++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

"เยาวชนต้นกล้าอันดามัน" เมล็ดพันธุ์แห่งการพัฒนาสังคม

.
ต้นไม้จะเติบใหญ่ ยืนยงอยู่อย่างสง่างาม สำคัญที่สุด คือ
"เมล็ดพันธุ์ที่ดี" สังคมก็เช่นกัน จะดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยรากฐานที่มั่นคง
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคนี้ และหลายครั้งที่เรานำ"เมล็ดพันธุ์"
มาเปรียบกับ "เยาวชน" ว่า หากเราบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้วย "ใจ" คอยรดน้ำ
พรวนดิน และดูแลอย่างถูกวิธีแล้ว
เมล็ดพันธุ์นั้นจะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่สวยงาม
แผ่กิ่งก้านให้ความร่มเย็นแก่สังคม พูดง่ายๆ คือ เยาวชนเป็นอนาคตของชาติ

สิ่งที่ว่ามาข้างต้นคงไม่ผิด แต่ปัญหาคือ ใครเป็นคนพูด แล้วใครเป็นคนทำ?

เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ก็เอาแต่พูด
ไม่ค่อยเห็นทำเป็นตัวอย่าง แต่วันนี้
เรามีตัวอย่างต้นกล้าติดทะเลใต้พันธุ์ใหม่มานำเสนอ ซึ่งช่วยยืนยันได้ว่า
นอกจากต้นกล้าที่แข็งแรงจะเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ดีแล้ว
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หรือพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ที่มาของ "ต้นกล้าอันดามัน" ไม้ใหญ่ชนิดอีกหนึ่ง
ที่เกิดจากการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ โดยกลุ่มผู้ใหญ่ใจดี
เครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน (Save Andaman Network :
SAN) การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง และ มูลนิธิสยามกัมมาจล
ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ จากการรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย
และดูแลเอาใจใส่อย่างดีกว่า 4 ปี วันนี้ "เมล็ดพันธุ์"
เหล่านั้นเติบโตเป็น "ต้นกล้า" ที่แข็งแรง คอยช่วยเหลือ และดูแลสังคม

4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชน "ต้นกล้าอันดามัน"
รวมตัวทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งในและนอกระบบการศึกษา
ในพื้นที่ ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง บ้านเกิดของตนเอง

สมรรถ เสลา ประธานชมรมกลุ่มต้นกล้าอันดามัน
สมรรถ เสลา ประธานชมรมกลุ่มต้นกล้าอันดามัน
ศิษย์เก่าวิทยาลัยพละศึกษา จังหวัดตรัง ชายหนุ่มประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป
แต่เมื่อใดที่เข้าร่วมชมรม เขาจะทำทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
จนได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ให้เป็นแกนนำเยาวชน พร้อมทั้ง
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
สมรรถมีทั้งความเป็นผู้นำและความเป็นผู้ตามอยู่ภายในคนๆ เดียวกัน
เป็นแบบอย่างและกำลังใจให้แก่น้องๆ ได้

"แรกๆ ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ เขาไม่ยอมรับการทำกิจกรรมของเรา
เพราะมองว่าเราเป็นเด็กจะทำอะไรได้ แต่พอผลงานปรากฎ
อย่างเช่นเรื่องกิจกรรม "อู่ข้าวชาวเล" เยาวชนปลูกข้าวแล้วได้ผลผลิตดี
ผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนความคิด
และเห็นคุณค่าของการรวมตัวทำกิจกรรมของเยาวชนมากขึ้น การเจอปัญหา
แรงกดดันมากๆ บางครั้งเป็นสิ่งที่ดี เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เรา
"สู้"เพราะอยากพิสูจน์ความสามารถให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเรา "ทำได้"
ทำให้เยาวชนในพื้นที่สามัคคีกันมากขึ้น เพราะ "สามัคคีคือพลัง
นำมาซึ่งความสำเร็จ"

ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เยาวชนต้นกล้าอันดามันจึงลงมือทำกิจกรรมเพาะกล้าโกงกาง
และนำไปปลูกยังป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน
นอกจากนี้ยังจัด ค่ายเยาวชนเพื่อปลูกฝังนิสัยการอนุรักษ์ทะเลและชายฝั่ง
แก่เด็กในชุมชน

"กิจกรรม ไม่ได้มีแค่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเท่านั้น
เรายังต้องการอนุรักษ์วิถีชาวเลด้วย กลางปี 2551 ที่ผ่านมา
เราได้ทำกิจกรรมปลูกข้าวริมชายฝั่งทะเล
ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของคนในพื้นที่คู่กับการประมง" สมรรถ กล่าวถึง
อู่ข้าวชาวเล หนึ่งในกิจกรรมของชมรม

