++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2549

แพทย์ชี้ทารกไม่ต้องมีหัวนมดูดอาจไปก่ออันตรายให้เด็กเสียเอง

ผศ.น.พ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เด็กทารกไม่มีความจำเป็นต้องใช้หัวนมดูดเล่น หากต้องใช้ให้เลือกแบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย่าใช้หัวนมดูดเล่นที่มี รอยขาดระหว่างหัวนมกับฐาน ฐานหัวนมดูดเล่นต้องใหญ่พอที่เด็กไม่สามารถอมได้ทั้งอัน

อย่าใช้สายต่อจากหัวนมเพื่อคล้องคอเด็ก เพราะอาจทำให้เกิดการรัดคอและขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ผศ.น.พ.อดิศักดิ์กล่าวและเตือนให้พ่อแม่ระวังการใช้เตียงเด็กหรือเปล ควรเลือกเปลที่ช่องซี่ราวห่างกันไม่เกิน 6 เซนติเมตร ป้องกันการลอดตกของลำตัวและศีรษะ มุมเสาทั้ง 4 ด้านไม่มีส่วนยื่นเกินกว่า 1.5 เซนติเมตร ป้องกันการแขวนรัดคอจากเสื้อผ้าเกี่ยวติดกับส่วนยื่นมุมเสา เบาะที่นอนพอดีกับเตียง ป้องกันการติดค้างของศีรษะกับช่องว่าง หากพบเห็นการบาดเจ็บรุนแรง ในเด็กที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตราย โปรดแจ้งที่ศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยฯโทร. 0-2201-2382 และแจ้ง โทร.1669 เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน.

พิสูจน์คุณถุงลมนิรภัยด้านข้างรถสามารถป้องกันสมองบาดเจ็บ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปฐมพยาบาลของสหรัฐฯ กล่าวเรียกร้องให้รถยนต์ติดถุงลมนิรภัยไว้ทางด้านข้างรถทุกคัน คิดคำนวณทางสถิติออกมาได้ว่าจะสามารถช่วยชีวิตหรือการบาดเจ็บสาหัส ปีหนึ่งๆได้ ไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย

นักวิจัยการแพทย์ของโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ ได้พบในการศึกษาว่า ทั้งคนขับและคนอยู่ในรถยนต์ที่โดนชนด้านข้างมักจะได้รับบาดเจ็บที่สมองรุนแรง มากกว่าถูกชนแบบประสานงา หรือชนท้าย กว่ากันถึงสองเท่า และได้คำนวณพบว่า รถที่ได้ปรับปรุงการป้องกันศีรษะของผู้โดยสารดีขึ้น เช่น การติดถุงลมนิรภัยพิเศษ จะสามารถลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่สมอง ลงได้ถึง 61%.

สารจากกัญชาปราบมะเร็งสมอง ได้เป็นมะเร็งชนิดก้าวร้าวรุนแรงที่สุด

คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอมปลูเทนส์ ของสเปนได้แจ้งในวารสาการแพทย์ การวิจัยโรคมะเร็ง ว่า ได้พบจากการทดลองในหนู ว่าสารสกัดจากกัญชา มีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็งสมองชนิดร้ายแรง โดยมันได้ออกฤทธิ์ช่วยสกัด ไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงมะเร็งได้ รายงานยังได้กล่าวว่า สารนั้นส่อท่าว่า อาจจะใช้รักษาคนได้ผลได้เช่นกัน

มะเร็งของสมองแบบที่ทดลองรักษาด้วยสารจากกัญชา เป็นมะเร็งสมองแบบที่เป็นกันมาก และเป็นแบบที่รักษายาก มันสามารถจะหลบหลีกการรักษา ไม่ว่าจะด้วยการฉายแสง เคมีบำบัดและแม้แต่การผ่าตัดไปได้

ดร.มานวล กุซมน์ ผู้เป็นหัวหน้าคณะ จึงได้ความคิดที่จะทดลองใช้สาร จากกัญชามาลองรักษาดูบ้าง เพราะเคยได้รับทราบผลจากการวิจัยที่แล้วมาว่า สารจากกัญชาสามารถสกัดไม่มีเส้นเลือดงอกไปเลี้ยงมะเร็งในหนูได้ แต่ยังไม่เคยรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะเป็นผลกับคนหรือไม่.

