++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

เสียงสะท้อนจากเหยื่อ 7 ตุลาฯ 1 ปีที่รอคอยความเป็นธรรม

เสียงสะท้อนจากเหยื่อ 7 ตุลาฯ 1 ปีที่รอคอยความเป็นธรรม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2552 23:20 น.


หลังจากการชุมนุมอันยืดเยื้อยาวนานของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลภายใต้การนำของระบอบทักษิณ ในช่วงปี 2551
จนกระทั่งสถานการณ์สุกงอม และพันธมิตรฯ
ตัดสินใจปิดล้อมอาคารรัฐสภาเพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย
วงศ์สวัสดิ์ ในวันที่ 7 ต.ค.2551 โดยไม่มีใครคาดคิดว่านายกฯ สมชาย
และคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้จะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมถึงขนาดสั่งการให้เจ้า
หน้าที่ตำรวจใช้อาวุธสงครามยิงถล่มและเข่นฆ่าประชาชนเพื่อสลายการชุมนุม
โดยมี พล.ต.อ.พัชวาท วงษ์สุวรรณ บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เป็นผู้รับบัญชาและสั่งการไปยังนายตำรวจระดับปฏิบัติการ
ซึ่งจากคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมเสียชีวิต
บาดเจ็บและพิการ เป็นจำนวนถึง 400 กว่าคน

ซึ่งล่าสุด คณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดนักการเมืองและนายตำรวจทีมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์
ดังกล่าว รวม 4 คน คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว
อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์
โดยมีความผิดวินัยร้ายแรง ต้องออกจากราชการ
และมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

คำตัดสินดังกล่าวเป็นเหมือนแสงสว่างแห่งความยุติธรรมที่ถูกจุดขึ้น
ท่ามกลางความมืดมิดในสังคม
ซึ่งได้สร้างความหวังและกำลังใจให้แก่บรรดาเหยื่อ 7 ต.ค.
ที่ต่างต้องทนทุกข์กับบาดแผลในใจมานานเกือบ 1 ปีเต็ม

แม่น้องโบว์ กับ 1 ปีที่ทนทรมาน

นางวิชุดา ระดับปัญญาวุฒิ มารดาของ 'น้องโบว์' น.ส.อังคนา
ระดับปัญญาวุฒิ ซึ่งเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค.
แสดงความเห็นถึงผลการตัดสินของ ป.ป.ช.ในคดีดังกล่าว ว่า

"ตอนนี้ก็รู้สึกพอใจระดับหนึ่ง
เพราะนักการเมืองและนายตำรวจเหล่านี้ร่วมกันทำลายชีวิตประชาชน
ที่ผ่านมาเราต้องรอผลการตัดสินนานถึง 1 ปี
ทั้งที่น้องโบว์เสียชีวิตจาการออกไปร่วมชุมนุมเพื่อปกป้องประเทศชาติ
มันทรมานจิตใจมาก (เสียงสะอื้น) ชีวิตประชาชนไม่มีความหมายหรืออย่างไร
ทำไมการพิจารณาคดีถึงล่าช้าขนาดนี้
คนที่บาดเจ็บพิการเขาก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับการรอคอยผลการตัดสินในคดีนี้ซึ่ง
ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร ต่อจากนี้ก็จะรอดูว่า
อัยการจะพิจารณาส่งฟ้องศาลหรือไม่
นายกรัฐมนตรีจะนำความเป็นธรรมกลับคืนสู่สังคมได้จริงไหม

ถ้าสุดท้ายอัยการส่งฟ้องศาลและศาลตัดสินว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิด
ก็อาจจะช่วยลบบาดแผลในใจออกไปได้บ้าง
แต่ก็ต้องถามต่อไปว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสั่งการของบุคคลเหล่านี้
ใครจะรับผิดชอบ ประชาชนที่เสียชีวิตจากยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม
ประชาชนที่บาดเจ็บพิการและทำมาหากินไม่ได้ใครจะช่วยเหลือดูแลและชดเชยในสิ่ง
ที่เขาสูญเสีย น้องโบว์ต้องมาตายในขณะที่เขาเรียนจบแล้ว
สามารถทำงานหาเลี้ยงพ่อแม่ได้ สารวัตรจ๊าบ (พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี
เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.2551) ที่เสียชีวิต
ลูก-เมียเขาจะทำอย่างไร
คิดว่าศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องให้ความความเป็นธรรมและชดเชยสิ่ง
ที่ผู้ชุมนุมและญาติพี่น้องของเขาสูญเสียไปด้วย"

