++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551

การเตรียมตัวอย่างและการวิเคราะห์น้ำตาลในตัวอย่างน้ำตาลทรายดิบ

Sample preparation and analysis of sugars in raw sugar
การเตรียมตัวอย่างและการวิเคราะห์น้ำตาลในตัวอย่างน้ำตาลทรายดิบ
Waragkana Suksom ( วรางคณา สุขสม) *
Dr. Supalax Srijaranai ( ดร. ศุภลักษณ์ ศรีจารนัย ) **
Dr. Saksit Chanthai ( ดร. ศักดิ์สิทธิ์ จันทร์ไทย ) ***
ABSTRACT
Acid hydrolysis was used as the sample preparation method for the analysis of sugars in raw sugar samples. The parameters affecting the acid hydrolysis of sucrose including concentration of hydrochloric acid, temperature and reaction time were studied. Sucrose 1 mole was completely hydrolysed under the following conditions: 2.05 x 103 mole of hydrochloric acid, 80 oC and reaction time of 5 min. The hydrolysate was separated and analysed by ion chromatography using a CarboPac PA10 column and gradient elution of sodium hydroxide with direct detection by electrochemical detection. The proposed method was successfully applied for the analysis of seven sugars (arabinose, sucrose, glucose, xylose, fructose, ribose and lactose) in raw sugar samples.
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาวิธีการเตรียมตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์น้ำตาลในตัวอย่างน้ำตาลทรายดิบ โดยการไฮโดรไลซิสด้วยกรด ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการไฮโดรไลซีส ประกอบด้วย ความเข้มข้นของกรดไฮโดรคลอริก อุณหภูมิ และ เวลาที่ทำปฏิกิริยา พบว่าสามารถไฮโดรไลซีสซูโครส 1 โมล ได้สมบูรณ์เมื่อใช้กรดไฮโดรคลอริก 2.05 x 103 โมล อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 5 นาที จากนั้นทำการแยกและวิเคราะห์น้ำตาลชนิดต่างๆ ในตัวอย่างที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซีส โดยเทคนิคไอออนโครมาโทรกราฟี โดยใช้คอลัมน์ CarboPac PA10 และการชะแบบ เกรเดียนท์ด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และตรวจวัดโดยตรงแบบเคมีไฟฟ้า วิธีที่นำเสนอนี้สามารถวิเคราะห์น้ำตาล 7 ชนิด ในตัวอย่างน้ำตาลทรายดิบ คือ อะลาบิโนส ซูโครส กลูโคส ไซโรส ฟรุคโตส ไรโบส และ แลคโตส
Key words : sugars, acid hydrolysis, ion chromatography
คำสำคัญ : น้ำตาล ไฮโดรไลซีสด้วยกรด ไอออนโครมาโทกราฟี
* Student, Master of Science Program in Analytical Chemistry, Faculty of science, Khon Kaen University
** Associate Professor, Department of Chemistry, Faculty of Science, Khon Kaen University
*** Assistant Professor, Department of Chemistry, Faculty of Science, Khon Kaen University
จากการประชุมทางวิชาการ เสนอผลงานวิจัย ระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 9
วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
The 9th Symposium on Graduate Research, KKU. 19 January 2007

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

clip รัฐตำรวจชิมลางตำราโหด 26-08-51

รัฐตำรวจชิมลางตำราโหด อ้างสับเปลี่ยนกำลังไล่ตีพันธมิตรฯ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2551 14:26 น.

ร ัฐตำรวจเริ่มปฏิบัติการงัดตำราโหดออกมาสล ายการชุมนุมของพันธมิตรฯ อ้างการสับเปลี่ยนกำลัง นำเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือพยายาม บุกเข้าทำเนียบ จนถูกการ์ดและมวลชนพันธมิตรฯ สกัดกั้น จึงฉวยโอกาสใช้กระบองไล่ตี ไล่ตีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ บาดเจ็บหลายราย ภายหลังจาก พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้เป็นคนจัดการกับการชุมนุมของพันธมิตรปร ะชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อตกถึงช่วงกลางคืน ปฏิบัติการความที่จะสลายการชุมนุมของพันธม ิตรฯ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลได้เริ่มขึ้น โดย เมื่อเวลา 03.05 น.พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 5 กองร้อย ตัดโซ่บริเวณประตูทางเข้าทำเนียบฯ แล้วเข้ามาเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยอ้างว่าจะขอเข้าไปพักผ่อนที่ตึกไทยคู่ฟ ้าในทำเนียบฯ แต่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอมทำตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าตำรวจขอ เจรจา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าอาจจะมีการซ้อนแผนสล ายกลุ่มผู้ชุมนุมในภายหลัง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถอยร่นกลับยั งที่ตั้งเดิม ในเวลาต่อมา ประมาณ 04.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามสับเปลี่ยนกำล ังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากวัดเบญจม บพิตร เข้ามายังทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิ ตรฯ เข้ามาขัดขวาง บริเวณซอยลิขิต ข้างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแ ห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กระบองไล่ ทุบตีการ์ดพันธมิตร และผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ หลายคนถูกตีที่ศีรษะ หลัง และขา จนได้รับบาดเจ็บ