ห้ามเขย่าเด็กแรกเกิดให้เงียบเสี่ยงบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต

กุมารแพทย์แนะผู้ปกครองระมัดระวังการบาดเจ็บในเด็ก เตือนการจับเด็กแรกเกิดเขย่าเพื่อให้หยุดร้องไห้ เสี่ยงต่อการเลือดออกในสมอง ประสาทตา ถึงขั้นพิการและเสียชีวิต ไม่ควรใช้รถหัดเดินกับเด็กทุกวัย เพราะทำให้เดินช้า เป็นต้นเหตุของการบาดเจ็บพลัดตกหกล้ม เลือกใช้เตียง เปล มีช่องซี่ห่างพอเหมาะ ป้องกันลำตัว ศีรษะติดค้าง

ผศ.น.พ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัย และป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เด็กแรกเกิดจนถึง 6 เดือน มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการและเสียชีวิต ซึ่งการกระทำบางอย่าง ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การเขย่าตัวเด็กเพื่อให้เด็กเงียบหยุดร้องไห้ การเขย่าทำให้เลือดออกในสมอง ประสาทตา ทำให้เด็กพิการทางสมอง ตาบอดหรือเสียชีวิต นอกจากนั้น เด็กในวัยนี้มีโอกาสพลัดตกหกล้มสูง เด็กแรกเกิดสามารถถีบขาดันกับสิ่งกีดขวาง ทำให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม เด็กอายุ 4 เดือนเริ่มคว่ำได้ และ 6 เดือนสามารถหงายได้ ทำให้เด็กกลิ้งได้ พัฒนาการเหล่านี้หากผู้ดูแลเด็กคาดไม่ถึงและไม่ได้เตรียมการป้องกัน อาจเป็นต้นเหตุทำให้เด็กตกเตียง ตกเก้าอี้หรือโซฟาได้ ข้อควรระวังคือ อย่าทิ้งเด็กไว้โดยลำพังบนเตียง เก้าอี้หรือโซฟา หากไม่สามารถอุ้มเด็กไว้ได้ ให้วางเด็กบนที่นอนที่วางบนพื้นราบหรือในเปลที่มีขอบกั้น

ผศ.น.พ.อดิศักดิ์กล่าวว่า เด็กอายุ 3-5 เดือนขึ้นไป จะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมด้วยการ นำสิ่งที่ตนสนใจเข้าปาก ซึ่งอาจทำให้สำลัก อุดตันทางเดินหายใจ ทำให้สมองตายหรือเสียชีวิตภายในเวลา 4 นาที อย่าให้เด็กอยู่กับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เช่น ของเล่น ของใช้โดยลำพัง อย่าให้อาหารแข็งกับเด็ก เช่น เมล็ดถั่ว ข้าวโพด ควรเลือกของเล่นฝึกการขบเคี้ยวที่มีมาตรฐานรับรองเท่านั้น ไม่ควรแช่ที่ขบเคี้ยวในช่องแข็งของตู้เย็น เมื่อเด็กใช้แล้วต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้ง.

ล้างมายาคติเรื่องสิว

เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่างที่โฆษณาสบู่ยี่ห้อหนึ่ง เคยบอกเอาไว้ก็จริงอยู่ แต่ ดูเหมือนว่าเรื่องธรรมชาติเรื่องนี้ จะมีความเข้าใจผิดบางอย่าง เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับคำว่า สิว หรือ ว่า แอคเน่ (acne) ในภาษาอังกฤษกันก่อน สิว หมายถึงการอุดตันของรูขุมขน (ไม่ว่าหัวขาวหรือหัวดำ) บางทีก็ เป็นสิวเม็ดเล็ก บางทีก็ เป็นตุ่มเป็นก้อนเห็นชัดเจน มักจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า คอ หน้าอก หลัง ไหล่และต้นแขน

แม้ว่าวัยรุ่นจะเป็นสิวกันมาก แต่คนวัย 40 แล้วก็ยังมีโอกาสเป็นสิวได้เหมือนกันนะ อย่างที่บอกไว้แล้วว่า มีความเข้าใจผิดบางอย่าง เกี่ยวกับการเป็นสิว ฉะนั้น วันนี้จึงขอนำข้อแนะนำของสมาคมโรคผิวหนังอเมริกันมาฝากค่ะ ว่ามีอะไรบ้างที่มักเข้าใจกันผิด