นางวิชุดา
บอกว่าที่ผ่านมาเธอรู้สึกเจ็บปวดที่ประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้การบริหารงาน
ของรัฐบาลระบอบทักษิณซึ่งนอกจากจะเต็มไปด้วยการฉ้อฉลและทุจริตคอร์รัปชั่น
แล้ว ยังมีจิตใจที่โหดเหี้ยม ทำลายได้กระทั่งประชาชนสองมือเปล่า

"มันเจ็บปวดมากที่เราเกิดมาในยุคที่มีรัฐบาลอำมหิตโหดร้ายขนาดนี้
เขาสั่งให้ยิงประชาชนที่มาชุมนุมหน้ารัฐสภา
ทั้งที่เราชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ
ที่ผ่านมาเราเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลคอร์รัปชั่นลาออก
แต่เราไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยทำลายสถานที่ราชการ
ไม่เหมือนกับพวกเสื้อแดงที่เอาน้ำมันมาราดแล้วจุดไฟเผารถเมล์
แม้แต่น้องโบว์ที่เสียชีวิตเพราะคำสั่งฆ่าของเขา
ตำรวจที่ดูแลคดีนี้ก็ยังมาใส่ร้ายหาว่าน้องโบว์พกระเบิดมาเองเพื่อสร้าง
สถานการณ์"

แม้จะต้องพบเจอกับความโหดร้ายและต้องเสียลูกสาวไปในการชุมนุมกู้ชาติ
แต่วิชุดาก็ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ของประชาชนผู้รักชาติต่อไปไม่
ว่าจะมีอันตรายอะไรอยู่เบื้องหน้า

"ถึงวันนี้เราจะสูญเสียลูกสาวไป แต่ดิฉันและสามี (นายจินดา
ระดับปัญญาวุฒิ)ก็ยังยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติต่อไป
เพราะถ้าเราไม่สู้ การเสียชีวิตของน้องโบว์ก็คงจะสูญเปล่า
เราจะสู้เท่าที่ประชาชนสองมือเปล่าจะทำได้ แต่ก็อยากฝากถึงผู้มีอำนาจ
ฝากถึงรัฐบาลและท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ว่าถ้ารัฐบาลกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ทำเพื่อลูกหลานในอนาคต ประชาชนก็จะออกมาปกป้องท่าน
แต่ถ้าท่านเห็นแก่พวกพ้องและทำให้บ้านเมืองเสียหายประชาชนก็จะเป็นคนล้มท่าน
เหมือนกัน"

'เจ๊ก ธัญญา' วันนี้ที่รอคอย

ด้าน 'เจ๊ก'ธัญญา กุลแก้ว
พันธมิตรชุมพรที่ต้องสูญเสียขาข้างซ้ายจากการสลายการชุมนุม 7 ต.ค. บอกว่า
เขารอวันนี้มานานแล้ว
รอวันที่มีผู้มีอำนาจที่สั่งฆ่าประชาชนจะได้รับผลแห่งกรรมที่ได้กระทำไว้
ตอนนี้พันธมิตรฯเริ่มที่จะเห็นแสงสว่างบ้างแล้ว
หลังจากที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมทุกรูปแบบ

"ผมรอวันนี้มานานมาก ตั้งแต่ลูกยิงด้วยระเบิดจนขาขาด
ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนานถึง 9 เดือน แต่ที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบหน้าเลย
วันนี้ ป.ป.ช.ตัดสินชี้มูลความผิดนักการเมืองและนายตำรวจที่สั่งยิงประชาชนเราก็มี
ความหวังขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยความยุติธรรมก็ยังมีในโลก
หลังจากนี้เชื่อว่าพันธมิตรที่บาดเจ็บล้มตายจะรับความยุติธรรม
และโทษที่คนพวกนี้ได้รับก็ถือว่าสามกับความผิดแล้ว
ตอนนี้เราก็มั่นใจว่าคดี 7 ตุลาฯ คงไม่เป็นมวยล้ม

