วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

โครงสร้างกับกระบวนการทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช 25 กันยายน 2552 17:47 น.
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ
ก่อให้เกิดการกระจายตัวของกลุ่มคนที่เริ่มมีอิทธิพลต่อระบบการเมืองมากขึ้น
แต่เดิมรัฐเป็นศูนย์อำนาจ
และเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมสังคมพลังนอกรัฐยังอ่อนแอ
การเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้ภาคเอกชนขยายตัวใหญ่ขึ้น
รัฐมีความจำเป็นต้องยอมรับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการนำระบอบประชาธิปไตยมาใช้
รัฐก็มิได้กลายเป็นรัฐประชาธิปไตยไปโดยอัตโนมัติ
การขัดกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับลักษณะของรัฐ
ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาหลัก คือ รัฐธรรมนูญอยู่เป็นระยะ
จนในที่สุดพลังทางสังคมและเศรษฐกิจได้กดดันให้กติกามีความเป็นประชาธิปไตย
มากขึ้น อย่างน้อยก็ในแง่โครงสร้าง

ในบรรดาโครงสร้างทางการเมือง พรรคการเมืองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เพราะพรรคการเมืองมีบทบาทหลักในการคัดเลือกบุคลากรทางการเมือง
และดำเนินการทางการเมือง

ปัญหามีอยู่ว่า พรรคการเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่
ในตะวันตกพรรคการเมืองกลายเป็นองค์กรคณาธิปไตย
ที่กลุ่มคนกลุ่มเล็กสามารถกุมอำนาจไว้ได้ แต่ในประเทศไทย
พรรคการเมืองส่วนใหญ่เป็นพรรคของผู้นำ มีบางพรรค เช่น
พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีลักษณะประชาธิปไตยในแง่การมีส่วนร่วมของ
สมาชิกพรรค การที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยนี้
มีผลทำให้กระบวนการทางการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี
โครงสร้างทางการเมืองมีการกระจายตัวมากขึ้นลงไปถึงท้องถิ่น
นอกจากนั้นยังมีองค์กรอิสระที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบการเมืองอีก
จึงกล่าวได้ว่า ขณะนี้กติกา (รัฐธรรมนูญ)
และโครงสร้างทางการเมืองของไทยเอื้ออำนวยต่อระบอบประชาธิปไตย
แต่กระบวนการทางการเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย
การตัดสินใจทางการเมืองยังขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคอยู่

แม้โครงสร้างทางการเมืองจะเอื้อต่อประชาธิปไตย
แต่โครงสร้างของรัฐในส่วนที่เป็นกลไกทางการปกครอง
และการบริหารก็ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตย

ปัญหาสำคัญของระบบราชการเกิดจากการขยายบทบาทของภาครัฐ
ซึ่งลงไปทำกิจการหลายด้านที่เอกชน และประชาชนสามารถดำเนินการเองได้
ดังนั้น เมื่อมีการกระจายอำนาจ
ภารกิจของรัฐส่วนหนึ่งก็จะต้องถ่ายโอนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และอีกส่วนหนึ่งไปให้ภาคเอกชนดำเนินการ

การที่มีปัญหาความล่าช้าในการกระจายอำนาจเป็นเพราะรัฐไทยเป็นรัฐ
เดี่ยวที่กรม และกระทรวงมีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่จังหวัด
ดังนั้นงบประมาณจึงอยู่ที่กรมกิจการต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับราชการส่วนกลาง
งานส่วนภูมิภาคก็ไปจากกรมในส่วนกลาง แทนที่จะเป็นของจังหวัด
จังหวัดของไทยจึงไม่เติบโต แต่เมืองหลวงและกระทรวง ทบวง กรม
กลับขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การปฏิรูประบบราชการมีเป้าหมายในการลดขนาดของระบบราชการ
ซึ่งปัจจุบันรายจ่ายด้านบุคลากรสูงถึง 30-40% ในขณะที่งบลงทุนลดน้อยลง
รัฐจำต้องทบทวนภารกิจภาครัฐ โดยคำนึงถึงหลัก 3 ประการคือ

1. ภารกิจที่กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามกฎหมาย

2. ภารกิจที่เป็นยุทธศาสตร์

3. ภารกิจที่รัฐจำเป็นต้องให้บริการแก่ประชาชน

หากมีการนำหลักเกณฑ์ทั้งสามมากำหนดภารกิจที่รัฐจำเป็นต้องทำแล้ว
รัฐก็จะสามารถลดบทบาทลงได้ และท้องถิ่นจะเติบโตขึ้น
แต่ก็มีข้อคิดว่าท้องถิ่นกับจังหวัดไม่เหมือนกัน
จังหวัดยังเป็นส่วนภูมิภาคที่ได้รับงบประมาณน้อยอยู่
เมื่อจังหวัดสามารถได้รับงบประมาณ
ภารกิจของภาครัฐก็จะกระจายลงไปที่จังหวัดและท้องถิ่น
ทำให้งานของส่วนกลางลดลง และมีการรวมศูนย์อำนาจน้อยลง
ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

การพัฒนาประชาธิปไตย
ส่วนหนึ่งจึงเกี่ยวโยงกับการปรับบทบาทของรัฐอย่างแยกไม่ออก
เพราะระบอบประชาธิปไตยหมายถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน
ตราบใดที่รัฐยังดำเนินกิจการมากมายหลายด้าน
รัฐก็จะครอบงำวิถีชีวิตของคนในสังคมไว้ได้

การพัฒนาประชาธิปไตย จึงต้องทำสองด้านพร้อมๆ กันไป คือ
การพัฒนาพรรคการเมืองให้มีความเป็นประชาธิปไตยกับการปรับบทบาทของภาครัฐ
แต่พรรคการเมืองจะเป็นประชาธิปไตยได้นั้น
ก็จะต้องมีแรงกดดันให้พรรคต้องอาศัยมวลชนมากขึ้น ปัญหาก็คือ
หัวหน้าพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงแน่นหนาในจังหวัดต่างๆ
ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในพรรค
นอกเหนือไปจากการมาออกเสียงลงคะแนนเป็นระยะๆ

การมีพรรค "ทางเลือก" เช่น พรรคการเมืองใหม่ที่มีการนำเสนอขึ้น
น่าจะเป็นทางออกที่ดีในเวลาที่พรรคการเมืองดั้งเดิมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
วิธีการทำงานของพรรคการเมืองใหม่
อาจทำให้พรรคแบบดั้งเดิมต้องปรับตัวในที่สุด

การ พัฒนาประชาธิปไตย
ต้องการที่จะมีทั้งโครงสร้างและกระบวนการทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย
เวลานี้เรามีโครงสร้างทางการเมืองที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นประชาธิปไตยแล้ว
ปัญหาอยู่ที่การปรับกระบวนการทางการเมืองเท่านั้น

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000112809

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

.

Waiting....