้แจงถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติการดังกล่าวที่ปร ากฏออกมาตามสื่อมวลชนด้วย นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรพิจารณาหาทางปรับเปลี่ยนแนวทางการช ุมนุมให้นำไปสู่การเจรจาหาข้อยุติร่วมกันกับฝ่ายรัฐบาล แทนการมุ่งเป้าหมายไปที่การกดดันขับไล่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้นำไปสู่ทางออกที่เกิดจากการพบกันครึ่งทางของทุกฝ่ายท่ามกลางวิกฤตก ารณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
3.เราขอเรียกร้องรัฐสภา โดยพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แสวงหาทางออกจากวิกฤติร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันจากทุกฝ่าย โดยไม่ฉกฉวยโอกาสทางการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตนในท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง ในสังคมไทย ขอให้สมาชิกรัฐสภาและรัฐบาล ทำหน้าที่ในการเป็นผู้แทนปวงชนทั้งประเทศอย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อหาทางออกจากวิกฤติความรุนแรงอย่างจริงจังและประกาศเป็นสัญญาประชาคม โดยมีผู้แทนจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รัฐบาล และตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมเจรจาแสวงหาทางออก โดยใช้เวทีรัฐสภา
4.เราขอคัดค้านกองทัพ ให้ยุติแนวคิดหรือแนวทางที่จะนำมาสู่การก่อปฏิวัติรัฐประหารโดยการใช้กำลังท หาร ซึ่งไม่สามารถเป็นทางออกที่ดีแก่การพัฒนาประชาธิปไตยได้ ดังนั้น เราจะอาจยอมรับเหตุผลข้ออ้างของฝ่ายใดๆ ที่ต้องการให้มีการใช้กำลังทหารเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้ ไม่ว่าฝ่ายใด การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อการเป ลี่ยนแปลงทางความคิดของประชาชนในสังคม มิใช่การใช้กำลังอาวุธข่มขู่ เข่นฆ่า เปลี่ยนมือผู้มีอำนาจโดยขาดซึ่งการพัฒนาทางความคิดและสำนึกความเป็นพลเมืองใ นสังคมประชาธิปไตย
5.เราขอเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองและกลุ่มพลังทางการเมืองต่างๆ ยุติการนำกำลังมวลชน เข้าปะทะ ก่อความรุนแรง หรือคุกคามต่อร่างกายและทรัพย์สินระหว่างกัน ซึ่งจะนำมาสู่การขยายตัวของความขัดแย้งและความรุนแรงไม่สิ้นสุด
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) มีความหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางการเมืองไทยไปใน ทิศทางที่ดีขึ้น โดยอยู่บนหลักการสันติวิธีและกระบวนการวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเชื่อว่าปัญหาการเมืองไทย ต้องแก้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย
มาจนวันนี้แล้ว ควรแก้ปัญหาที่เป็นอยู่เสียก่อน ส่วนเหตุของปัญหา หรือปัญหาที่จะเกิดต่อไปน่าจะรอไปก่อน ใครถูกผิดอย่างไรก็ดำเนินการกันไปตามกระบวนการกฎหมายทีหลัง ทั้งนี้ เพื่อให้กิจการบ้านเมืองดำเนินต่อไปได้เสียก่อน ปัญหาที่เกิดในขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ในครอบครัว มาเสียเวลายื้อกันไปมาไม่รู้จบไม่ได้ เหมือนรถตกถนนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ควรแก้ปัญหาเอารถขึ้นมาบนถนนแล้วแก้ไขให้สามารถขับไปได้เอาผู้บาดเจ็บไปส่ งโรงพยาบาลเสียก่อน หลังจากนั้นค่อยมาหากันว่า ใครผิดถูกอย่างไร จะต้องดำเนินการเพื่อลงโทษอย่างไร จะให้ใครเป็นคนขับต่อไปก็ค่อยว่ากันไป
ดังนั้น ผู้รับผิดชอบไม่ว่าประชาชนเลือกมา หรือมาตามกฎหมายใด ควรดำเนินการ ดังนี้
1. อย่ายั่วยุให้เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาอีก เช่น ไม่เอา นปก. มาประจันหน้าพันธมิตร
2. อย่าให้สื่อมวลชนบิดเบือนข่าวสาร
3. อย่ามัวตีฝีปากกันว่าใครก่อเรื่องก่อนหลัง
4. อย่ามัวกระบิดกระบวนสร้างบทบาทที่ไม่จำเป็น
5. ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันไม่กระทำการที่รุนแรง
6. คิดแก้ปัญหาโดยเร็ว
7. ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่ดำเนินการแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
8. อย่าคิดว่าตนเองมีบทบาทและจำเป็นต่อสังคมที่สุด ซึ่งสังคมจะขาดเสียไม่ได้
9. วันนี้เป็นวันที่ 7 แล้ว นายกฯยังแก้ปัญหาไม่ได้ จึงควรลาออกไปโดยไม่ต้องพะวงว่าผู้ที่จะมาแก้ปัญหาเป็นใคร ต้องคิดว่า "อยุธยาไม่สิ้นคนดี"
หวังที่จะได้เห็นการแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปโดยเร็วเพื่อบ้านเมืองจะได้พัฒนาไปได้ต่อไป.