จริงๆ แล้วผมก็อยากให้มีการฟ้องเรียกค่าชดเชยให้แก่คนที่บาดเจ็บ
พิการ หรือเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 7 ตุลาฯด้วย
เพราะถือว่าตรงนี้เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่เราควรได้รับ
อย่างตัวผมถึงสุขภาพตอนนี้จะดีขึ้นมากแต่ยังทำมาหากินไม่ได้ คือกำลังใจดี
สภาพร่างกายก็ดีขึ้น ตอนนี้ใส่ขาเทียมแล้ว กำลังฝึกเดินอยู่
แต่ยังไม่คล่องเท่าไร ก็เลยยังทำงานอะไรไม่ได้
ต้องอาศัยทางบ้านเลี้ยงดูอยู่ "

ธัญญา ยังได้พูดถึงการต่อสู้ทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
หลังคำตัดสินสินในคดี 7 ต.ค.ว่า
พันธมิตรจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ต่อไปเพื่อขจัดปัญหา
คอร์รัปชั่นและป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาฉกฉวยทรัพยากรที่ควรเป็น
ของประคนไทยทั้งประเทศไปเป็นของตัวเองหรือพวกพ้อง

"ผมอยากให้พันธมิตรเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ให้สำเร็จ
เพราะไม่เช่นนั้นเราก็แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มันมีมาทุกยุคทุกสมัย
ไม่ได้เสียที ถ้าถามผม ผมก็พร้อมจะเดินหน้าสู้ไปพันธมิตรฯ
เพราะขาก็เสียไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว" เจ๊ก
กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น

'ตี๋ ชิงชัย' ขอให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

ขณะที่ ตี๋ - ชิงชัย เจริญอุดมกิจ
ศิลปินอิสระและสมาชิกเครือข่ายศิลปินกู้ชาติ
ซึ่งต้องเสียแขนข้างขวาที่ใช้ในการสร้างงานศิลปะไปกับการสลายการชุมนุมเมื่อ
วันที่ 7 ต.ค. แสดงทัศนะในเรื่องนี้ว่า คำตัดสินของ
ป.ป..ช.ครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับพันธมิตรฯทุกคน
และเขาก็หวังว่าจะมีการดำเนินคดีนี้อย่างถึงที่สุด
เพื่อให้สังคมเห็นว่าไม่ว่าบุคคลคนนั้นจะมีอำนาจมากมายขนาดไหน
แต่เมื่อเขาใช้อำนาจโดยมิชอบสั่งฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยมเขาก็ต้องรับโทษ
ตามกฎหมาย

"วันนี้ถือว่าเป็นข่าวดีนะครับ
เป็นความถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม
ส่วนตัวผมให้อภัยนายตำรวจชั้นผู้น้อยเพราะถือว่าเขาถูกสั่งมา
แต่ในส่วนของระดับสั่งการผมเห็นว่าควรได้รับโทษตามความผิดที่เขาได้ทำไว้
ซึ่งผมก็หวังว่าคงจะมีการดำเนินคดีกับนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยว
ข้องอย่างถึงที่สุด
และก็ขอบอกว่าถ้าผลสรุปของคดีมันไม่ถูกต้องและเป็นธรรม
พี่น้องพันธมิตรเราคงไม่ยอมแน่
ถ้าผู้มีอำนาจทำในสิ่งที่ถูกต้องเราก็พร้อมจะมอบดอกไม้แสดงความชื่นชม
แต่ถ้ามันไม่มันถูกต้องเราก็พร้อมจะมอบก้อนอิฐให้เช่นกัน

ที่ผ่านมาถึงการพิจารณาคดีจะล่าช้า
แต่ผลที่ออกมาเราได้รับความเป็นธรรมก็ถือว่าดีกว่าเร็วแต่เป็นมวยล้ม
ต่อจากนี้ก็คงต้องรอดูว่าอัยการจะส่งฟ้องหรือไม่ และศาลจะตัดสินอย่างไร
ซึ่งถ้าสุดท้ายศาลตัดสินว่านักการเมืองและนายตำรวจเหล่านี้มีความผิดมันก็จะ
เป็นกำลังใจให้เราทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป
และถือว่าสิ่งที่เราสูญเสียไปนั้นมันคุ้มค่า"

ตี๋ ได้พูดถึงสุขภาพและการดำเนินชีวิตในวันนี้ของเขาว่า
แม้จะสูญเสียแขนขวาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่เขาใช้ในการวาดรูปขายเพื่อนำราย
ได้มาเลี้ยงครอบครัว แต่เขาก็ไม่ท้อถอย
โดยนอกจากจะหัดวาดภาพด้วยมือซ้ายแล้ว
ตอนนี้เขายังฝึกวาดภาพด้วยแขนขวาที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวอีกด้วย