clip ชมภาพจะๆ แก๊สน้ำตาปลิวออกจาก บช.น.ใส่พันธมิตรฯ

ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ ำตาออกมาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ใส่ผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย
เ มื่อช่วงเย็นวันที่ 29 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลไล่ไปตั้งแต่สถานีโทรทัศน์เ อ็นบีที โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปจนถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พยายามบิดเบือนว่าไม่ใช่ฝีมือของตำรวจ แต่เป็นมือที่ 3 หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่าฝ่ายพันธมิตรฯ ขว้างใส่กันเอง


Clip Video เคน หวงลูกชาย อุ้มให้ดูนิดเดียว



หน่อย บุษกร คลอดลูกชาย คนแรก ตั้งชื่อ น้องคุน

Clip ตร.ยิงแก๊สน้ำตา สลายชุมนุมพันธมิตรฯ หน้า บชน.




พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนปิดล้อมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อต้องการพบ พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้ดูแลสั่งการการปฏิบัติหน้าที่ข องเจ้าหน้าที่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ว่าเป็นผู้สั่งการให้ตำรวจใช้กำลังกับประช าชน จนเกิดเหตุปะทะทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ต้อนรับด้วยการยิงแก๊ส น้ำตาเข้าใส่ กลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

ตำรวจถ่อย! ทำร้ายประชาชน ณ สะพานมัฆวาน

หตุการณ์ ตร.บุกรื้อ-ทำร้ายประชาชน ณ สะพานมัฆวาน

29 สิงหาคม 2551

ผมไม่ใช่ พันธมิตรฯ


 
 ผู้เขียน: ประชาชน  
แต่เมื่อวันนึง ผู้นำประเทศบอกให้ประชาน ต้องเลือกข้างฉะนั้น
ผมจึงเลือกยืนอยู่ข้างพันธมิตร...

ทำไมผมจึงบอกตัวเองว่าไมใช่พันธมิตร,

ร ัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ชอบอ้างถึงความชอบธรรมต่างๆ จากคะแนนเสียงของพรรค พลัง ปชช.ซึ่งมิได้หมายถึงคนทั้งประเทศ และคนส่วนไหญ่ที่ไม่ได้รวมกับ พันธมิตรจะเห็นด้วยกับรัฐบาล เพียงแต่คนเหล่านี้ เขารอดู ละติดตาม
และหลายครั้งที่ทวงถาม รัฐบาลถึงคำว่า "จริยธรรม"และความรับผิดชอบ หรือ สปิริต  ของนักการเมือง อยู่ในใจ ฉะนั้น คนที่ไม่ใช่พันธมิตร แต่ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ก็มิได้หมายความว่า เขามองว่ารัฐบาลนั้นทำทุกอย่างถูกต้องเป็นธรรม โปร่งใส..
1>ตั้งแต่ ปัญหาการต้องการแก้ใขรัฐธรรมนูญ บางมาตรา เพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตัวเองที่กระทำระยำตำบอนเอาใว้ และ
ท ี่เห็นได้ทันที ว่ามีการต่อต้านอย่างกว้างขวาง แต่กับไม่แคร์กระแสสังคม กับหาทางออกด้วยการเล่นแล่แปรธาตุเสนอข้อมูลเพื่อให้รากหญ้าเข้าข้างตนเองตล อดเวลา..
2>ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ด้วยการแทรกแทรง โยกย้ายข้าราชการและ องค์กรอิสระ ที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคกับตนเองให้พ้นทาง หนีไม่พ้นแม้แต่ อธิปดี ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ในกรมแผนที่ทหาร เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายของในกรณีปราสาทเขาพระวิหาร
3>การนำเดินการต่างๆที่ผิดพลาดของคนในรัฐบาล ทั้งคุณ
น พดล ที่ศาลรัฐนูญ ก็ตัดสินแล้วว่ามีความผิด แต่ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆแค่ลาออกเรื่องก็จบ ? กรณีถึง สปิริตและมาตรฐาน ความรับผิดชอบ ของ รมต.ทั้ง 3 กรณี ผิดเนื่องการใช้เงินและกระบวนการออกหวยบนดินไม่ชอบด้วยกฏหมาย ก็มิได้แสดงถึงสปิริต แต่กับหาช่องโหว่ เพื่อทำหน้าด้านหน้าทนต่อไปแบบไม่รู้ผิดชอบชั่วดีแต่อย่างใด
4>อภิมหา โครงการ ของรัฐบาลล้วนแล้วแต่ขาดข้อมูลความเป็นจริง ขาดความเชื่อมั่นซึ่งอยู่ในเชิงผลประโยชน์ทับซ้อนแม้กระทั้งโครงการส้รางรัฐ สภาไหม่ ซึ่งมิอาจปฎิเสจได้เลยว่าจะโปร่งใส แต่ นายกกับใช้รายการ สนทนาของตัวเอง ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามโดยปราศจากข้อมูลต่างๆ ตลอดมา โดยเฉพาะ คำว่า มัน อะไรกันนักกันหนา มิได้เป็นตัวบ่งบอกเลยว่า ถูก ผิด แท้ จริง เท็จ จะ พิสูจย์ กันอย่างไร..
5>ความไม่แสดงท่าทีเลยที่จะจัดการกับอด ีตนายกทักษิณ อย่างใดอย่านึง รวมถึงการตามล้างตามเช็ด ขบวนการที่จ้องทำร้าย พระมากษัติย์ รวมถึง นาย จักภพ เพ็ญแข ที่มีหลักฐานว่าผิดจริง จนถึง นาย วีระ ที่ขี้นเวที่ กับ คุณ ดา ตอปิโด ยังมีหน้ามา สลอนสุมหัว กับ โฆษกรัฐบาล ออกรายการทีวี ให้ประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจ..