กงการด้วย
วันนี้ (31 ส.ค.) ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอประณามการใช้ความรุนแรงและขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริ งจัง โดยมีเนื้อหา ดังนี้
สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้จัดการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน และทำเนียบรัฐบาล นำมาสู่การใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้ายึดพื้นที่การชุมนุมขอ งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเกิดเหตุการณ์ปะทะกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายในวันที่ 29 สิงหาคม 2551 โดยในช่วงค่ำวันเดียวกัน จากการเดินขบวนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อประท้วงเจ้าหน้ าที่ตำรวจที่ทำการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รั บผิดชอบความเสียหายหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้นได้เกิดการปะทะและยิงแก๊ส น้ำตาจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
จากการลงพื้นที่เข้าสังเกตการณ์ตลอดทั้งวันของศูนย์ประสานงานเยาวชนเ พื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายประชาสังคมไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่วางตัวเป็นกลางทางการเมืองและพยายามหาทางออกจากความขัดแย้ง อย่างสันติมาโดยตลอด ได้พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการยิงแก๊สน้ำตาของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายรายอาการสาหัส โดยก่อนหน้านี้จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อช่วงกลางวันในวันเดียวกัน ผู้ชุมนุมบางรายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตีด้วยกระบองจนบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามา รถเคลื่อนไหวร่างกายได้
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองอย่างหลากหลาย โดยยึดแนวทางสันติวิธี คัดค้านการยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรงหรือกระทบกระทั่งกัน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงระหว่างกันมาโดยตลอด มีความเห็นเพิ่มเติมต่อสถานการณ์และข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยุติแนวทางการใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุมทั้งหมด กระทั่งความคิดที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินฯ เพื่อเปิดทางให้ใช้กระบวนการทางการเมืองเข้าเจรจา การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อพลเมืองอย่างหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคที่มีควา มเป็นประชาธิปไตย และหากแม้พฤติกรรมใดๆ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือลิดรอ นสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ก็สมควรถูกดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้น รัฐบาลจะต้องให้มีการสืบสวนสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น ใครเป็นผู้ยิงแก็สน้ำตาตามที่นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามบิดเบือ นและปัดความรับผิดชอบ เพื่อลงโทษผู้ที่มีส่วนในการสั่งการให้เกิดการใช้ความรุนแรงดังกล่าว และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
2.เราขอเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะควบคุมไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากมวลช นของตนเอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ข้ออ้างของเจ้าหน้าที่รัฐในการใช้ความรุนแรงเพื่อปราบปรามก ารชุมนุมได้ สำหรับกรณีที่ถูกสังคมตั้งข้อกังขา เช่น การบุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ซึ่งเข้าข่ายการลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรออกมาแสดงความขอโทษ พร้อมกับชี้แจงถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติการดังกล่าวที่ปร ากฏออกมาตามสื่อมวลชนด้วย นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรพิจารณาหาทางปรับเปลี่ยนแนวทางการช ุมนุมให้นำไปสู่การเจรจาหาข้อยุติร่วมกันกับฝ่ายรัฐบาล แทนการมุ่งเป้าหมายไปที่การกดดันขับไล่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้นำไปสู่ทางออกที่เกิดจากการพบกันครึ่งทางของทุกฝ่ายท่ามกลางวิกฤตก ารณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
3.เราขอเรียกร้องรัฐสภา โดยพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แสวงหาทางออกจากวิกฤติร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันจากทุกฝ่าย โดยไม่ฉกฉวยโอกาสทางการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตนในท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง ในสังคมไทย ขอให้สมาชิกรัฐสภาและรัฐบาล ทำหน้าที่ในการเป็นผู้แทนปวงชนทั้งประเทศอย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อหาทางออกจากวิกฤติความรุนแรงอย่างจริงจังและประกาศเป็นสัญญาประชาคม โดยมีผู้แทนจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รัฐบาล และตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมเจรจาแสวงหาทางออก โดยใช้เวทีรัฐสภา
4.เราขอคัดค้านกองทัพ ให้ยุติแนวคิดหรือแนวทางที่จะนำมาสู่การก่อปฏิวัติรัฐประหารโดยการใช้กำลังท หาร ซึ่งไม่สามารถเป็นทางออกที่ดีแก่การพัฒนาประชาธิปไตยได้ ดังนั้น เราจะอาจยอมรับเหตุผลข้ออ้างของฝ่ายใดๆ ที่ต้องการให้มีการใช้กำลังทหารเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้ ไม่ว่าฝ่ายใด การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อการเป ลี่ยนแปลงทางความคิดของประชาชนในสังคม มิใช่การใช้กำลังอาวุธข่มขู่ เข่นฆ่า เปลี่ยนมือผู้มีอำนาจโดยขาดซึ่งการพัฒนาทางความคิดและสำนึกความเป็นพลเมืองใ นสังคมประชาธิปไตย
5.เราขอเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองและกลุ่มพลังทางการเมืองต่างๆ ยุติการนำกำลังมวลชน เข้าปะทะ ก่อความรุนแรง หรือคุกคามต่อร่างกายและทรัพย์สินระหว่างกัน ซึ่งจะนำมาสู่การขยายตัวของความขัดแย้งและความรุนแรงไม่สิ้นสุด
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) มีความหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางการเมืองไทยไปใน ทิศทางที่ดีขึ้น โดยอยู่บนหลักการสันติวิธีและกระบวนการวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเชื่อว่าปัญหาการเมืองไทย ต้องแก้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย
ดังนั้น ผู้รับผิดชอบไม่ว่าประชาชนเลือกมา หรือมาตามกฎหมายใด ควรดำเนินการ ดังนี้
1. อย่ายั่วยุให้เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาอีก เช่น ไม่เอา นปก. มาประจันหน้าพันธมิตร
2. อย่าให้สื่อมวลชนบิดเบือนข่าวสาร
3. อย่ามัวตีฝีปากกันว่าใครก่อเรื่องก่อนหลัง
4. อย่ามัวกระบิดกระบวนสร้างบทบาทที่ไม่จำเป็น
5. ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันไม่กระทำการที่รุนแรง
6. คิดแก้ปัญหาโดยเร็ว
7. ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่ดำเนินการแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
8. อย่าคิดว่าตนเองมีบทบาทและจำเป็นต่อสังคมที่สุด ซึ่งสังคมจะขาดเสียไม่ได้
9. วันนี้เป็นวันที่ 7 แล้ว นายกฯยังแก้ปัญหาไม่ได้ จึงควรลาออกไปโดยไม่ต้องพะวงว่าผู้ที่จะมาแก้ปัญหาเป็นใคร ต้องคิดว่า "อยุธยาไม่สิ้นคนดี"
หวังที่จะได้เห็นการแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปโดยเร็วเพื่อบ้านเมืองจะได้พัฒนาไปได้ต่อไป.
