++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำบุญบริจาคหนังสือ

เ ติ ม ห นั ง สื อ ใ ห้ เ ต็ ม ชั้ น... เ ติ ม ฝั น ใ ห้ ว า วี - -
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หว่านเมล็ดฝันทางความคิด ให้สวนอักษรบานสะพรั่งทั้งวาวี

ด้วยการส่งหนังสือ, นิตยสาร เก่าหรือใหม่ ไปเติมชั้นในห้องสมุดของโรงเรียน กรุณาจัดใส่กล่องพัสดุแล้วจ่าหน้าซองถึง...

คุณครูบุญทม วันสูง
ห้องสมุดโรงเรียนบ้านวาวี
โรงเรียนบ้านวาวี ตำบลวาวี
อำเภอแม่สรวย
จังหวัดเชียงราย (57180)
โทร. 053 – 760147

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บล็อกโดม วุฒิชัย
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=porpayia&month=01-2009&date=16&group=8&gblog=39

การทอดไข่ดาว

การทอดไข่ดาว เวลาทอดให้ไส่น้ำส้มสายชู 1-2 หยด ลงในน้ำที่ทอด ไข่จะจับตัวกันเร็วขึ้นไข่ดาวน้ำที่ได้จะนุ่มสวยน่ารับประทาน
SMS FarmerInfo - 4 ก.ย.2554 - 11.14 น.

ตะไคร้หยวก ลำต้นขาวอวบอ้วน

ตะไคร้หยวก ลำต้นขาวอวบอ้วน ตลาดต้องการ ปลูกง่าย ขายได้ราคา โดยเฉพาะหน้าแล้ง จะมีมูลค่าเพิ่มเป็นสองเท่า ศึกษาวิธีการปลูก www.rakbankerd.com
SMS FarmerInfo - 2 ก.ย.2554 - 11.14 น.

ชาวเวียดนามนิยมทานข้าวเหนียว

ชาวเวียดนามนิยมทานข้าวเหนียวหังกับเยื่อเมล็ดผลฟักข้าวสุก เพราะเชื่อว่า สีขาวเป็นสีแห่งความตาย ข้าวสีส้มแดงจึงเป็นมงคลต่องานเทศกาลต่างๆ
SMS FarmerInfo - 4 ก.ย.2554 - 11.14 น.

การใส่ปุ๋ยในบ่อปลา

การใส่ปุ๋ยในบ่อปลา ปุ๋ยคอกใช้ในอัตราไม่เกิน 200-250 กก./ไร่/เดือน ปุ๋ยพืชสดไม่เกิน 1200-1500 กก/ไร่ และปุ๋ยหมัก 600-700 กก./ไร่
SMS FarmerInfo - 1 ก.ย.2554 - 11.14 น

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

ททท. ชวนเที่ยวงานประเพณีแข่งเรือจ.น่าน

จังหวัดน่านร่วมกับเทศบาลเมืองน่าน สมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันจัด “งานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน ชิงถ้วยพระราชทานฯ” ประจำปี2554 นัดเปิดสนามในวันที่ 17-18 กันยายน 2554 และ นัดปิดสนามในวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2554 โดยจัดขึ้นณ บริเวณเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ อ.เมือง จ.น่าน ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแข่งเรือประเภทต่างๆ การประกวดกองเชียร์ การออกร้านอาหาร จำหน่ายสินค้าต่างๆ สินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP

จังหวัดน่าน ดินแดนแห่งขุนเขา เป็น “ชุมชนคนต้นน้ำ” ที่เปรียบเสมือนสายใยแห่งชีวิตมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนน่านมาแต่อดีต จากวิถีชีวิตที่งดงามและเรียบง่าย ความผูกพันกับสายน้ำน่านในอดีต จึงมีการแข่งเรือเพื่อเชื่อมความสามัคคีซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี เสน่ห์อย่างหนึ่งของเรือเมืองน่านที่พิเศษนอกจากรูปลักษณ์ของเรือที่มีความโดดเด่น คือ ลำตัวจะทำจากไม้ซุงทั้งท่อน มีหัวเรือทำเป็นรูปพญานาคราชแล้ว เรือทุกลำที่เข้าร่วมแข่งขันจะเป็นเรือที่เป็นสมบัติของชุมชน หรือหมู่บ้านคนเมืองน่าน กว่า 100 หมู่บ้าน และมีจำนวนเรือแข่งกว่า 200 ลำ นับได้ว่าจังหวัดน่านมีการอนุรักษ์เรือยาวได้เป็นอย่างดีและมีเรือยาวมากที่สุดในประเทศไทย

วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบในการส่งเสริมและประสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ กล่าวว่า งานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2554 จัดขึ้น ณ บริเวณเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โดยนัดเปิดสนาม กำหนดจัดระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2554 และ นัดปิดสนาม กำหนดจัดระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2554 โดยจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ประเภทเรือใหญ่ เรือกลาง เรือเล็ก ชิงถ้วยพระราชทานฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประเภทเรือสวยงาม ชิงถ้วยประทานฯ ของพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ นอกจากนี้ยังมีการประกวดกองเชียร์ ชิงถ้วยประทานของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาภายในงานจะมีการออกร้านอาหาร จำหน่ายสินค้าต่างๆ สินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP (ไม่มีการจำหน่ายสุรา และเครื่องดื่มของมึนเมา) อีกด้วย

การจัดงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2554 นอกจากจะเป็นการรักษาสืบทอดประเพณีการแข่งเรือของจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นให้คงอยู่แล้ว ในปัจจุบันประเพณีแข่งเรือดังกล่าวยังมีการพัฒนารูปแบบการแข่งขันให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

และนอกจากงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน นัดเปิดสนาม และนัดปิดสนามแล้ว ยังมีการแข่งเรือในหลายๆ อำเภอ ในจังหวัดน่าน อาทิ งานประเพณีแข่งเรือ “อำเภอท่าวังผาชิงถ้วยพระราชทานฯ” กำหนดจัดวันที่ 24-25 กันยายน 2554 งานประเพณีแข่งเรือบ้านเจดีย์ ต.ดู่ใต้ กำหนดจัดวันที่ 1-2 ตุลาคม 2554 งานประเพณีแข่งเรือ “อำเภอเวียงสา” กำหนดจัดวันที่ 11-12 ตุลาคม 2554 และงานประเพณีแข่งเรือตักบาตรเทโวโรหณะ อ.ท่าวังผา กำหนดจัดวันที่ 13 ตุลาคม 2554

ททท.สำนักงานแพร่ เชิญชวนผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามในงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน ประจำปี 2554 ในเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2554 จังหวัดน่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลเมืองน่าน โทร. 0-5471-0234 ต่อ 138-139 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางและการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร. 0-5452-1118, 0-5452-1127

การพนัน : แหล่งรายได้ที่ทำลายศีลธรรม โดย สามารถ มังสัง

“การพนัน เป็นความหวังของคนจน แต่เป็นกีฬาของคนรวย” นี่คือวาทะของนักเขียนผู้ใช้นามปากกา “เทียนวรรณ”

จากวาทะดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเจ้าของวาทะนี้ได้แยกการพนันออกเป็นสองแง่ คือ เป็นความหวัง และเป็นกีฬา โดยตัวผู้เล่นการพนันเป็นตัวแบ่งประเภท กล่าวคือ ถ้าเล่นการพนันเพื่อหวังชนะ และได้ผลตอบแทนจากการเป็นผู้ชนะ และมีดีใจ มีความสมหวังกับความชนะ ในทางกลับกัน ถ้าแพ้ เกิดความเสียใจและผิดหวัง ก็จัดเข้าประเภทคนจน

แต่ถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ไม่เดือดร้อน ก็จัดเข้าประเภทคนรวย

ดังนั้น การพนันตามนัยนี้ ถึงแม้รูปแบบของการพนันจะเหมือนกัน แต่ผลที่ได้จากการเล่นต่างกัน และผลที่ต่างกันนี้เองคือปัญหาที่จะต้องนำมาขบคิด ถ้าจะปราบบ่อนเถื่อนให้หมดไป หรือไม่หมดไปแต่ให้ผู้คนในสังคมได้รับผลกระทบจากการมีบ่อนน้อยที่สุดว่าจะทำอย่างไร?

