++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

ดำหนามลงยอดมะพร้าวใช้แตนเบียนปราบตามระบบ ชีววิธี

ดำหนามลงยอดมะพร้าวใช้แตนเบียนปราบตามระบบ ชีววิธี ', '

เมื่อต้นปี......เกิดความหายนะ กับสวน มะพร้าวในพื้นที่หลาย จังหวัดทาง
ภาคใต้ สร้างความ เสียหายกับพืชเศรษฐกิจตัวอย่าง มาก

ลักษณะที่เกิดขึ้นนั้น ในตอนแรก คิดว่า เป็น "โรคหัวหงอก" เนื่อง
จากยอดและ ใบอ่อนมะพร้าว หดสั้น ไม่คลี่ออก แล้วเปลี่ยนเป็น
สีขาว...และตายนึ่ง ในที่สุด

หลังจากที่ กรมวิชาการเกษตร ได้รับรายงาน จึงได้
ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพืชที่ได้รับ ความเสียหาย
ในขั้นแรกเข้าใจว่าเป็นแมลงดำหนาม (Plesispa reichei Chapuis)
อันเป็นชนิดเดิมที่เคยระบาด
แต่นั่นมันจะเข้าทำลายเฉพาะต้นที่ยังเล็กเท่านั้น ไม่เคยเข้า
ทำลายต้นที่ให้ผลผลิตแล้ว.....ข้อมูลขั้นพื้นฐานจึงไม่กระจ่าง

ทาง สำนักวิจัยพัฒนาอารักขาพืช
กรมวิชาการเกษตรจึงได้ประสานขอความร่วมมือกับทาง องค์กรอาหารและ
เกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เพื่อทำการศึกษาการระบาดของแมลง ตัวนี้
จึงได้ข้อมูลว่ามันคือ แมลงดำหนาม เช่นกัน แต่มันเป็นชนิดใหม่มีชื่อว่า
Brontispa longissima Gestro มีลำตัวสีดำขนาดความยาว 10 มิลลิเมตรกว้าง
2.5 มิลลิเมตร ปีกหลังสีดำ ปีกหน้าสีส้ม

ตัวเต็มวัยอายุประมาณ 3 เดือน ตัวเมียจะ วางไข่ได้ถึง 100
ฟองบนทางมะพร้าว อ่อน หลังจากฟักตัวเป็นหนอนแล้วจะกัด กินใบอยู่ราว 5
สัปดาห์ แล้วเข้าดักแด้ ประมาณ 5 วัน จึงจะออกเป็นตัวอ่อน

ซึ่งมักจะพบแมลงดำหนามชนิดใหม่นี้มาก ในช่วงเดือน ธันวาคมถึงมกราคมในช่วง
กลางวันจะไม่ค่อยว่องไว ผิดกับช่วง กลางคืนจะบินไปหาอาหารอย่าง
คล่องแคล่ว... และบินไปได้ไกลหลาย ร้อยเมตร

นายศุภชัย แก้วมีชัย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช
บอกว่า...แมลงดำหนาม ชนิดใหม่นี้ ได้ระบาดขึ้นทั่วออสเตรเลีย เมื่อปี
1979 จากนั้นจึงได้แพร่หลายไปสู่ประเทศต่างๆ ในแปซิฟิก เช่น ซามัวตาฮิติ
นิวคาริโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน และวาตัวนู

และเมื่อเร็วๆนี้ มันได้แพร่ขยายพันธุ์เข้าสู่ หมู่เกาะมัลดีฟ
สาธารณรัฐนัวรู สิงคโปร์ และ เวียดนาม จากนั้นก็มาถึงเมืองไทย
(สันนิษฐานว่า ที่มาระบาดเมืองไทยคงเป็นหนอนติดมากับ
ต้นปาล์มประดับที่นำเข้าจากประเทศ ที่มีการระบาดของแมลงหนามดำ)

การวิจัยเพื่อที่จะ ควบคุมประชากรแมลงดำหนาม
ไม่ให้ระบาดนั้นค่อนข้างที่จะยาก เนื่องจาก
ว่ามันไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในบ้านเรา
โดยเฉพาะในด้านชีววิธีที่ใช้สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตเข้ามาควบคุม
ตามระบบธรรมชาติ
จึงจะต้องเฟ้นหาแมลงที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำลายแมลงดำ หนาม....
โดยที่สภาพแวดล้อม ไม่ได้รับผลกระทบ

ก็พบว่า แตนเบียน Asecodes hispinarum อันเป็นแมลงพันธุ์หนึ่งที่
มีประสิทธิภาพในการควบคุม แมลงดำหนาม ซึ่งได้ใช้กันบางประเทศ และได้รับ
ความสำเร็จมาแล้วอย่างเช่น เวียดนาม

ในขณะนี้ทาง สำนักวิจัยพัฒนาอารักขาพืช ได้ทำการผลิต
และขยายพันธุ์แตนเบียนใน ห้องปฏิบัติการ ที่มีการควบคุมได้ก่อน
ตามมาตรฐาน ความปลอดภัยทาง ชีววิทยา (Bio-safety) ก่อนในเบื้องต้น
จากนั้นจึงจะมอบหมายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ การระบาด
ของแมลงดำหนาม เพื่อดำเนินการต่อไป

แต่ในขณะที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ทางชีววิธีควบคุมประชากร แมลงดำหนาม
เพื่อที่จะไม่ให้มัน ระบาดมากกว่านี้ จึงแนะนำ
วิธีการใช้สารเคมีในการป้องกัน และ กำจัด ด้วย เซฟวิน ฉีดพ่น

และ ก่อนฉีดพ่น ต้องสำรวจใบอ่อนของต้นมะพร้าวหรือปาล์มและฉีดใบเพื่อให้สารเคมี
ได้สัมผัสกับ หนอนโดยตรง

หากเกษตรกรพบปัญหานี้เกิดขึ้นกับสวนมะพร้าวหรือปาล์ม
ติดต่อขอข้อมูลเพื่อกำจัดได้ที่ สำนักวิจัยพัฒนาอารักขาพืช
กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กทม. 10900 หรือ โทร. 0-2579-8540
ได้ทุกวันในเวลาราชการ.

ปัญญา เจริญวงศ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น