"สุขภาพตอนนี้ก็แข็งแรงดีครับ ทั้งสุภาพกาย สุขภาพใจ (ยิ้ม)
ผมวาดภาพด้วยมือซ้ายได้แล้ว
และตอนนี้ก็กำลังจะสร้างความมหัศจรรย์ด้วยมือขวา คือพี่วสันต์ (วสันต์
สิทธิเขตต์)แกแนะนำให้ผมลองใช้มือขวาวาดภาพ
โดยให้เอาพู่กันพันเทปกาวติดกับมือขวาไว้แล้วลองวาดดู ผมก็ทำตาม
ปรากฏว่าผมยังสามารถบังคับมือขวาให้วาดรูปได้ (ยิ้ม ตาเป็นประกาย)
ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะโชว์วาดรูปด้วยมือทั้งสองข้าง
เชื่อว่างานนี้จะช่วยสร้างกำลังให้ใครอีกหลายๆ คนที่กำลังท้อแท้อยู่" ตี๋
กล่าวตบท้ายถึงสิ่งที่เขาตั้งใจไว้

ทนาย พธม.เดินหน้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย

แม้ในส่วนของ ป.ป.ช.จะทำได้เพียงชี้มูลความผิดในคดีสลายการชุมนุม
7 ต.ค.เฉพาะในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น
แต่ทีมทนายพันธมิตรฯก็หาได้เพิกเฉยต่อความสูญเสียของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ
ในวันที่ 7 ต.ค. โดย นายสุวัตร อภัยภักดิ์
ทนายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า
ขณะนี้เขาเตรียมที่จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนักการเมืองและข้าราชการที่
มีส่วนข้องในการสลายการชุมนุมดังกล่าว
เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลให้มีผู้พิการและบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

"การตัดสินของ ป.ป.ช.ในวันนี้นั้นถือเป็นคำตัดสินใจในคดีอาญา
คือชี้มูลความผิดว่านักการเมืองและนายตำรวจที่มีส่วนในการสั่งสลายการชุมนุม
มีความผิดวินัยร้ายแรง ต้องถูกปลดออกจากราชการ และต้องได้รับโทษจำคุก
1-10 ปี แต่ในส่วนของการชดใช้ความเสียหายต่อร่างกายและชีวิตของผู้ชุมนุมซึ่งถือความ
ผิดทางแพ่งนั้นไม่ได้อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา
ดังนั้นทางทนายพันธมิตรจึงจะยื่นฟ้องในเรื่องนี้เอง
โดยจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ภายในวันที่ 7 ต.ค.นี้

ซึ่งบุคคลที่เราจะยื่นฟ้องนั้นจะมีมากกว่าที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด
ทั้งในระดับสั่งการและระดับปฏิบัติการ
คือเราจะฟ้องหมดทุกคนที่มีหลักฐานสาวไปถึง ฟ้องคนที่สั่งการด้วย
ตำรวจที่ยิงและขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุมด้วย
ขณะนี้เรากำลังประเมินมูลค่าความเสียหาย ซึ่งแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผล ผู้ที่พิการ
หรือเสียชีวิตก็สมควรที่จะได้รับเงินชดเชยที่มากกว่าผู้ที่บาดเจ็บ
และนอกจากนั้นก็จะยื่นฟ้องในคดีอาญากับนักการเมืองและข้าราชการตำรวจอีก
จำนวนหนึ่ง ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูลความผิดด้วย"

ทนายสุวัตร ชี้แจงว่า เหตุที่ทางทนายพันธมิตรฯ
เห็นควรว่าต้องยื่นฟ้องนายตำรวจระดับปฏิบัติการด้วยก็เพราะเห็นว่านายตำรวจ
เหล่านี้รู้ดีอยู่แล้วว่าคำสั่งที่ให้ใช้อาวุธร้ายแรงในการสลายการชุมนุม
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 นั้นเป็นคำสั่งที่มิชอบ
แต่นายตำรวจเหล่านี้ก็ยังยินดีทีจะปฏิบัติตาม ทั้งๆ
ที่รู้ว่าตนกำลังทำร้ายและเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์

