++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาฬสินธุ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาฬสินธุ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2550

เมืองน้ำดำประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้าน
















โดย ผู้จัดการออนไลน์19 มิถุนายน 2550 13:42 น.






















กาฬสินธุ์ -จ ังหวัดกาฬสินธุ์ ประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุน และติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน และเครือข่าย โดยมี นายประสิทธิ์ คชโคตร ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน และมีนายนิรันดร์ ศรีเจริญ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นางจงกลนี เกียรติดำเนินงาม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์เข้าประชุมจำนวน 500 คน

นายสุทัศน์ สิทธิจินดา รักษาการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองรวมทั้งสิ้น 1,581 กองทุน แยกเป็นองทุนหมู่บ้าน 1,556 กองทุน กองทุนชุมชนเมือง 25 กองทุน และมีกองทุนหมู่บ้าน ที่ได้พัฒนาเป็นสถาบันการเงินชุมชนแล้วจำนวน 8 กองทุน

นายสุทัศน์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากผลการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พ.ศ.2547 กำหนดให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จะต้องขอยื่นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลภายวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งการประชุมคณะอนุกรรมการฯในวันนี้ ยังได้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มีความพร้อมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำนวน 144 กองทุนอีกด้วย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและสร้างความเข้าใจแก่องค์การที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของกองทุนห มู่บ้านและเครือข่าย พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ และพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ให้เป็นแหล่งเงินทุนที่เสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป


วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550

เมืองน้ำดำรณรงค์ต่อเนื่องลดอุบัติเหตุบนถนน
















โดย ผู้จัดการออนไลน์18 มิถุนายน 2550 17:01 น.






















กาฬสินธุ์ - จังหวัดกาฬสินธุ์จัดโครงการเดินรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ โดยมีผู้พิการที่เกิดจากเมาแล้วขับร่วมเดินรณรงค์ไปตามถนนรอบเขตเทศบาลฯ เพื่อสร้างจิตสำนึกและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม

ท ี่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประสิทธิ์ คชโคตร ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ โดยมีผู้พิการที่เกิดจากเมาแล้วขับร่วมเดินรณรงค์ไปตามถนนในเขตเทศบาลเมืองจ ำนวน 100 คน

นายประสิทธิ์ คชโคตร ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน การจราจรในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ซึ่งเมื่อเกิดแล้วทำให้เกิดความสูญเสียต่อร่างกาย ทำให้บาดเจ็บ ล้มตาย บางรายมีอาการทุพพลภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและสร้างจิตสำนึกในการป้องกันอุบัติเหตุ

จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้ร่วมกับเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจัดโครงการร ณรงค์การลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลที่จะเป็นการขยายผลของโคร งการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

ทั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ สร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างความปลอดภัยเหยื่อเมาแล้วขับ ได้ช่วยกันถ่ายทอดประสบการณ์จากความสูญเสียของอุบัติเหตุที่เกิดจากความประม าทของคนเมาแล้วขับ และทำให้ประชาชนได้มีความตระหนักในความสูญเสียที่เกิดจากการเมาแล้วขับดังกล ่าว

ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า ผลจากการเดินรณรงค์ลดอุบัติเหตุโดยการนำเหยื่อหรือผู้พิการที่ได้รับอุบัติเ หตุจากการเมาแล้วขับมาร่วมเดินรณรงค์จะเป็นอุทาหรณ์และทำให้ประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนนมีจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่ให้ปลอดภัย คือเมาไม่ขับ หรือไม่ขับรถขณะมีอาการเมาสุรา ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียทางร่างกายและทรัพย์สินได้เป็นอย่าง ดี


วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ทางหลวงเดินหน้าสร้างสะพานข้ามลำปาว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 มิถุนายน 2550 14:49 น.