จริงอยู่ การป้องกันมิให้มีการเปิดบ่อนได้อย่างเด็ดขาด 100 เปอร์เซ็นต์ คงทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย ในทำนองเดียวกับการปราบโสเภณี แต่การป้องกันมิให้ผู้คนได้รับผลกระทบจากการมีบ่อนน่าจะกระทำได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้

1. อนุญาตให้เปิดบ่อนโดยถูกต้องตามกฎหมายในเขตที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ และมีการตรวจสอบควบคุมมิให้ผู้เล่นประเภทคนจนที่แพ้แล้วเดือดร้อน ทั้งแก่ตัวเองและครอบครัวเข้าไปเล่นในบ่อน

2. เปิดโอกาสให้คนที่ต้องเล่นเพื่อความสนุกสนาน ตื่นเต้นเข้าไปเล่นโดยได้รับความสะดวก และได้รับการคุ้มครองรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงมีระบบการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐอย่างรอบคอบและรัดกุม

ถ้าทำได้ตามแนวทางนี้ ก็คงจะแก้ปัญหาการมีบ่อนเถื่อนดังที่เป็นอยู่ และเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้

อะไรทำให้บ่อนเถื่อนเกิดขึ้นและอยู่ได้โดยที่ผู้รักษากฎหมายไม่ดำเนินการจับกุมและลงโทษ ทั้งๆ ที่บ่อนที่ว่าตั้งอยู่ในชุมชนอย่างเปิดเผย และเป็นที่รู้กันของผู้คนรอบๆ ที่ตั้งของบ่อน?

เกี่ยวกับเรื่องนี้คำตอบคงหาได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องการจะหาคำตอบหรือไม่ และรู้แล้วแก้ปัญหาได้หรือไม่เท่านั้น ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยในเชิงตรรกะดังต่อไปนี้

1. ทุกครั้งที่มีข่าวการปราบบ่อน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องเกือบทุกครั้ง อย่างน้อยก็รู้เห็นเป็นใจในการปล่อยให้มีการเปิดบ่อน และได้รับผลประโยชน์ตอบแทน จึงทำให้บ่อนเกิดขึ้นและดำเนินการอยู่ได้

2. ในการเล่นการพนันทำได้ไม่ยาก เพียงแต่มีการนัดหมายและรวมตัวกันก็เปิดบ่อนได้แล้ว หรือที่เรียกว่า บ่อนวิ่ง บ่อนประเภทนี้ถึงแม้จะไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็ดำเนินการได้ และปราบปรามยากด้วย

3. นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีอิทธิพลอื่นใดเข้าไปเกี่ยวข้องการเล่นการพนัน

อิทธิพลทางการเมือง รวมไปถึงอิทธิพลเถื่อนในรูปของนักเลงท้องถิ่นก็เปิดบ่อนได้ โดยที่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปจัดการแจ้งความเพราะความกลัวภัยร้ายจะมาถึงตัวก็มีอยู่

ดังนั้น การแก้ปัญหาบ่อนการพนันด้วยการคาดโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว ดังที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำลังดำเนินการอยู่ คงจะแก้ปัญหานี้ให้หมดไปไม่ได้ และที่น่ากลัวกว่านี้ การแก้ปัญหาในทำนองนี้อาจทำให้เกิดช่องทางการหาประโยชน์จากการมีบ่อนจากรูปแบบเดิม โดยการจ่ายให้คนเดิม มาเป็นการเปิดใหม่โดยจ่ายให้คนใหม่เกิดขึ้นได้ด้วย จึงควรระวังในจุดนี้ไว้ด้วย เพราะถ้าฟังข่าวการปราบปรามด้วยการเอาผิดตำรวจ และเรียกเจ้าของบ่อนมาคาดโทษ คงไม่พอที่จะเป็นหลักประกันได้ว่า ต่อจากนี้กรุงเทพมหานครจะไม่มีบ่อนอีกต่อไป