"เราจะฟ้องกราวรูด
คือฟ้องตั้งแต่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นคนสั่งการ
จนถึงตำรวจที่ตั้งแถวยิงประชาชน
โดยจะฟ้องในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
เพราะตำรวจพวกนี้เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าคำสั่งที่เขาได้รับเป็นคำสั่งที่มิ
ชอบ การชุมนุมครั้งนี้ไม่มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ
และก็เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ
ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ตำรวจจะสลายการชุมนุม
ที่สำคัญเขารู้ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วว่าอาวุธที่เขาใช้ทำให้คนบาดเจ็บถึงขนาด
เท้าขาด แต่ตำรวจพวกนี้ก็ยังสาดกระสุนใส่ประชาชนตั้งแต่เช้ายันดึก
ซึ่งก็ต้องถามว่าถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งให้คุณไปปล้นธนาคาร คุณจะไปไหม
แต่นี่มันยิงกว่าการปล้น เพราะเขาสั่งให้ฆ่าประชาชน มันชัดเจนว่ามันผิด
มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่คุณก็ยังยินดีทำตามคำสั่ง
เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องมีความผิดด้วย

นับแต่นี้คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ว คดี 7 ต.ค.จะจบลงเช่นไร
อัยการจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ศาลจะตัดสินอย่างไร
และประชาชนผู้รักชาติจะได้รับความเป็นธรรมอย่างที่คาดหวังหรือไม่
เพราะนี่จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้
เลือกที่จะอยู่ข้าง 'คนดี' หรือ 'คนที่มีอำนาจ'

////////////////

เรื่อง - จินดาวรรณ สิ่งคงสิน

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000103690

7ตุลา อีกหน้าหนึ่งในประวัติศาตร์ของชาติไทย
เป็นเส้นทางที่พันธมิตรประชาชนได้ร่วมกันถากถาง
ต่อยอดประชาธิปไตยที่วีรชนในอดีตได้เสียสละทำเอาไว้
พวกเราพันธมิตรได้เสริมสร้างแนวทางอหิงสา
อดทนอดกลั้นต่อความรุนแรงที่ฝ่ายอธรรมกระเหิ้ยนกระหือรือ
หยิบยื่นให้อย่างป่าเถื่อนไร้สำนึก
ยอมสละชีวิตและอวัยวะเข้าแลกเพื่อให้แผ่นดินนี้ เป็น
แผ่นดินธรรมโดยแท้จริง
ผู้อยู่ในเหตุการณ์


7ตุลา อีกหน้าหนึ่งในประวัติศาตร์ของชาติไทย
เป็นเส้นทางที่พันธมิตรประชาชนได้ร่วมกันถากถาง
ต่อยอดประชาธิปไตยที่วีรชนในอดีตได้เสียสละทำเอาไว้
พวกเราพันธมิตรได้เสริมสร้างแนวทางอหิงสา
อดทนอดกลั้นต่อความรุนแรงที่ฝ่ายอธรรมกระเหิ้ยนกระหือรือ
หยิบยื่นให้อย่างป่าเถื่อนไร้สำนึก
ยอมสละชีวิตและอวัยวะเข้าแลกเพื่อให้แผ่นดินนี้ เป็น
แผ่นดินธรรมโดยแท้จริง
ผู้อยู่ในเหตุการณ์


นี่คือความยุติธรรมที่พันธมิตรควรจะได้รับนานแล้ว
และขอให้ผู้กล้าที่ได้สละชีวิตในวันที่ 7 ตุลา 51 ให้หลับอย่างมีความสุข
และผู้ที่บาดเจ็บขอให้มีกำลังใจสู้ต่อไป
ขอเป็นกําลังใจและระลึกถึงพี่น้องพันธมิตรที่เสียสละตลอดไป
คนที่ผิดก็ขอให้ได้รับโทษอย่างสาสมที่สุด เช่น นช.แม้ว
ถึงแม้ว่าโทษทางกฎหมายจะทำอะไรมันไม่ได้ก็ขอให้มันอย่าได้กลับมาประเทศนี้
อีก จะไปตายที่ไหนก็ไป ส่วนฟรีทีวีก็ขอให้มีสำนึกในการนำเสนอข่าวด้วย
(แต่ก็ช่างเถอะเพราะว่าไม่ได้ดูมานานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
และไม่คิดกลับไปดูด้วย)
รักพันธมิตรเสมอ
ผึ้ง-เอ็มไพร์
umalaiwong@kpmg.co.th