กาฬสินธุ์- สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบทสรุปผลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว คืบหน้าแล้ว 7 เปอร์เซ็นต์ เผยมูลค่าโครงการกว่า 49 ล้านบาท

วันนี้ (13 มิ.ย.) ที่บริเวณแหลมโนนวิเศษ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายเดชา ตันติยวรงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เดินทางเข้าเยี่ยมชมความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว โดยมี นายประชุมศักดิ์ อุ่นทรพันธุ์ ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

นายประชุมศักดิ์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ ำลำปาว ว่า กรมทางหลวงชนบทได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินงานโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรี ตเสริมเล็กข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ กับตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี โดยสามารถลดระยะทางในการคมนาคมขนส่งผลผลิตทางการเกษตรด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม

โดยส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำลำปาว พิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

นายประชุมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส ำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างตั้งวันที่ 10 มิถุนายน 2550 จนถึงขณะนี้ งานก่อสร้างสะพานหลักดำเนินการตอกเสาเข็มช่วงเชิงลาดสะพานแล้ว ดำเนินการก่อสร้างคานรัดหัวเสา และวางคานคอนกรีตอัดแรงรับพื้นช่วง 10 เมตร จำนวน 10 ชุด ส่วนการเตรียมการผลิตได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยการก่อสร้างสะสมขณะนี้คืบหน้าได้ 7 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ส ำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวนั้น เป็นลักษณะการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนเชิงลาดสะพาน กำหนดระยะเวลาสร้าง 900 วัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 2,040 เมตร และการก่อสร้างถนนต่อเชื่อมโครงการกว้าง 7 เมตร ความยาว 1,439 เมตร โดยจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 498,850,000 บาท

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2550

บ้านท้องถิ่นไทยหลังแรกมอบแล้วที่กาฬสินธุ์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 มิถุนายน 2550 12:17 น.
กาฬสินธุ์- เทศบาลตำบลโคกศรี มอบบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์ ให้แก่ผู้ยากไร้เป็นแห่งแรกที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 80 พรรษา

ที่เทศบาลตำบลโคกศรี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นายณรงค์ชัย ทิพกนก นายอำเภอยางตลาด เป็นประธานพิธีมอบบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์ให้กับผู้ยากไร้ โดยมีนายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโคกศรี และประชาชนในเขตเทศบาลตำบลโคกศรีร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโคกศรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เทศบาลตำบลโคกศรี จึงได้จัดงบประมาณจำนวน 1 แสนบาท เพื่อดำเนินการจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้กับราษฎรที่มีฐานะยากไร้ โดยผ่านการประชาคมหมู่บ้าน ตามที่กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำโครงการบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์ ซึ่งเทศบาลตำบลโคกศรีได้มอบเป็นแห่งแรกในจังหวัดกาฬสินธุ์

ด้าน นายนพดล สำราญพงษ์ เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน เทศบาลตำบลโคกศรี กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายหรือผู้มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาได้รับมอบบ้าน ตามโครงการบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องมีฐานะยากจน หรือเป็นผู้ยากไร้ และเป็นผู้ด้อยโอกาส

เทศบาลตำบลโคกศรีที่มีจำนวน 7 ชุมชน พบว่า ครอบครัวของนางทองสี ภูคงน้ำ ราษฎรชุมชนโคกศรี หมู่ 6 ต.อุ่มเม่า เป็นผู้มีฐานะยากไร้ ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจากการประชาคมหมู่บ้าน ให้ได้รับมอบบ้านหลังดังกล่าวในครั้งนี้

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ชาวกาฬสินธุ์จัดบุญบั้งไฟแบบพอเพียงถวายในหลวง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 มิถุนายน 2550 10:44 น.
กาฬสินธุ์ - ประชาชนหลายพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกันจัดงานบุญบั้งไฟ เพื่อสืบทอดประเพณีตามฮีตสิบสองครองสิบสี่ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเน้นการจัดงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ที่สำนักงานเทศบาลตำบลโคกศรี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นายอดิศร ตั้งรุ่งเรืองอยู่ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานจัดงานบุญบั้งไฟประจำปี 2550 โดยมีนายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศบาลตำบลโคกศรี นำประชาชนในเขตเทศบาลตำบลโคตกศรี 7 ชุมชน ร่วมงานกว่า 1,000 คน

นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศบาลตำบลโคกศรีกล่าวว่า การจัดงานบั้งไฟประเพณีประจำปีนี้ ได้จัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนโยบายของรัฐบาล ด้านความประหยัดและความพอเพียง

เทศบาลตำบลโคกศรีจึงได้กำชับให้ทุกชุมชนจัดริ้วขบวนและตกแต่งบั้งไฟอ ย่างประหยัด โดยให้ยึดรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชน ได้เดินตามรอยพระยุคลบาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะที่บริเวณหนองสาธารณะแก่งเลิงจาน ตำบลนาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสุพจน์ ธรรมรักษา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) อ.ยางตลาด เขต 3 ร่วมกับนายชุมพล หลักคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเชือก ได้นำประชาชนตำบลนาเชือก 14 หมู่บ้าน จัดงานบุญบั้งไฟ ประจำปี 2550 โดยมีประชาชนนำบั้งไฟมาจุดแข่งขันจำนวนกว่า 120 บั้ง