ดังนั้นจึงใคร่ขอให้ ส.ส.ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ติดตามดูต่อว่า เมื่อบ่อนรายเก่าปิดไปแล้ว จะมีบ่อนรายใหม่ภายใต้ผู้เกื้อหนุนคนใหม่เกิดขึ้นอีกหรือไม่ และถ้าพบว่าเกิดขึ้นแล้วขอให้ดำเนินการในรูปแบบเดียวกันจะได้ไม่ถูกมองว่าสองมาตรฐาน และที่เสนอแนวคิดนี้ก็ด้วยเชื่อว่าการพนันจะไม่หมดไปโดยการแก้ไขด้วยกฎหมาย ตราบเท่าที่ผู้รักษากฎหมายยังบริหารกิเลสของตนเองให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม และคุณธรรมไม่ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดในการปราบบ่อนของรองนายกฯ เฉลิมในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการทำให้ผู้คนในสังคมรู้ว่ามีบ่อนเถื่อนในกรุงเทพฯ และมีได้เพราะผู้รักษากฎหมายบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรจะมีมาตรการเสริมอย่างอื่น เช่น ห้ามคนไทยออกไปเล่นบ่อนเขมรที่พูดกันว่าเป็นบ่อนที่นักการเมืองไทยมีเอี่ยวอยู่ด้วย เพราะถ้าไม่มีมาตรการนี้ การจับบ่อนเมืองไทยก็เท่ากับช่วยให้บ่อนเขมรมีลูกค้าเพิ่มขึ้นนั่นเอง

อีกประการหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือว่า การออกมาปราบปรามบ่อนจะเป็นการเปิดทางให้ค่าเรียกเก็บส่วยจากบ่อนแพงขึ้นกว่าเดิม และเป็นเหตุให้เจ้าของกิจการเปลี่ยนมือจากกลุ่มเดิมเป็นกลุ่มใหม่ได้ด้วย

ทั้งหมดที่เขียนมาก็เพื่อจะบอกว่า การปราบบ่อนดีแล้ว เพียงแต่ขอให้ทำตลอด ไม่ควรมีอะไรแอบแฝงและเป็นการเปิดโอกาสให้รายใหม่สวมตอรายเก่าก็จะดีมาก
เวลาที่เหมาะกับการปล่อยปลาคือเช้า/ เย็น ถ้าเป็นเวลาที่อากาศร้อนจัด ควรเอามือตีกวนน้ำ ในบ่อเพื่อให้ความร้อนผิวหน้าน้ำไม่ต่างจากระดับลึก

จาก SMS Farmer INfo25 ส.ค.2554 - 11.13 น.

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ปฏิสัมภิทา 4

อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ
ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม
นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ
ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ

ปฏิสัมภิทา 4 นั้น โดยความหมายสูงสุดแล้ว เป็นคุณสมบัติของพระอรหันต์ประเภทสัมภิทัปปัตโตคือบรรลุปฏิสัมภิทา 4 แต่ถ้าโดยเนื้อหาแล้ว มีอยู่แก่คนในระดับที่ลดหลั่นลงมา