กงการด้วย
“พิภพ” เผยแผนชั่วหุ่นเชิด บุกจับแกนนำสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ
วันนี้ (31 ส.ค.) เวลา 22.00 น.นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเชื่อว่ารัฐบาลกำลังคิดหนัก กำลังคิดหาหนทางจัดการพันธมิตรฯ แต่จะไม่รอให้ถูกจัดการก่อน พันธมิตรฯ จะชิงเผด็จศึกรัฐบาล ไม่ปล่อยให้ลงมือปราบพันธมิตรฯ หรือใช้กำลังเข้าจับกุม 9 แกนนำอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นายพิภพได้ประกาศสนับสนุนการต่อสู้โดยใช้อาวุธสันติวิธีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การตัดน้ำตัดไฟ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการปรามไม่ให้รัฐบาลหุ่นเชิดใช้กำลังทำร้ายรังแกประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่ได้มาเข้าร่วม แต่สนับสนุน ก็แนะนำให้ใช้อาวุธสันติวิธีที่มีอยู่ในมือ ประกาศตัวนัดหยุดงาน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ออกมารวมตัวปิดถนนบริเวณสี่แยกไฟแดงตามถนนต่างๆ ให้การจราจรเป็นอัมพาต แสดงให้รัฐบาลหุ่นเชิดเห็นซึ่งพลังของภาคประชาชนอย่างแท้จริง
“สันติวิธีไม่ได้หน่อมแน้ม แต่นี่คืออาวุธสันติวิธีที่สำคัญของประชาชน และจากสันติวิธีอหิงสาจากมือตบแล้ว พันธมิตรฯยังวิธีอื่นที่สู้ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวเอง ว่า การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ไม่เสียเลือดเนื้อ จะมีพลังในการจัดการรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่มีความชั่วเป็นพื้นฐานได้” นายพิภพ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายพิภพยังเรียกร้องไปยังภาคธุรกิจให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของการต่อสู้ที่แท้ จริง นักธุรกิจบางคนตั้งคำถามเรื่องการปิดสนามบิน อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่นั้นก็คือบทหนึ่งของการต่อสู้สันติวิธีอหิงสา จะต้องเกิดความไม่สะดวกบ้าง ก็เป็นเพราะต้องการสื่อให้เห็นจุดมุ่งหมาย ที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ อาจจะมีผลเสียทางธุรกิจ ก็เป็นเพียงชั่วคราว หากไม่ชนะนายสมัคร กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะอยู่ครองประเทศไปอีก 10 ปี นี่แค่ปล่อยไปแค่ 5 ปี ก็เสียไปเป็นแสนๆล้านแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องยอมเสียสละ
นายพิภพ กล่าวต่อว่า พันธมิตรฯ กำลังอยู่ท่ามกลางสงครามการต่อสู้กับกองทัพ พ.ต.ท.ทักษิณ ป้องกันไม่ให้เข้ามาโจมตีสถานบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ ลองนึกภาพหากไม่มีพันธมิตรฯ ใครหน้าไหนจะกล้าออกมาเผชิญหน้าแทนประชาชน ฉะนั้นการรักษาพลังของพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นพลังของชนชั้นกลางที่เป็นกองทัพใหญ่ จึงเป็นภารกิจที่มีเกียรติ ต้องรักษาพลังพันธมิตรฯ ไว้ให้ได้ มิฉะนั้นการเผชิญของทั้งสองฝ่ายจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ฉะนั้น จึงขอเตือนประชาชนที่เห็นแย้งกล่าวหาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ต้องเข้าใจว่าภารกิจที่ทำอยู่นี้ มันยิ่งใหญ่ เป็นภารกิจประวัติศาสตร์ เป็นสงครามที่ต้องชนะ มิฉะนั้นประชาชนจะอยู่ภายใต้ทุนสามานไปอีกนานเท่าใด ขณะเดียวกันหากศึกครั้งนี้ประสบชัยชนะได้เร็วเพียงใด ประชาชนก็อยู่อย่างมีความสุข ประเทศนี้จะต้องก้าวต่อไป โดยปราศจากนักการเมืองที่โกงชาติบ้านเมือง
ในช่วงท้าย นายพิภพ ได้เปิดเผย 3 แผนชั่วของรัฐบาลหุ่นเชิด โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังวางแผนจับ 9 แกนนำไว้ 3 หนทาง คือ 1.จับกุมแกนนำทั้ง 9 คนทันที 2.ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจับแกนนำที่ละคน และ 3.ใช้กำลังสลายการชุมนุม จับ 5 แกนนำ ที่เหลืออีก 4 คนไว้ตามจับภายหลัง ฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทุกคนที่อยู่ที่ทำเนียบฯ หรือที่บ้าน ต้องไม่หยุดหารต่อสู้ ต้องลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านทุกรูปแบบ วิธีเดียวที่นายสมัคร ทำได้ในเวลานี้คือ ลาออกเพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ทั้งนี้ นายพิภพได้ประกาศสนับสนุนการต่อสู้โดยใช้อาวุธสันติวิธีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การตัดน้ำตัดไฟ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการปรามไม่ให้รัฐบาลหุ่นเชิดใช้กำลังทำร้ายรังแกประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่ได้มาเข้าร่วม แต่สนับสนุน ก็แนะนำให้ใช้อาวุธสันติวิธีที่มีอยู่ในมือ ประกาศตัวนัดหยุดงาน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ออกมารวมตัวปิดถนนบริเวณสี่แยกไฟแดงตามถนนต่างๆ ให้การจราจรเป็นอัมพาต แสดงให้รัฐบาลหุ่นเชิดเห็นซึ่งพลังของภาคประชาชนอย่างแท้จริง