อัสมา ทุ่ยอัน แกนนำรุ่นบุกเบิก
สำหรับแกนนำรุ่นบุกเบิกวัย 20 ปี อย่าง "อัสมา ทุ่ยอัน"
นักศึกษาชั้นปี 1 คณะศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ
วิทยาเขตสงขลา ผู้สนใจงานด้านอนุรักษ์มาตั้งแต่ ป.6
เอ่ยถึงแรงบันดาลใจที่ได้จากสายเลือดผู้เป็นพ่อ
ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่มอนุรักษ์ปลาโลมาบ้านตะเสะ
ต่อต้านอวนรุนอวนลากของนายทุน

" พ่อมักพาไปฟังผู้ใหญ่คุยกัน เรื่องการอนุรักษ์เลยอยู่ในสายเลือด
ทำให้สนใจและอยากเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์
และที่สำคัญเรามองว่าการทำกิจกรรมนี้ต้องมี "ใจถึง" ก่อนเป็นประการแรก
จากนั้นต้องรู้จักปรับตัวเข้ากับเพื่อน ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน
รู้จักการทำงานเป็นทีม อาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะแรกๆ ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ
แต่เมื่อมีผลงานปรากฎก็ได้การยอมรับมากขึ้น " อัสมา บอกด้วยแววตามุ่งมั่น

ปริฉัตร หูเขียว สมาชิกกลุ่ม
เช่นเดียวกับคำบอกเล่าของ "กิฟท์" ปริฉัตร หูเขียว
สาวน้อยนักอนุรักษ์พัฒนาวัย 19 ปี
กำลังศึกษาต่อณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
เอกชีววิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง

" การเข้ามาทำกิจกรรมนี้เพราะ "ใจรัก"
และเมื่อได้ทำกิจกรรมทำให้ได้รู้จักคำว่า "มิตรภาพ" ได้เข้าใจคำว่า
"เสียสละ" และได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า
"สามัคคี"

กิจกรรมที่กลุ่มเยาวชนต้นกล้าอันดามันทำมากว่า 4 ปี
มีส่วนสำคัญที่ทำให้ชุมชนตะเสะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
และทำให้คนในชุมชนทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของ
ทรัพยากรธรรมชาติ มีความ "รัก" และ "หวงแหน" สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตน
ที่สำคัญการทำกิจกรรมร่วมกันยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชน
ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น กิจกรรมนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับชุมชนอย่างเดียว
คนที่ทำก็ได้ประโยชน์ด้วย"

กิตติศักดิ์ กังสพฤติกุล สมาชิกใหม่
ขณะที่ "กิตติศักดิ์ กังสพฤติกุล"
หนุ่มนักอนุรักษ์มือใหม่ตั้งหวังที่จะทำหน้าที่เป็นผู้สอนและคอยชี้แนะการพัฒนาทรัพยากรทางทะเลให้กับเยาวชนและชาวเลต่อไป

" โดยส่วนตัวสนใจด้านทะเลอยู่แล้ว อยากมีความรู้ด้านทะเล
เพื่อนำมาพัฒนาชุมชน และตั้งใจว่า
อนาคตจะทำงานเป็นอาจารย์เผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่งให้แก่เยาวชน เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนชาวเลให้ดีขึ้น"
จากความสนใจดังกล่าวทำให้ กิตติศักดิ์ เลือกเรียนต่อ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
เอกชีววิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง

สุทธิพงศ์ หมาดหลู คณะกรรมการฝ่ายวิชาการ
ทิ้งท้ายด้วย "ซัด" สุทธิพงศ์ หมาดหลู หนุ่มวัย 19 ปี
กำลังศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
เอกชีววิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง
เป็นอีกหนึ่งเยาวชนอีกคนที่มีใจรักทะเล
ยิ่งมาสัมผัสทำงานด้านนี้มากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพัน
ในกลุ่มจะเป็นมือผลิตสื่อ

" ผมจะยกตัวอย่างกิจกรรมที่ประทับใจ
อย่างการทำนาที่แม้เตรียมใจมาแล้ว ว่าต้องเหนื่อยยากลำบากกาย
ทว่าเมื่อมาสัมผัสจริงแล้ว
กลับพบว่าการทำนานั้นยากลำบากกว่าที่คาดคิดไว้มาก ถึงจะลำบาก แต่ก็สนุก
เมื่อเห็นคนในชุมชนรักกัน ทำงานพัฒนาชุมชนร่วมกัน
เกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจ"

พี่เลี้ยงชวนน้องคิดหลังทำกิจกรรม


แสดงละครป้องกันภัยพิบัติ
เยาวชนกลุ่มนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า
กลายเป็น "ต้นกล้า" ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า
"เยาวชนมีพลังที่สามารถขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าได้...

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2552 14:06 น
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000103912

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น