++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

วิจัย..ทดลองปลูกเกาลัดหวังให้เป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต

', '

ป่านลี่......ชื่อนี้ อาจจะไม่มีใครรู้จักกัน แต่ถ้าบอกว่ามันคือ
"เกาลัด" ใครๆก็ต้องร้องอ๋อ...!!!

เมล็ดขบเคี้ยวที่เปลือกนอกน้ำตาลเข้ม เม็ดในขาวขุ่น รสชาติมันๆชื่อ
"เกาลัด" นี้ ในตัวของมันมี คุณค่าโภชนาการสูง
และมีคุณสมบัติในทางสมุนไพร เชื่อว่ามีสรรพคุณช่วย บำรุงตับ ไต และ
ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

ด้วยสรรพคุณและความอร่อยเป็นที่ถูกปากของคนไทย
จึงมีการนำลูกเกาลัดจากเมืองจีนเข้ามาคั่วขายในบ้านเรา
ซึ่งก็มีทั้งในรูปแบบที่ถูกต้อง ผ่านด่านศุลกากร และที่เป็น "อีแอบ"
ลักลอบนำจากประเทศจีนเข้ามา....ทำให้เงินไทยไหลทวนลูกเกาลัดปีหนึ่งๆหลายล้านบาท

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองเห็นว่า
พืชชนิดนี้น่าจะปลูกในเมืองไทยได้
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศทางภาคเหนือของไทยนั้นคล้ายกับประเทศจีนตอนล่าง
จึงได้ทำการวิจัยและทดลองปลูกเกาลัดในความเป็นไปได้
เพื่อที่จะได้ข้อมูลทางวิชาการไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทดแทนการนำเข้า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจำรอง ดาวเรือง ผู้อำนวยการสถานีทดลองเกษตร
ที่สูงแม่จอนหลวง กล่าวว่า "ในปี พ.ศ. 2528 ทางสถานีทดลองฯ
ได้นำเมล็ดเกาลัดจากเมืองจีนมาปลูก เพื่อคัดเลือกพันธุ์
โดยครั้งแรกใช้เมล็ด ซึ่งยังไม่แยกคัดสายพันธุ์ เพื่อมาปลูกก่อนจำนวน
5,000 ต้น ในพื้นที่แม่จอนหลวงและดอยวาวี"

กระทั่งปี 2538-2539 จึงได้สายพันธุ์ดี ซึ่งมีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ คือ
แม่จอนเบอร์ 1 แม่จอนเบอร์ 2 แม่จอนเบอร์ 3 แม่จอนเบอร์ 4 แม่จอนเบอร์ 6
วาวี 1 วาวี 2 และ วาวี 5 ซึ่งสามารถปลูกได้ในสภาพพื้นที่ต่างๆ
และจากการศึกษาข้อมูลพบว่า ขณะที่ต้นเกาลัดยังไม่ให้ผลผลิต
การเจริญเติบโตของเกาลัดจะต้องดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากอากาศมาใช้ในการสร้างเนื้อไม้ ยิ่งโต

ยิ่งดูดคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้มาก

จึงถือได้ว่า.....ป่าเกาลัดช่วยลดภาวะเรือนกระจกของโลก....!!!

และ...เมื่อต้นโตเต็มที่ (อายุประมาณ 7 ปี)
จะเริ่มออกดอกในราวเดือนมิถุนายน กระทั่งเดือนกรกฎาคม จากดอกสีขาวนวล
จะเริ่มติดผลเล็กๆคล้ายผลเงาะมีขนสีเขียวค่อนข้างแข็ง ลักษณะคล้ายหนาม
จากนั้นไปจนถึงเดือนกันยายน ผลเล็กๆ สีเขียวสดก็จะโตขึ้น
มีขนาดใกล้เคียงกับผลเงาะโรงเรียน

พอแก่ ผลของมันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้วปริให้เห็นเมล็ดเกาลัดสีน้ำตาลคล้ำด้านใน
ผลหนึ่งจะมี 3-5 เม็ด.....นั่นหมายถึงว่า ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อนำผลผลิตทั้ง 8 สายพันธุ์มาคัดคุณภาพ พบว่าเมล็ดขนาดเล็กจะมีประมาณ
110 ผล/กก. ถ้าเป็นเมล็ดใหญ่จะอยู่ที่ 70 ผล/กก.
ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานตลาด

จากนั้นทีมวิจัยจึงได้เริ่มส่งเสริม ให้เกษตรกรที่เข้าร่วม
มูลนิธิโครงการหลวง ปลูกเกาลัดกันบนพื้นที่ใกล้ๆ โครงการ....

....มาในช่วงระยะหลัง โลกหมุนเข้าสู่ "ยุคการค้าเสรี"
รัฐบาลมีนโยบายในการวิจัย และพัฒนาสินค้าการเกษตร
อย่างเร่งด่วนเพื่อเข้าแข่งขัน ในตลาดโลก....

กรมวิชาการเกษตร จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนทำวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจทั้ง 27
ชนิดตามแผนงานของรัฐฯ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งเกาลัดไปเลยเสียทีเดียว
นักวิชาการก็ยังให้ความสำคัญไว้เช่นเดิม

โดยยังมีความหวังว่า เกาลัดจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวต่อไป
ที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำได้....ในอนาคต.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น