“สันติวิธีไม่ได้หน่อมแน้ม แต่นี่คืออาวุธสันติวิธีที่สำคัญของประชาชน และจากสันติวิธีอหิงสาจากมือตบแล้ว พันธมิตรฯยังวิธีอื่นที่สู้ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวเอง ว่า การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ไม่เสียเลือดเนื้อ จะมีพลังในการจัดการรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่มีความชั่วเป็นพื้นฐานได้” นายพิภพ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายพิภพยังเรียกร้องไปยังภาคธุรกิจให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของการต่อสู้ที่แท้ จริง นักธุรกิจบางคนตั้งคำถามเรื่องการปิดสนามบิน อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่นั้นก็คือบทหนึ่งของการต่อสู้สันติวิธีอหิงสา จะต้องเกิดความไม่สะดวกบ้าง ก็เป็นเพราะต้องการสื่อให้เห็นจุดมุ่งหมาย ที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ อาจจะมีผลเสียทางธุรกิจ ก็เป็นเพียงชั่วคราว หากไม่ชนะนายสมัคร กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะอยู่ครองประเทศไปอีก 10 ปี นี่แค่ปล่อยไปแค่ 5 ปี ก็เสียไปเป็นแสนๆล้านแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องยอมเสียสละ
นายพิภพ กล่าวต่อว่า พันธมิตรฯ กำลังอยู่ท่ามกลางสงครามการต่อสู้กับกองทัพ พ.ต.ท.ทักษิณ ป้องกันไม่ให้เข้ามาโจมตีสถานบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ ลองนึกภาพหากไม่มีพันธมิตรฯ ใครหน้าไหนจะกล้าออกมาเผชิญหน้าแทนประชาชน ฉะนั้นการรักษาพลังของพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นพลังของชนชั้นกลางที่เป็นกองทัพใหญ่ จึงเป็นภารกิจที่มีเกียรติ ต้องรักษาพลังพันธมิตรฯ ไว้ให้ได้ มิฉะนั้นการเผชิญของทั้งสองฝ่ายจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ฉะนั้น จึงขอเตือนประชาชนที่เห็นแย้งกล่าวหาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ต้องเข้าใจว่าภารกิจที่ทำอยู่นี้ มันยิ่งใหญ่ เป็นภารกิจประวัติศาสตร์ เป็นสงครามที่ต้องชนะ มิฉะนั้นประชาชนจะอยู่ภายใต้ทุนสามานไปอีกนานเท่าใด ขณะเดียวกันหากศึกครั้งนี้ประสบชัยชนะได้เร็วเพียงใด ประชาชนก็อยู่อย่างมีความสุข ประเทศนี้จะต้องก้าวต่อไป โดยปราศจากนักการเมืองที่โกงชาติบ้านเมือง
ในช่วงท้าย นายพิภพ ได้เปิดเผย 3 แผนชั่วของรัฐบาลหุ่นเชิด โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังวางแผนจับ 9 แกนนำไว้ 3 หนทาง คือ 1.จับกุมแกนนำทั้ง 9 คนทันที 2.ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจับแกนนำที่ละคน และ 3.ใช้กำลังสลายการชุมนุม จับ 5 แกนนำ ที่เหลืออีก 4 คนไว้ตามจับภายหลัง ฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทุกคนที่อยู่ที่ทำเนียบฯ หรือที่บ้าน ต้องไม่หยุดหารต่อสู้ ต้องลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านทุกรูปแบบ วิธีเดียวที่นายสมัคร ทำได้ในเวลานี้คือ ลาออกเพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวการเมืองและพันธมิตรฯ 1 ก.ย.2551
"รสนา" เยี่ยมนักรบศรีวิชัย สอบถามข้อเท็จจริง
นางรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความจากสภาทนายความ เดินทางเข้าเยี่ยมกลุ่มนักรบศรีวิชัย ผู้ต้องหา 85 คน ที่บุกเข้าทำลายทรัพย์สินของสถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
นายนิติธร เปิดเผยก่อนเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาว่า ที่เดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องหาวันนี้ เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวันพรุ่งนี้จะมีการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาบางส่วน โดยจะเน้นกลุ่มผู้ต้องหาหญิง 4 คน นักศึกษา และคนเจ็บป่วย ส่วนเยาวชน 3 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานแรกรับเยาวชนชาย บ้านเมตตา ได้รับการประกันตัวชั่วคราวไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ผู้บาดเจ็บพันธมิตรฯ ตรวจร่างกายตามแพทย์นัด
กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้รับบาดเจ็บประมาณ 30 คนจากเหตุปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิระ ตามที่แพทย์นัด ส่วนใหญ่อาการเริ่มดีขึ้น
พปช.ไม่ปิดกั้นสมาชิกเคลื่อนไหวต้านพันธมิตรฯ แต่ต้องอยู่ภายใต้ ก.ม.
นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ไม่เคยปิดกั้นความเห็นของสมาชิกพรรคฯ หากจะออกมาเคลื่อนไหวกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยหรือกลุ่มต่อต้านพันธมิตรประชาช นเพื่อประชาธิปไตย แต่ต้องการให้แสดงความเห็นภายใต้กรอบของกฎหมาย และอยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ไม่กระทบต่อความสงบสุขของประเทศ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม
"จำลอง" ย้ำจุดยืนพันธมิตรฯ "รบ.ลาออก-ผุดการเมืองใหม่"
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการประชุมสภาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง ว่า เป็นการเสียเวลาเปล่า โดยตนเชื่อมั่นว่ารัฐสภาไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และเห็นว่าขณะนี้เลยเวลาแล้วหากรัฐบาลจะขอเจรจา โดยกลุ่มพันธมิตรฯ ขอยืนยันในจุดยืนเดิม คือรัฐบาลจะต้องลาออก และมีการเมืองใหม่เท่านั้น
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะให้กลุ่มพันธมิตรฯ ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยกลัวการลงสมัครรับเลือกตั้ง และมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะหากไม่มีการโกง แต่เป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้หวังผลทางการเมือง
นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังปฏิเสธว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากนายทุนคนใด รวมถึงนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ มีแต่เงินที่ประชาชนร่วมบริจาคให้ และไม่ได้มีจำนวนมากถึง 200 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ
พันธมิตรฯ ปฏิเสธนายทุนหนุนเงินในการชุมนุม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ตั้งข้อสังเกตเหตุระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนกลัว ไม่มาร่วมชุมนุม ถือเป็นแผนของตำรวจที่มีความพยายามระดมประชาชนจังหวัดละ 5,000 คน ใช้ นปก.มาก่อกวน หลังสลายการชุมนุมไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การชุมนุมไม่มีเงิน 200 ล้านบาท จากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ มาสนับสนุน แต่เป็นเงินบริจาค โดยพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด ทั้งนี้ เห็นว่าการประชุมร่วม 2 สภา ไม่มีประโยชน์ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนที่นักวิชาการเกรงว่าการชุมนุมจะเกิดเหตุรุนแรงเหมือน 6 ตุลา แกนนำยืนยันสถานการณ์แตกต่างกัน แต่หากเกิดเหตุรุนแรงใดๆ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะพันธมิตรฯ ยังยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง ยึดหลักอหิงสา ส่วนที่ นปก.ขีดเส้นตายให้ออกจากทำเนียบใน 7 วัน แกนนำปฏิเสธที่จะทำตาม โดยยืนยันจะชุมนุมต่อเนื่องต่อไป แต่หากเกิดเหตุเผชิญหน้าจะไม่ใช่การเริ่มต้นจากพันธมิตรฯ และจะไม่ขอเจรจากับรัฐบาล แต่ยืนยันให้ลาออกเท่านั้น
ทั้งนี้ วันนี้ถือเป็นวันครบ 100 วันของการชุมนุม ซึ่งพันธมิตรฯ ยังไม่มีไม้เด็ดไม้ตายอะไรเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่า จะมีการกระจายกำลังกดดันรัฐบาลในต่างจังหวัดโดยอัตโนมัติ และการที่หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ เสนอให้พันธมิตรฯลงสนามเลือกตั้งนั้น พล.ต.จำลอง บอกว่าเคยลงสนามมาแล้ว และเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่ย้ำว่าไม่มีเจตนาตั้งพรรคการเมือง
ผบ.ตร.ให้คำมั่นไม่เกิดเหตุปะทะระหว่างพันธมิตรฯ - นปก.