สิ่งเหล้านี้เป็นแค่เพียงบ้างเรื่องที่ยกต ัวอย่างมา..ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นผลงานอันอัปยศและการขาดความรับผิดชอบส ำหรับ คณะผู้บริหารประเทศ..
ผมจึงอยากจะบอกคนที่ได้มีโอกาสอ่านข้อความเห ล่านี้ และผมอยากจะบอก คนที่เป็นชาวพันธมิตร..ว่าคนที่ไม่ได้เดินขบวนต่อต้านหรืออกไปชุมนุมมีเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้จะเห็นดีเห็นงามกับ รัฐบาลชุดนี้ และผมไม่ใช่ชาวพันธมิตร แต่ พวกเราคือ
"ประชาชน " ที่ต้องการและปราณา ทีจะให้รัฐบาลชุดนี้ พ้นสภาพไป และผมเชื่อว่ามีคนไม่น้อยได้ตัดสินใจแล้วที่จะยืนอยู่ในสภาวะและเป้าหมายเดี ยวกันกับผู้ชุมนุมชาว พันธมิตร.
นั่นคือ รัฐบาลต้องออกไป เพียงแต่อาจจะอยู่คนละวิถีทางเปรียบเสมือนคิดเหมือนกันแต่เดินคนละทาง หรือ แยกกันเดินร่วมกันตี และสิ่งที่หน้ากลัวที่สุด เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่ คนสองกลุ่มที่คิดเหมือนกันมาร่วมกันเดิน..คนสองกลุ่มที่คิดเหมือนกันมาร่วมก ันตี..เพราะถึงวันนั้น ให้สิบ นายกสมัคร ก็จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่สูญเสียไม่ไหว..หากยังทู่ซี๊อยู่
วันที่ :  1 กันยายน 51 14:16
 
ทีมา http://www2.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?QNumber=269846&Mbrowse=9 

“ชวน” ติง “หมัก” อย่าโทษศาล-ชี้ไม่มีหน้าที่สลายชุมนุม

“ชวน” ติง “หมัก” อย่าด่วนสรุปศาลแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะศาลไม่มีหน้าที่สลายชุมนุม ระบุต้นตอปัญหาไม่พอใจ มาจากรัฐบาล อาทิ กรณีตั้งคนมีแผลไปเป็นบอร์ด ธปท. ให้สปอนเซอร์รายการชิมไปฯ เป็นบอร์ดบินไทย นายกฯ ของขึ้นยันสภาอุตสาหกรรมเสนอชื่อมาเอง “คำนูณ” ชี้ 3 ทางเลือกนายกฯ แต่คาดเลือกอยู่เฉยๆ พันธมิตรฯ ลุยต่อแน่
      