1. เข้าใจผิดว่า : ความไม่สะอาดเป็นบ่อเกิดของสิว ความจริงคือสิว ไม่ได้เป็นผลมาจากความสกปรกหรือผิวหนังมัน การล้างหน้าและขัดหน้าแรงๆ จะทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ และจะยิ่งทำให้สิวแย่ลงไปอีก วิธีที่ดีที่สุดคือล้างหน้าเบาๆ ด้วยสบู่อ่อนวันละสองครั้ง เช็ดให้แห้งและใช้ยารักษาสิวที่เหมาะสม

2. เข้าใจผิดว่า : อาหารบางชนิดทำให้เกิดสิว ความจริงคือจากการศึกษาหลายชิ้น ไม่พบความเชื่อมโยงกันเลย ระหว่างอาหารกับ การเกิดสิว ดังนั้น การกินช็อกโกแลต เฟรนช์ฟราย หรือ พิซซ่า ก็ไม่ทำให้เป็นสิวได้

3. เข้าใจผิดว่า : ความเครียดเป็นบ่อเกิดของสิว อันที่ จริงแล้วความเครียดระดับปกติ ที่เจอกันในชีวิตประจำวันนั้น มิได้เป็นปัจจัยสำคัญเท่าไร แต่ ถ้าเครียดมากก็จำเป็นต้องไปหาหมอเพื่อให้ยารักษา ทีนี้ยารักษานี่ล่ะ ที่อาจทำให้เป็นสาเหตุของสิวได้ ถ้าคิดว่าสิวเกี่ยวกับยาลดความเครียดก็ลองปรึกษาแพทย์ดู ทั้งหมดนี้คงพอทำให้เข้าใจเรื่องสิวมากขึ้นบ้างนะคะ.

ลูกตาช่วยทำนายถึงโรคหัวใจ ให้รู้ตัวล่วงหน้าก่อนนาน 5 ปี

นักวิทยาศาสตร์เมืองจิงโจ้ค้นพบว่า ลูกตาอาจทำนายให้รู้ล่วงหน้าได้ว่า จะเป็นโรคหัวใจ ได้ก่อนหน้าเป็นเวลานานถึง 5 ปี นักวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า เพราะหลอดเลือดฝอยแถวรอบๆ จอตา จะแสดงอาการค่อยหดตัวเล็กแคบลง ก่อนหน้าที่ความดันโลหิต จะเพิ่มสูงขึ้นก่อนเป็นเวลานาน ดังนั้น หากได้รับการตรวจลูกตาก็อาจจะทำให้ล่วงรู้ว่า อาจจะเป็นโรคหัวใจขึ้นในวันหน้า รู้ตัวก่อนหน้าได้เป็นเวลานาน.

งานช่วยป้องกันสมองฝ่อยามชรายิ่งเป็นงานใช้สมองหนักกลับยิ่งดี

นักวิจัยในสหรัฐฯได้รายงานผลการศึกษาในวารสารวิชาการประสาทวิทยา ว่า จากการศึกษาผู้สูงอายุที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี 357 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เป็นโรคสมองเสื่อมเสีย 122 คน โดยการศึกษาประวัติการทำงานแต่ละคน เมื่อตอนช่วงอายุระหว่าง 20-50 ปี ได้พบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมมีประวัติการทำงาน ชนิดที่ไม่ค่อยต้องใช้สมองเท่าใดนัก โดยมากเป็นงานที่ต้องใช้แรง

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีผลการศึกษาพบว่า ผู้มีอายุที่มีโอกาสได้ ใช้สมองอยู่เรื่อย จะรักษาสมองไม่ให้เสื่อมลงได้ การศึกษาซึ่งได้รายงานเมื่อปีกลาย ก็เคยระบุว่า การเต้นรำ เล่นเครื่องดนตรี การอ่านหนังสือและเล่นไพ่ จะทำให้โอกาสที่สมองเสื่อมลดน้อยลงได้

ดร.แคธลีน สมิท ผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งใหม่นี้ กล่าวอธิบายว่า งานที่ต้องใช้สมองอาจจะทำให้สมองไม่เฉื่อย จึงช่วยต่อต้านสมองฝ่อลงได้ มันอาจเป็นเพราะเหตุที่การได้ใช้สมองทำให้สมองไม่นอนวัน จึงมีเซลล์สมองเหลือสำรองอยู่ ต้านกับโรคสมองฝ่อได้ พร้อมกับได้บอกแนะนำว่า อยากจะชักชวนให้ผู้สูงอายุเล่นเกม ที่ต้องใช้ความคิด เช่น พวกหมากรุก หรือฝึกใช้เครื่องมือใหม่ๆ เรียนภาษา หรือเล่นเกมอักษรไขว้ พยายามคิดทำอะไรใหม่ๆ เป็นสิ่งซึ่งจะไปปลุกสมองให้กระฉับกระเฉงขึ้น.

วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2549

หัดสังเกต...อึแบบไหนสุขภาพดี

นอกจากสีแดงอมชมพูดูมีเลือดฝาดของใบหน้า ริมฝีปาก และปลายเล็บจะหมายถึงการมีสุขภาพที่แข็งแรงของสาวๆแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า อึหรืออุจจาระก็สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของคุณได้เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นเราลองมาหัดสังเกตกันค่ะว่า อึแบบไหนบ่งบอกว่าคุณมีสุขภาพที่ดีกันค่ะ

  • แบบที่ 1 ลอยน้ำฟู่บานตัว อาจมีสีเขียวขี้ม้า ไม่มีกลิ่นเหม็น กระจายตัวไม่เป็นก้อนยาวๆ เวลาถ่ายออกก็ง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก แสดงให้เห็นว่าเจ้าของกินอาหารที่ย่อยง่าย มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวกล้อง ผัก และผลไม้ จึงทำให้กากอาหารตกค้างในลำไส้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่ามีพฤติกรรมการกินที่ดี
  • แบบที่ 2 เหนียวหนึบจับกันเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็นมาก บางรายมีสีน้ำตาลถึงดำคล้ำ โดยถ่ายแบบนี้แค่วันละ 1 ครั้งหรือไม่ก็หลายวันถ่ายหน บ่งบอกว่าเจ้าของชื่นชอบการกินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ ขนมหวาน ไขมัน แป้งขัดขาว และอาหารที่มีเส้นใยน้อย ทำให้ตกค้างอยู่ในร่างกายนาน จึงมีกลิ่นเหม็น หากไม่ปรับพฤติกรรมในการกิน ในระยะยาวอาจเป็นริดสีดวงทวาร และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจากท้องผูกเป็นประจำได้

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างอาหารชีวจิต ที่มีทั้งสารอาหารครบถ้วนและมีกากใยที่เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของคุณค่ะ

ที่มา นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 174

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2549

กาแฟกับวัยรุ่น

ในอดีตนั้น ร้านกาแฟเป็นที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่รุ่นคุณ พ่อคุณปู่ที่จะไปนั่ง
กินอาหาร เช้าและร่วมวงเสวนากัน แต่ในปัจจุบัน เราจะพบว่าร้านกาแฟเป็น
จุดนัดพบสังสรรค์ ของวัยรุ่นตามสภาพของสังคมและค่านิยมที่เปลี่ยน แปลง
ไป สำหรับวัยรุ่น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งนิสิต/นักศึกษาที่กำลังเรียนในระดับ
อุดมศึกษาซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย กำลังย่างเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่
มัก จะมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะปฏิบัติตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่ด้วยการกระทำที่คิดว่าทำ ให้ดูเป็นผู้ใหญ่ เช่น การดื่มกาแฟ เป็นต้น กาแฟไม่ใช่อาหาร เพราะไม่มีสารอาหาร กาแฟมีสารตัวหนึ่งเรียกว่า
กาเฟอีน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ของหัวใจ (ทำให้เกิดอาการกระปรี้กระเปร่า หลังดื่มกาแฟ) เร่งการเผา
ผลาญ อาหารของร่างกาย เร่ง การผลิตปัสสาวะ (เราจะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยหลังดื่มกาแฟ) คน ที่ทำงานหนักหรือต้องการนอนดึกจึงมักจะใช้กาแฟเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ร่าง กายตื่นตัว
การได้รับกาเฟอีนมากเกินไปจะเกิดอาการข้างเคียง เช่น มือสั่น ใจสั่น
หัวใจเต้นแรง ประสาทตึงเครียดและนอนไม่หลับ

กาเฟอีน ไม่ได้มีเฉพาะในกาแฟเท่านั้น ในชา น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ก็มีการดื่มกาแฟวันละถ้วยหรือสองถ้วยไม่ทำให้เกิดผลอะไรที่เด่นชัด แต่ไม่ ควรจะดื่มมากกว่านั้น เพราะอาจจะทำให้มีผลต่อโรคกระดูกเสื่อม เพราะ
กาเฟอีนทำให้แคลเซียมถูกขับถ่ายออกไป กับปัสสาวะมากขึ้น

วัย รุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต การกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยในการพัฒนาอย่างเต็มที่และ อย่างที่ควร จะเป็นทั้งร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์