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางเข้าร่วมประชุมการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งนี้ ได้กล่าวถึงกรณีหากเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก. นั้น เชื่อมั่นตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และยืนยันจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์การปะทะกันอย่างแน่นอน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.โกวิท เดินเลี่ยง ปฏิเสธไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เพียงแต่ยิ้มและเดินขึ้นห้องประชุม ที่อยู่บริเวณชั้นที่ 2 เท่านั้น
สภาวุ่น!! ประท้วงการใช้คำ "ทศพิธราชธรรม"
เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ประท้วง ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ส.ส.พปช. ที่ระบุว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรม โดยระบุว่า การใช้คำว่า "ทศพิธราชธรรม" ซึ่งเป็นคำราชาศัพท์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นคำที่ใช้เฉพาะกับกษัตริย์เท่านั้น หากใช้คำนี้จะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ขณะที่ ร.ท.กุเทพ ยืนยันว่า ไม่ใช่การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากคำๆ นี้ ใช้กับนักปกครอง และใช้ได้ทั่วไปกับผู้ปกครอง เป็นคำโบราณมีมานานตั้งแต่เมื่อครั้งพุทธกาล และการกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.ปรียนันทนา ยืนยันว่า เป็นคำราชศัพท์ และไม่สมควรอย่างยิ่ง ต่อมา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ยืนยันว่าไม่ใช่คำราชาศัพท์
ทั้งนี้ จากคำพูดดังกล่าวทำให้สภาเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันประท้วงกันไปมาอยู่หลายคน ทำให้การอภิปรายหยุดชะงักไปกว่า 20 นาที
พันธมิตรฯใต้เตรียมปิดสนามบิน 7 แห่ง ลั่น!ห้าม "หมัก" ลงใต้เด็ดขาด
นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตยภาคใต้ เปิดเผยว่า พันธมิตรฯ ภาคใต้ ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 ระบุว่า ภายหลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังคงดื้อดึงที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไป และมีการวางแผนให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคเหนือและภาคตะวันออกฌเฉียงเหนือ เคลื่อนไหวปะทะกับพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อฉวยโอกาสประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พันธมิตรฯ ภาคใต้ ขอประกาศว่า รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ และขอประกาศมาตรการ ดังนี้ 1. จะปิดการเดินทางทางอากาศของสนามบินภาคใต้ 7 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติภูเก็ต สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ สนามบินกระบี่ สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินเกาะสมุย สนามบินนครศรีธรรมราช และสนามบินตรัง 2. จะปิดการเดินทางทางบก ตั้งแต่ อ.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3. ขอประกาศให้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้โดยเด็ดขาด นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันที
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 13:57 น. |
นายนิติธร เปิดเผยก่อนเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาว่า ที่เดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องหาวันนี้ เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวันพรุ่งนี้จะมีการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาบางส่วน โดยจะเน้นกลุ่มผู้ต้องหาหญิง 4 คน นักศึกษา และคนเจ็บป่วย ส่วนเยาวชน 3 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานแรกรับเยาวชนชาย บ้านเมตตา ได้รับการประกันตัวชั่วคราวไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ผู้บาดเจ็บพันธมิตรฯ ตรวจร่างกายตามแพทย์นัด
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 13:29 น. |
พปช.ไม่ปิดกั้นสมาชิกเคลื่อนไหวต้านพันธมิตรฯ แต่ต้องอยู่ภายใต้ ก.ม.
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 12:54 น. |
"จำลอง" ย้ำจุดยืนพันธมิตรฯ "รบ.ลาออก-ผุดการเมืองใหม่"
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 11:30 น. |
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะให้กลุ่มพันธมิตรฯ ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยกลัวการลงสมัครรับเลือกตั้ง และมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะหากไม่มีการโกง แต่เป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้หวังผลทางการเมือง
นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังปฏิเสธว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากนายทุนคนใด รวมถึงนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ มีแต่เงินที่ประชาชนร่วมบริจาคให้ และไม่ได้มีจำนวนมากถึง 200 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ
พันธมิตรฯ ปฏิเสธนายทุนหนุนเงินในการชุมนุม
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 11:25 น. |
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การชุมนุมไม่มีเงิน 200 ล้านบาท จากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ มาสนับสนุน แต่เป็นเงินบริจาค โดยพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด ทั้งนี้ เห็นว่าการประชุมร่วม 2 สภา ไม่มีประโยชน์ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนที่นักวิชาการเกรงว่าการชุมนุมจะเกิดเหตุรุนแรงเหมือน 6 ตุลา แกนนำยืนยันสถานการณ์แตกต่างกัน แต่หากเกิดเหตุรุนแรงใดๆ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะพันธมิตรฯ ยังยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง ยึดหลักอหิงสา ส่วนที่ นปก.ขีดเส้นตายให้ออกจากทำเนียบใน 7 วัน แกนนำปฏิเสธที่จะทำตาม โดยยืนยันจะชุมนุมต่อเนื่องต่อไป แต่หากเกิดเหตุเผชิญหน้าจะไม่ใช่การเริ่มต้นจากพันธมิตรฯ และจะไม่ขอเจรจากับรัฐบาล แต่ยืนยันให้ลาออกเท่านั้น
ทั้งนี้ วันนี้ถือเป็นวันครบ 100 วันของการชุมนุม ซึ่งพันธมิตรฯ ยังไม่มีไม้เด็ดไม้ตายอะไรเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่า จะมีการกระจายกำลังกดดันรัฐบาลในต่างจังหวัดโดยอัตโนมัติ และการที่หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ เสนอให้พันธมิตรฯลงสนามเลือกตั้งนั้น พล.ต.จำลอง บอกว่าเคยลงสนามมาแล้ว และเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่ย้ำว่าไม่มีเจตนาตั้งพรรคการเมือง
ผบ.ตร.ให้คำมั่นไม่เกิดเหตุปะทะระหว่างพันธมิตรฯ - นปก.