นายสุพจน์ ธรรมรักษา สจ.อ.ยางตลาด เขต 3 กล่าวว่า บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวอีสาน ที่จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน และเพื่อเสี่ยงทายฟ้าฝนก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูทำนา ซึ่งประชาชนชาวตำบลนาเชือกทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งเป็นปีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา จึงได้ร่วมใจกันจัดขึ้นและมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อสืบทอดประเพณีและเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห ัวดังกล่าว

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สสจ.กาฬสินธุ์เวิร์กชอปการสร้างจินตนาเพื่อเสริมสุขภาพ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 มิถุนายน 2550 11:05 น.
กาฬสินธุ์ - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์จัดเวิร์กชอปการ "สร้างจินตนาการเสริมสุขภาพใหม่ ที่มีความเป็นมนุษย์" ให้กับบุคลากรสาธารณสุข เพื่อวิเคราะห์ชุมชนและสร้างเครือข่ายการรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง

ที่ห้องประชุมทศพร โรงแรมริมปาว นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงค์กูล นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมปฏิบัติการเรื่อง การสร้างจินตนาการ เสริมสุขภาพใหม่ ที่มีความเป็นมนุษย์ โดยมีบุคลาการสำนักงานสาธารสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่อนามัยทุกแห่ง เข้าร่วมประชุมจำนวน 350 คน

น.พ.พิสิทธิ์ เอื้อวงค์กูล นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชนให้มีมาตรฐาน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการสร้างจิตนาการเสริมสุขภาพใหม่ ที่มีความเป็นมนุษย์ โดยมีบุคลากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ(สสอ.) และเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัย(สอ.)ทุกแห่ง เข้าร่วมประชุมฯ

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนากรอบแนวคิด และหลักการสำคัญ ที่จะสะท้อนปรัชญาการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้องของระบบบริการสุขภาพ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการวิเคราะห์ชุมชน ซึ่งมีนพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ จากสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ นพ.สิริชัย นามทรรศนีย์ จากรพ.กุฉินารายณ์และคณะกรรมการพัฒนาและประเมินงานPCU(QRT) จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวิทยากรอบรม

นพ.สาธาณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวอีกว่า ร ูปแบบของกิจกรรมในการประชุมเชิงปฏิบัติการประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติการวิเครา ะห์กลุ่มย่อย การลงสำรวจพื้นที่ภาคสนาม และการนำเสนอผลงานมาแลกเปลี่ยนอภิปราย ที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถที่จะนำปัญหาของชุมชนมาวิเคราะห์และดำเนินการสร้างเครือข่าย เพื่อเป็นแนวทางการสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีแก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต่ อไป

นพ.พิสิทธิ์กล่าวว่าจุดเด่นของการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องสร้างจิ นตนาการ เสริมสุขภาพแบบใหม่ ที่มีความเป็นมนุษย์ก็คือการแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานกับชาวบ้าน ทั้งด้านสุขภาพ ชีวภาพ ตลอดทั้งมูลเหตุแห่งปัญหาและความต้องการ เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกันวิเคราะห์หาบทสรุปและกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือ และแก้ไข เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการสร้างสุขภาพแบบใหม่ ให้ประชาชนมีสุขภายกาย สุขใจ ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นที่มาของคำว่าความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนนั่นเอง

กาฬสินธุ์เปิดเวทีเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มช่องทางสร้างรายได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 มิถุนายน 2550 16:19 น.
กาฬสินธุ์- เกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จัดเวทีเรียนรู้วิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบในด้านการบริหารจัดการและขยายเครือข่าย สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน


ที่ห้องประชุมศูนย์การท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิวัฒนชัย จงใจภักดิ์ เกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ในฐานะนายทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น จัดเวทีเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนระดับอำเภอครั้งที่ 2 ประจำปี 2550 โดยมีประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมประชุมจำนวน 75 คน