คำว่า อัตถปฏิสัมภิทา หมายถึง ความรอบรู้ ความแตกฉานในเนื้อหาของธรรมะย่อ ๆ โดยวิจิตรพิสดาร เข้าใจว่า ผู้มีราตรีเดียว เจริญของพระมหากัจจายนะเถระ ท่านอธิบายจากข้อความนี้เป็นสูตร หรือพระสารีบุตรได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิว่า " ธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุ พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระมหาสมณะมีปกติอย่างนี้"
ท่านเข้าใจแตกฉานทะลุเป็นร้อยนัยพันนัย การที่บุคคลเข้าใจอรรถะคือเนื้อหาแห่งธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง และสามารถชี้แจงอธิบายขยายข้อนั้นออกไปโดยนัยพิสดาร เช่น ท่านแสดงว่า มารดาเป็นมิตรในเรือน ด้วยประโยคเพียงเท่านี้ บุคคลผู้เข้าใจเนื้อหาแห่งภาษิต สามารถอธิบายชี้แจงให้เห็นโดยนัยหลากหลายว่า มารดาเป็นมิตรในเรือนอย่างไร
อีกนัยหนึ่งคำว่าอรรถะนั้นหมายถึงผล คือ เมื่อบุคคลประกอบเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คาดหมายผลว่า ในอนาคตจะเกิดผลอย่างนั้น ๆ ขึ้นมา ในชั้นสูงสุด เช่น พระสังคีติกาจารย์ในทุติยสังคายนา คาดหมายว่าอีก 200 ปี ข้างหน้านั้น จะมีเดียรถีย์ปลอมมาบวชในพระพุทธศาสนา จำเป็นจะต้องสร้างคนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในพระศาสนา แต่มนุษย์โลกในสมัยนั้น ถ้าปล่อยตามปกติก็ไม่มีคนที่มีขีดความสามารถเช่นนั้น พระอรหันต์ทั้งหลายจึงไปอัญเชิญติสสเทพบุตรให้จุติลงมาเกิดในครรภ์ของพระนางโมคคัลีพราหมณี เพื่อเตรีอมตัวแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนาร่วมกับพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน การทำงานอะไรต่าง ๆ ของคนทั่วไป ที่เราใช้คำว่าประเมิน สรุปผล คือเมื่อบุคคลศึกษาหาข้อมูลได้ ประเมินได้ และสรุปผลได้ การสรุปผลนั้นเป็นการสรุปผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่อาศัยการศึกษาจากข้อมูลอันเป็นเหตุในปัจจุบัน บุคคลเหล่านั้นก็สรุปผลลงไปได้ แต่จะเป็นไดมากน้อยแค่ไหนเพียงไรนั้น เป็นเรื่องของอนาคตอาจจะถูกต้องเต็มที่ก็ได้ ไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก็ได้ เพราเหตุการณ์ข้างหน้านั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นการรู้ด้วยหลักของอนาคตังสญาณจริง ๆ ก็เป็นความรู้ที่ลงตัวเช่นของพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังกล่าวมาตอนต้น
ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม..... บุคคลเข้าใจถือเอาใจความแห่งอรรถาอธิบายนั้น ๆ ตั้งขึ้นเป็นกระทู้ได้ แล้วก็ชี้แจงอธิบายขยายความในเนื้อหาของธรรมะเหล่านั้นได้ หรือเราจะศึกษาธรรมะเป็นสูตร ๆ แล้วสรุปไปด้วยถ้อยคำที่ง่าย ๆ เช่น สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงศึกษาเมตตานิสังสสูตรทั้งพระสูตร แล้วสรุปเป็นข้อความสั้น ๆ ว่า โลโกปัตถัมภิกา เมตตา เมตตาเป็นธรรมค้ำจุนโลก อีกความหมายหนึ่งธัมมปฏิสัมภิทา หมายถึงเหตุ เช่น เมื่อบุคคลประสบผลอย่างใดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน เนื่องจากผลเหล่านั้นโยงเข้าไปหาเหตุ แต่ความรู้ที่สมบูรณ์นั้นต้องอาศัย อตีตังสญาณ คือญาณอันเป็นส่วนอดีต เช่นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตในพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าก็ดี เกิดขึ้นในสมัยนั้น ๆ ก็ดี บางเรื่องมีความเกี่ยวโยงกับอดีตหรือผลที่เกิดจากเหตุในอดีตที่ไกล ๆ ข้ามภพข้ามชาติไป พระพุทธเจ้าก็ทรงอาศัยอตีตังสญาณนำเรื่องเหล่านั้นมาแสดงว่า เรื่องเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทรงจัดคำสอนแนวนี้ไว้ในหมวดหนึ่งที่เรียกว่า ชาดก คือ เรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
