++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ข้าวแต๋นงามน...งาโหย่วสมุนไพรแหล่งแคลเซียมคนไทย เมืองสามหมอก

ข้าวแต๋นงามน...งาโหย่วสมุนไพรแหล่งแคลเซียมคนไทย เมืองสามหมอก', '

ใครไปเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขาว่าเป็นคน "โง่" แต่ถ้าไปแล้ว
และกลับไปอีก เขาว่า "โง่ยิ่งกว่า" คำพูดนี้คงจะใช้กล่าวแทน ภาพรวมของ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ได้แล้ว เพราะเวลานี้ ใครได้ไป "นอนแม่ฮ่องสอนคืน
อายุยืนเป็น หมื่นปี"

คำพูดนี้ สุพจน์ เลาวัณย์ศิริ พ่อเมือง ได้กล่าวไว้
เมื่อครั้งผู้เขียนเดินทางไปเยี่ยม ชมโครงการ อันเนื่อง
มาจากพระราชดำริในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน (ศูนย์ปางตอง, จะได้นำเสนอ
กันในโอกาส ต่อไป) ในโอกาสนี้ท่านได้ประชาสัมพันธ์จุดขายของ
จังหวัดไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะ "ผลิตภัณฑ์จากงา"
ที่บรรจุอยู่ในสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของจังหวัด

ท่านคุยว่างาที่นี่เป็นงาบริสุทธิ์ ปราศจากการใช้สารเคมีใดๆ
ผลิตภัณฑ์จากงาได้รับความ นิยมมาก ไม่เฉพาะคนไทย ชาวต่างชาติ
ที่มาเที่ยวก็มักซื้อหากลับไปเสมอๆ เพราะทราบกันดีว่า "งา"
เป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วยวิตามินบีเกือบทุกชนิด
(ขาดวิตามินบี 12 เท่านั้น) กลุ่มวิตามินบีเหล่านี้ช่วยบำรุงประสาท เช่น
อาการนอนไม่หลับ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหน็บชา ปวดเส้นตามแขนขา ฯลฯ

อาการเหล่านี้เมื่อรับประทานงาเป็นประจำจะช่วยให้หายได้
หรือแม้แต่คนที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก็จะช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้
สมองปลอดโปร่งแจ่มใส ความจำดีขึ้นได้

นอกจากนี้ "งา" ยังเป็นแหล่งโปรตีนและแร่ธาตุมากมาย
ที่สำคัญคือธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ธาตุไอโอดีนป้องกันโรคคอพอก
ธาตุสังกะสีบำรุงผิวหนัง แคลเซียมและฟอสฟอรัสบำรุงกระดูก และฟัน
ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขระบุว่างาม ีแคลเซียม มากกว่าพืชผัก 40 เท่า
มีฟอสฟอรัส มากกว่าพืชผัก 20 เท่า ธาตุ 2 นี้สำคัญในการเสริมสร้างกระดูก
(ควรให้เด็กๆ กินงา กระดูก จะได้แข็งแรง เจริญเติบโตสูงใหญ่
ส่วนสตรีวัยทองที่บกพร่อง ฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็ควร รับประทาน
ป้องกันโรคกระดูกพรุน) ด้วยอุดมไปด้วยคุณค่า ทางโภชนาการ กอปรกับกระแส
รักสุขภาพของผู้คน ในปัจจุบัน ทำให้ผลิตภัณฑ์จาก งาขายดิบขายดี
ไม่เพียงเฉพาะ "น้ำมันงา" ที่มีมาเนิ่นนาน (ใช้ประกอบอาหาร,
แก้ผิวแตกแห้ง ผมแตกปลาย ปวดตามข้อ) เท่านั้น "งาโหย่วสมุนไพร" (งากวน)
และ "ข้าวแต๋นงามน" ของกลุ่มแม่บ้านตำบลจองคำ ดูจะเป็นอีก
หนทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับงาได้

ความเอร็ดอร่อยที่หาซื้อไม่ได้ทุกคน (เพราะมีบางคนกว้านซื้อจนเกลี้ยง)
จึงอดขอสูตรมาฝาก กันไม่ได้ โดยเฉพาะ "ข้าวแต๋นงามน" ที่ พันธิพา
ปิติวุฒิ ประธานกลุ่มแม่บ้านตำบลจองคำ บอกว่าทำไม่ยาก เริ่มจากการนำ
เมล็ดงาม ที่เลือก กรวดทราย และสิ่งสกปรก ออกนำ มาล้าง ให้สะอาด
แล้วนำไปคั่วจนสุก (สังเกตจากกลิ่นหอม หรือชิมดูจะกรอบมัน)
จากนั้นจึงมาทำข้าว พองซึ่งใช้ข้าวกล้อง นำมากะเทาะ เปลือกออกแล้ว
นำมาคั่วกับ ทรายจนพอง แล้วจึงนำไปร่อน ทรายออก

เมื่อเตรียมเครื่องปรุงพร้อมแล้ว ให้นำน้ำอ้อย น้ำผึ้ง
(กะพอประมาณเพื่อให้งา และข้าวพอง เกาะกัน) ใส่เกลือเล็กน้อยลงกระทะ
กวนพอเหนียว แล้วจึงนำเมล็ดงา และข้าวพองใส่ อัตราส่วน คร่าวๆ งา 1.5
ลิตร ต่อข้าวพอง 0.5 ลิตร กวนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำใส่บล็อก
เวลานี้กลุ่มฯ มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากงาถึง 7 รสชาติ ได้แก่ งากระเทียม
งาน้ำผึ้ง งาขิง ตะไคร้ มะกรูด งาโบ๋ และข้าวแต๋นงามน
โดยขายดีเกือบทุกรสชาติ สร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิก เป็นกอบเป็นกำ

นับเป็นอีกผลงานหนึ่งที่ชาวบ้านได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจังจาก
สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ ตลอดจนโครงการเกษตรที่สูงและศูนย์ศิลปาชีพ
จนมีวันนี้วันที่ พวกเขาได้ลืมตาอ้าปาก.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น