นายวิวัฒนชัย จงใจภักดิ์ เกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากที่กรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายในการส่งเสริมภาคการเกษตรและกลุ่มอาชีพต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้ดีขึ้น สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยสำนักงานเกษตรจังหวัด พัฒนาชุมชน พัฒนาฝีมือแรงงาน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุกตำบล

ทั้งด้านงบประมาณและจัดวิทยากรอบรมให้ความรู้ตั้งแต่ปี 2548 จนปัจจุบันนี้มีกลุ่มวิสาหกิจในอำเภอเมืองที่จดทะเบียนแล้วจำนวน 184 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอาชีพต่างๆ อาทิ กลุ่มหมูทุบ-หมูเค็ม ต.นาจารย์ กลุ่มทอผ้าลายเกร็ดเต่า ต.ขมิ้น กลุ่มทอผ้า ต.บึงวิชัย กลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายลายขิด ต.โพนทอง กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เป็นต้น

เกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า ในจำนวนกลุ่มวิสาหกิจ 184 กลุ่ม มีกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ และมีความเข้มแข็ง สามารถเป็นต้นแบบให้กลุ่มอื่นๆเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการมีเพียง 60 กลุ่มเท่านั้น การจัดเวทีเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนในครั้งนี้ จึงมีการจัดตั้งกลุ่มไตรภาคี เพื่อกระจายความรู้และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ให้กับกลุ่มวิสาหกิจอื่นๆที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนที่เป็นแหล่งรายได้เสริม ให้ทุกกลุ่มมีอาชีพและมีรายได้ โดยเฉพาะสามารถนำผลผลิตที่ได้มาจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้เสริมอย่างยั่งยืนตลอดไป

ด้าน ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำพาน กล่าวว่า ในส่วนของ อบต.ลำพาน ได้จัดงบประมาณสนับสนุนกลุ่มอาชีพต่างๆ กลุ่มละ 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียน ปลอดดอกเบี้ย ประกอบด้วยกลุ่มปลูกพืชผักปลอดสารพิษ กลุ่มทอผ้า กลุ่มเลี้ยงโคและกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

สำหรับกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ซึ่งได้รับงบประมาณซีอีโอตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างโรงงานพร้อมอุปกรณ์การผลิตที่บ้านดงเมือง หมู่ 10 ต.ลำพาน ซึ่งอบต.ลำพานได้จัดงบสนับสนุนอีกจำนวน 2 แสนบาท สำหรับติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อการผลิต เริ่มดำเนินการผลิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 มีกำลังการผลิตได้ถึงวันละ 2 ตัน สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี ราคาถูก เพิ่มผลผลิต และปลอดสารพิษตกค้างเป็นอย่างดี

อีกทั้งยังนำผลผลิตจำหน่ายให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป ในราคาถุงละ 250 บาท/50 กก.ปัจจุบันโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ ต.ลำพาน ยังเป็นศูนย์เทคโนโลยีและเป็นแหล่งเรียนรู้ประจำตำบล ที่เป็นตัวอย่างของโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ในนามของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ประสบผลสำเร็จอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการสนับสน ุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2550

คลิปวิดีโอ..มหกรรมสินค้าชุมชนและท้องถิ่น ของดี 4 ภาค (OTOP) จังหวัดกาฬสินธุ์ 2-8 มิ.ย.2550

ในต่างจังหวัดอย่างกาฬสินธุ์ งานออกร้านเล็กๆอย่างงานแสดงสินค้า OTOP ที่รวบรวมสินค้าของดี 4 ภาคนั้น
เป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอ ซึ่งหากเทียบกับเมืองใหญ่ ที่มีห้างสรรพสินค้าสุดหรู มีตลาด ร้านค้ามากมายแล้ว
งานมหกรรมสินค้าชุมชนนี้ อาจจะเทียบไม่ติดเลย


แต่สำหรับวิถีชีวิตของคนต่างจังหวัดในเมืองเล็กๆ นี่ คือ สิ่งที่หายาก
นี่คือ คลิปวิดีโองาน มหกรรมสินค้าชุมชนและท้องถิ่น ของดี 4 ภาค (OTOP) จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จัดขึ้นระหว่าง 2-8 มิ.ย.2550 ที่จะได้ชมสินค้าชุมชน และอาหารแสนอร่อยๆที่ขึ้นชื่อจากภาคต่างๆ
เสียดายที่มีแต่ภาพเคลื่อนไหว ไม่มีเสียงและกลิ่นให้ได้สัมผัสนะครับ













Technorati : , , ,