นิรุตตปฏิสัมภิทา การเข้าใจภาษาความหมายของภาษา แตกฉานในภาษานั้น ๆ และรู้จักใช้ถ้อยคำให้คนเข้าใจตลอดถึงรอบรู้ในภาษาของประเทศต่าง ๆ ก็อาจให้คนยอมรับนับถือโดยการใช้โวหารในการพูดเพื่อให้เขาเกิดความเห็นคล้อยตามและสอดคล้องกับพื้นเพจริตอัธยาศัยของเขา แต่นิรุตตปฏิสัมภิทาในระดับนี้เป็นผลแห่งญาณของท่านผู้บรรลุธรรมอย่างสูงในพระพุทธศาสนา เป็นที่น่าสังเกตว่า น่าจะหมายถึงความแตกฉานในภาษาต่าง ๆ ทุกแง่ทุกมุมจะเป็นของใครก็ตาม เพราะภาษาในประเทศอินเดียในสมัยปัจจุบันก็ดีในสมัยก่อนก็ดี มีมากเหลือเกิน แต่จากหลักฐานในพระไตรปิฎก ปรากฏว่าใครมาเฝ้าพระพุทธเจ้าจากเหนือสุดใต้ จากตะวันออก หรือตะวันตกของอินเดียก็ตาม พระพุทธเจ้าไม่ทรงมีล่าม แต่ก็ทรงโต้ตอบชี้แจง อธิบายธรรมะให้เหล่านั้นเข้าใจได้ทันที ดังนั้น นิรุตตปฏิสัมภิทา ระดับญาณจึงจะน่าเป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากพระญาณด้วย ในขณะเดียวกันก็อาจจะเกิดขึ้นจากที่พระองค์เคยศึกษาในสมัยเป็นพระราชกุมารด้วย
ปฏิภาณปฏิสัมภิทา คำว่า ปฏิภาณ ได้แก่ไหวพริบ ฉลาดเฉลียว เข้าใจทำอะไรได้เหมาะสมทันทีทันควัน เมื่อเหตุการณ์บังเกิดขึ้นและสามารถที่จะแก้ไขเหตุการณ์เหล่านั้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว เรียกว่าแก้ปัญหาเฉพาะได้ข้อนี้ในชั้นเบื้องสูงก็จะเห็นว่า คนอย่างภารชพราหมณ์โกรธพระพุทธเจ้า มาด่าพระพุทธเจ้าด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง พระพุทธเจ้าตรัสรับสั่งว่า เมื่อแขกมาที่บ้านของท่าน ท่านมีของต้อนรับแขก ถ้าแขกไม่ยอมรับประทานอาหารเหล่านั้น ของรับแขกเหล่านั้นจะเป็นของใคร พราหมณ์บอกว่าก็เป็นของแกต่อไป พระพุทธเจ้าก็รับสั่งเป็นทำนองว่า คำด่าทั้งหมดก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ พระองค์ไม่รับ ก็เป็นการแก้ปัญหาที่มีอยู่ภายในใจของท่านให้หายไป หรือ ทีฆนขอัคคิเวสสนะ เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า
"ข้าแต่พระสมณโคดม ข้าพเจ้าเห็นว่าสิ่งทั้งปวงไม่สมควรแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ชอบใจทั้งหมด" พระพุทธเจ้าทรงความคิดของท่านผู้นี้ว่าแกไม่พอใจพระองค์ที่ให้ลุงของแกคือพระสารีบุตรออกบวช พระพุทธเจ้าก็รับสั่งว่า
" ทีฆนขะ ถ้าอย่างนั้น ความเห็นของเธอก็ไม่ควรกับเธอด้วย และเธอก็ไม่ชอบใจความเห็นของเธอด้วย"
ทั้งนี้เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะทีฑขนะ แกใช้คำคำว่าทั้งปวงทั้งหมด ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก็รวมอยู่ในคำว่าทั้งปวงทั้งหมดด้วย แม้ความเห็นของแกและแม้ของตัวเอง ทีฆขนะก็ยอมจำนนไปซึ่งไหวพริบปฏิภาณเหล่านี้ก็มีอยู่ได้ทุกระดับ ดังนั้นปฏิสัมภิทาทั้ง 4 ประการนี้ในชั้นหนึ่งคนสามัญโดยทั่วไป ที่มีพื้นฐานในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถที่จะได้รับประโยชน์จากปฏิสัมภิทาของตน ตามคุณลักษณะของปฏิสัมภิทาของตนระดับใดระดับหนึ่ง
คุณสมบัติเหล่านี้ ความเป็นรู้จักเหตุ รู้จักผล แตกฉานในภาษาและใช้ภาษาเป็นประกอบกับมีไหวพริบปฏิภาณดี ใครจะมีในระดับใดก็ตาม ย่อมช่วยให้การทำงานของคนนั้น ๆ ในทุกด้าน ประสบความเจริญก้าวหน้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งอาจสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เผชิญหน้าตนอยู่ ให้ลดความรุนแรงลง ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้หายไปได้ พึงดูตัวอย่างการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในท่ามกลางข้าศึก ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในสงครามยุทธหัตถี สมบูรณ์ด้วยเหตุ ผล ภาษา และปฏิภาณ จนทำเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี เป็นต้น