มาถึงแล้ว 7 ตุลา ที่ช้านาน
คือวันวาน คือวันขม ที่ถมทับ
วันที่ครอบ ครัวเรา คอยเฝ้า จับ-
ตา มองกับ เรื่องฟ้อง ถึงจองจำ
เรายังหวัง ความที่เหลือ เพื่อสิ่งถูก
สร้างไว้ให้ ลูกหลาน ได้ขานซ้ำ
เป็นบันทึก ประวัติศาตร์ ชาติจดจำ
ว่าใครทำ ชั่วไว้ ต้องใช้คืน ต้องใช้คืน ต้องใช้คืน
ดาบหนึ่ง คืนสนอง
ดาบสอง ต้องประจาร
ดาบสาม ประจารมาร
ดาบสี่ครบ ศพฝังดิน
tee-chingchai@hotmail

กล้า และกล้าบอกด้วยว่านอกจากคุณจะโง่ทื่อราวกับสันขวาน (ไม่ใช่ควาย
เพราะควายฉลาดกว่า)
คุณยังมีจิตใจต่ำทรามพอจะข่มขู่คนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณด้วย
คุณต่างหากที่เป็นอย่างที่คุณพูดมา ไม่ลืมหูลืมตา พธม ไม่ได้คิดว่าตัวเองดีกว่าใคร
และยินดีตอบคำถาม อธิบายสิ่งต่างๆ
ให้บุคคลที่ยังมีสมองและศีลธรรมพอจะอยากรู้ความจริง
ยินดีถกประเด็นเพื่อสร้างปัญญา
แต่ พธม เลิกยินดีจะอธิบายอะไรใดๆ ให้ไอ้สันขวานอย่างคุณฟังแล้ว
เพราะคุณเป็นพวกบัวใต้ตม แล้วยังโดนหินทับด้วย โลภะ โทสะ โมหะ ครบไฟทั้งสามกอง
เหลือกำลังจะช่วยเหลือ
เก็บความเคียดแค้นต่ำๆ ของคุณไว้เถอะ วิญญาณบรรพบุรุษจะได้ไม่ต้องเรียกคุณว่า
ไอ้ลูกหลานจังไร


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

งาน นี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการ ปปช.
การพิจารณาคดีมาจนถึงการชี้มูลความผิดนี้
อาจจะช้าหน่อยในความเห็นของเราซึ่งเป็นผู้เสียหาย
แต่หากเราได้ฟังคำชี้แจงของ ปปช. โดยละเอียด จะเห็นได้ว่ามีความรอบคอบ
รัดกุม และปิดช่องโหว่วอันอาจจะถูกนำมาเป้นข้ออ้างในการสู้คดีของอีกฝ่ายได้
เราจึงได้เห็นว่า คดีที่ผ่านมือของ ปปช. และ คตส. เกือบจะทั้งหมด
ศาลได้ตัดสินเป็นความผิดทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
ของจำเลยมาหักล้างได้เลย

ซึ่งทางตำรวจและนักการเมืองก็คงรู้ชัดถึง จุดนี้ดี
ถึงได้มีความพยายามที่จะแตะถ่วงกระบวนการพิจารณาของ ปปช.
อย่างสุดความสามารถ เนื่องด้วยคงรู้อยู่แก่ใจว่า หากผ่านการพิจารณาคดีของ
ปปช. แล้ว

"กรูคงไม่พ้นคุก เพราะความผิดของกรูมันชัดเจนเหลือเกิน"

และ ขอคาราวะจิตใจอัมเข้มแข็งของพันธมิตรผู้เสียหาย
ความเข็มแข็งของจิตใจที่ไม่ท้อแท้
ความเด็ดเดี่ยวและความมั่นคงในหัวใจที่สู้ไม่ถอย
จิตใจเช่นนี้คือจิตใจที่ควรได้รับคำขอบคุณ "จากรัฐและประชาชนทั่วไป"
เพราะเป็นจิตใจที่มิได้เป้นไปเพื่อตนเอง
แต่เป็นไปเพื่อชาติและบ้านเมืองเป็นหลัก

และคุณตำรวจและนักการเมืองที่ออกมาโวยวายว่าแก๊สน้ำตาไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายตามที่พันธมิตรกล่าวอ้าง
"เอาแม่ เอาลูกสาว หรือเอาเมีย"
ของคุณมาเป็นเป้าแล้วให้เราลองยิงแสน้ำตานี้ใส่คุณบ้างเอามั๊ย กล้ามั๊ยละ
!!!
กล้าเดินหน้า กล้าลุย กล้าสู้
ทั้งที่รู้ว่าทางข้างหน้าอันตรายเหมือนที่เราสู้มั๊ย !!!
ป้าเนียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น