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 11:19 น. |
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.โกวิท เดินเลี่ยง ปฏิเสธไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เพียงแต่ยิ้มและเดินขึ้นห้องประชุม ที่อยู่บริเวณชั้นที่ 2 เท่านั้น
สภาวุ่น!! ประท้วงการใช้คำ "ทศพิธราชธรรม"
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 31 สิงหาคม 2551 19:01 น. |
ขณะที่ ร.ท.กุเทพ ยืนยันว่า ไม่ใช่การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากคำๆ นี้ ใช้กับนักปกครอง และใช้ได้ทั่วไปกับผู้ปกครอง เป็นคำโบราณมีมานานตั้งแต่เมื่อครั้งพุทธกาล และการกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.ปรียนันทนา ยืนยันว่า เป็นคำราชศัพท์ และไม่สมควรอย่างยิ่ง ต่อมา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ยืนยันว่าไม่ใช่คำราชาศัพท์
ทั้งนี้ จากคำพูดดังกล่าวทำให้สภาเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันประท้วงกันไปมาอยู่หลายคน ทำให้การอภิปรายหยุดชะงักไปกว่า 20 นาที
พันธมิตรฯใต้เตรียมปิดสนามบิน 7 แห่ง ลั่น!ห้าม "หมัก" ลงใต้เด็ดขาด
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 31 สิงหาคม 2551 16:09 น. |
ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันที
แพทย์ไทยเจ๋ง!! คว้าแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 1 กันยายน 2551 14:09 น. |
การประยุกต์ใช้ออกซิเจน-รีดิวซ์ซิ่งเม็มเบรนแฟร็กเม้นท์ในอาหารเหลวเพื่อการเพาะเลี้ยงเชื้อแคมฟีโลแบคเตอร์ ภายใต้บรรยากาศปกต
ภัทร วงษ์เจริญ, กนกวรรณ กิตตินิยม , วิจิตร วงศ์ล่ำซำ และคณะ
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
วัตถุประสงค์
- เพื่อทำการผลิตออกซิเจน-รีดิวซ์ซิ่งเมมเบรนแฟร็กเม้นท์จากเชื้อ เอสเคอริเชียโคไล และวัดประสิทธิภาพของเมมเบรนแฟร็กเม้นท์ ในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเชื้อแคมฟีโลแบคเตอร์ ภายใต้บรรยากาศปกติ
วิธีการวิจัย
- ทำการสกัดครูดเม็มเบรนแฟรกเม้นท์จากเชื้อ อี โคไล จำนวน 50 สายพันธุ์ เลือกเชื้อสายพันธุ์ที่มีความสามารถสูงสุดในการลดออกซิเจนไปสกัดเมมเบรนแฟร็ กเม้นท์ให้บริสุทธิ์โดยการทำให้เซลล์แตกด้วยความดันสูงและแยกด้วยการปั่นเหว ี่ยงความเร็วสูง ทดสอบความสามารถในการลดออกซิเจนของเมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์ที่ได้ในสภาว ะอุณหภูมิและความเป็นกรด-เบสต่างๆกัน ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเหลวโบลตันที่ผสมและไม่ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์เพื่อการทด สอบประสิทธิภาพในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเชื้อ แคมพีโลแบคเตอร์ เจจูไน จำนวน 3 สายพันธุ์ ภายใต้บรรยากาศปกติที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส โดยนับจำนวนแบคทีเรียด้วยวิธี 6 x 6 ดร็อปเพลท
ผลการศึกษา
- เมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์จาก อี โคไล สายพันธุ์ที่สามารถลดออกซิเจนได้ดีที่อุณหภูมิ 37 และ 42 องศาเซลเซียส และค่าความเป็นกรด-เบสที่ 7.5-8.5 อาหารเลี้ยงเชื้อเหลวโบลตันที่ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์ให้ผลการนับจำ นวนแบคทีเรียสูงกว่าอาหารเลี้ยงเชื้อที่ไม่ได้ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์
สรุป
- ออกซิเจน- รีดิวซ์ซิ่งเมมเบรนแฟร็กเม้นท์จากเชื้อสายพันธุ์ที่เลือกสามารถสนับสนุนการเ พาะเลี้ยงเชื้อแคมพีโลแบคเตอร์ ภายใต้บรรยากาศปกติ
จากการประชุมวิชาการ เสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 1
เรื่องบัณฑิตศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 30-31 ม.ค.2550
ณ อาคารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
วัตถุประสงค์
- เพื่อทำการผลิตออกซิเจน-รีดิวซ์ซิ่งเมมเบรนแฟร็กเม้นท์จากเชื้อ เอสเคอริเชียโคไล และวัดประสิทธิภาพของเมมเบรนแฟร็กเม้นท์ ในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเชื้อแคมฟีโลแบคเตอร์ ภายใต้บรรยากาศปกติ
วิธีการวิจัย
- ทำการสกัดครูดเม็มเบรนแฟรกเม้นท์จากเชื้อ อี โคไล จำนวน 50 สายพันธุ์ เลือกเชื้อสายพันธุ์ที่มีความสามารถสูงสุดในการลดออกซิเจนไปสกัดเมมเบรนแฟร็ กเม้นท์ให้บริสุทธิ์โดยการทำให้เซลล์แตกด้วยความดันสูงและแยกด้วยการปั่นเหว ี่ยงความเร็วสูง ทดสอบความสามารถในการลดออกซิเจนของเมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์ที่ได้ในสภาว ะอุณหภูมิและความเป็นกรด-เบสต่างๆกัน ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเหลวโบลตันที่ผสมและไม่ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์เพื่อการทด สอบประสิทธิภาพในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเชื้อ แคมพีโลแบคเตอร์ เจจูไน จำนวน 3 สายพันธุ์ ภายใต้บรรยากาศปกติที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส โดยนับจำนวนแบคทีเรียด้วยวิธี 6 x 6 ดร็อปเพลท
ผลการศึกษา
- เมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์จาก อี โคไล สายพันธุ์ที่สามารถลดออกซิเจนได้ดีที่อุณหภูมิ 37 และ 42 องศาเซลเซียส และค่าความเป็นกรด-เบสที่ 7.5-8.5 อาหารเลี้ยงเชื้อเหลวโบลตันที่ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์บริสุทธิ์ให้ผลการนับจำ นวนแบคทีเรียสูงกว่าอาหารเลี้ยงเชื้อที่ไม่ได้ผสมเมมเบรนแฟร็กเม้นท์
สรุป
- ออกซิเจน- รีดิวซ์ซิ่งเมมเบรนแฟร็กเม้นท์จากเชื้อสายพันธุ์ที่เลือกสามารถสนับสนุนการเ พาะเลี้ยงเชื้อแคมพีโลแบคเตอร์ ภายใต้บรรยากาศปกติ
จากการประชุมวิชาการ เสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 1
เรื่องบัณฑิตศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 30-31 ม.ค.2550
ณ อาคารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
15 เรื่องน่าอ่านจาก Blog อาจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- JTEPA และภัยซ่อนเร้นที่ตามมาจาก AJCEP และ CEPEA
Mon, 28 Jul 2008 10:21:21 +0700
- มองเงินเฟ้อด้วยเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ แล้วแก้เงินเฟ้อด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง
Thu, 17 Jul 2008 21:26:59 +0700
ท ุกวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าที่คนไทยทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแร งนั่นก็คือ ภาวะเงินเฟ้อ ตัวเลขล่าสุดที่ถูกเปิดเผยโดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เราพบว ่า อัตราเงินเฟ้อของเดือนมิถุนายน 2551 ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 8.9% คำถามที่สำคัญคือ เงินเฟ้อมีผลเสียหายอย่างไร สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยอย่างไร เงินเฟ้อเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่เหมาะสมอัตราเงินเฟ้อที่ดีควรจะเป็นเท่าไหร่ และหนทางที่จะแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต้องทำอย่างไร การแก้ปัญหาของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยการขึ้นอัตราดอกเบี้บนโยบายเป็นวิธีที ่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ คำถามทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่อยู่ในความสนใจของทุกๆ คนอย่างยิ่ง ผมขอเสนอแนะให้ใช้หลักการของพระพุทธศาสนาเรื่องอริยสัจจ์ 4 ในการพิจารณาวิเคราะห์ภาวะเงินเฟ้อ และใช้ประกอบกับหลักปรัญชาเศรษฐกิจพิเพียงขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อ เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่ระบบเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่นี้ - การเมืองใหม่ต้องคู่กับระบบเศรษฐกิจใหม่ และข้อเสนอของ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
Mon, 14 Jul 2008 10:16:52 +0700
- การเมืองใหม่ต้องคู่กับระบบเศรษฐกิจใหม่
Wed, 09 Jul 2008 16:15:43 +0700
“ การเมืองใหม่” ที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังนำเสนอต่อสังคมไทยอยู่ในขณะนี ้ แท้จริงแล้วก็คือระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข ที่เพิ่มการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคประชาชน โดยมีจุดสำคัญที่ทุกภาคส่วนในระบบการเมืองใหม่นี้ต้องยึดถือหลักศีลธรรมจรรย าอันดีอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะนักการเมือง และ ผู้แทนราษฎรในระดับต่างๆ ต้องเป็นตัวแทนที่เป็นตัวแทนอย่างแท้จริงของกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มต่างๆ ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรกร, กลุ่มผู้ใช้แรงงาน, กลุ่มทุนธุรกิจขนาดใหญ่, ขนาดกลาง และขนาดย่อม, กลุ่มนักวิชาการ, หรือแม้แต่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมก็ควรจะมีตัวแทน และมีส่วนร่วมในระบบการเมืองใหม่นี้ เป้าหมายของระบบการเมืองใหม่คือการเมืองที่มุ่งรักษาผลประโยชน์อันดีงาม และเพื่อความกินดี อยู่ดีของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งต่างจากระบบการเมืองแบบเก่าที่เน้นสนองผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุนที่ลงทุนใน ธุรกิจการเมือง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญนี้ระบบการเมืองแบบใหม่ย่อมต้องเคียงคู่อยู่ด ้วยระบบแนวคิดทางเศรษฐกิจแบบใหม่ด้วยเช่นกัน - จดหมายจากนายปิติ ถึงศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
Fri, 27 Jun 2008 13:31:45 +0700
- หรือนายหน้าเหลี่ยมจะเป็นมนุษย์เศรษฐศาสตร์ที่ดี?
Tue, 24 Jun 2008 19:28:21 +0700
- เลิกพูดกันเสียทีว่าการปฏิวัติรัฐประหารเป็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจ
Wed, 18 Jun 2008 11:29:44 +0700
- วิชาเศรษฐศาสตร์: เขาเรียนอะไรกันหรือ? ตอนที่ 2
Mon, 16 Jun 2008 16:45:54 +0700
- อาจารย์ ดร. ปิติ ศรีแสงนาม
Thu, 12 Jun 2008 10:34:45 +0700
ประวัติย่อ - วิชาเศรษฐศาสตร์: เขาเรียนอะไรกันหรือ? ตอนที่ 1
Wed, 11 Jun 2008 15:38:15 +0700
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)