       ในการประชุมร่วมของ 2 สภา เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้องลงมติเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ว่าขณะนี้ศาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ตนคิดว่าศาลทำหน้าที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดยวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา ศาลไม่ได้มีหน้าที่สลายการชุมนุม แต่ฝ่ายบริหารต้องไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยตนจึงยังไม่เห็นว่าศาลล ้มเหลวหรือแก้ปัญหาไม่ได้ และถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้มีหน้าที่แก้ปัญหา
      
       นายชวน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลตั้งคนของตนเองเข้าไปในองค์กรต่างๆ ซึ่งไม่ถือว่าผิดกฎหมาย เช่น การตั้งกรรมการเข้าไปในบริษัท การบินไทย (จำกัด) มหาชน ซึ่งบุคคลนี้เคยอยู่ในบริษัทที่เคยให้โฆษณาทางรายการทีวีที่นายกฯ จัดหรือการตั้งคนที่ถูกคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ลงมติให้ออกเข้ามาเป็นกรรมการในธนาคารแห่งประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้เกิดความไม่พอใจมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจะต้องไม่โกหกไม่บิดเบือนความจริง เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบแก่ตัวเอง และจะต้องให้ความจริงอย่าเลือกปฏิบัติ การบอกว่า คนชุมนุมมีเพียงหยิบมือเดียวและมีลักษณะเป็นหุ่น ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะพวกนี้มากันเองไม่มีใครให้เงิน และถ้ารัฐบาลเห็นว่าคนไม่พอใจอะไรก็ต้องรีบออกมาชี้แจง
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันที่นายชวนกล่าวจบ นายสมัครได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิชี้แจงทันทีว่า บริษัทตรามือที่เป็นกรรมการบริษัท การบินไทย ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกมาจากสภาอุตสาหกรรม แต่บังเอิญกรรมการคนนี้มาเป็นสปอนเซอร์ในรายการของตนเท่านั้น ตนไม่คิดว่านายชวนจะเอาข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตรงนี้มาด้วย
      
       ต่อมา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า เวลานี้รัฐบาลมี 3 ทางเลือก คือ 1.นายกฯ ลาออก 2.ตัดสินใจยุบสภา และ 3.ไม่ยุบ ไม่ลาออก พรรคร่วมผูกมือกันอยู่ต่อไป และหาช่องทางใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยทั้ง 3 ทางล้วนเป็นไปตามระบอบรัฐสภา อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้ออกมาระบุชัดแล้วว่าตัดสินใจเลือกช่องทางที่ 3 ซึ่งจะทำให้ยังมีการประท้วงของกลุ่มพันธมิตรต่อไป ที่นับวันจะแข็งแกร่งมากขึ้น และยกระดับการประท้วงและขยายวงแนวร่วมมากขึ้น เชื่อว่าจะมีกลุ่มรัฐวิสาหกิจพักหยุดงานทั่วประเทศ ซึ่งแนวโน้ม สุ่มเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งกับกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลที่เริ่มมีการก่อตัว ขึ้นมา
      
       “อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเลือกใช้แนวทางที่ 3 ก็ยังต้องเผชิญปัญหา โดยเฉพาะนายกฯ ที่จะต้องเจอคดี ชิมไปบ่นไป ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในรัฐบาล แต่หากเลือกยุบสภา และรักษาการณ์ต่อไป หากประชาชนเลือกกลับเข้ามาใหม่ แต่กลุ่มพันธมิตรอาจจะไม่ยอม แต่การชุมนุมครั้งใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือแนวทางลาออก แต่รัฐธรรมนูญยังคงอยู่ และ ส.ส.ยังมีจำนวนเท่าเดิม มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่ในพรรคร่วมรัฐบาล และเป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน แต่จะเลือกทางออกไหนก็สุดแต่รัฐบาลจะตัดสินใจ” นายคำนูณกล่าว

“สมศักดิ์” จับมือป่วนพันธมิตรฯ ได้นับร้อย - แฉ “เสนาะ” จ้างหัวละ 2 พัน

    วันที่ 31 ส.ค. เวลาประมาณ 10.35 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวทีบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า การที่ประชาชนมาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะพวกเรามีความเป็นวีรชนในตนเอง ถ้าเป็นผู้ชายคงจะเป็นชาวบ้านบางระจัน และถ้าเป็นผู้หญิงคงจะได้แบบอย่างจากท้าวสุรนารี โดยพี่น้องที่เป็นการ์ดของพวกทำงานกันเหนื่อยมากและฉลาดมาก โดยที่ผ่านมาเราสามารถจับคนที่มาแทรกซึมเฉพาะวันนี้ได้กว่า 120 คน และในนั้นก็มีตำรวจด้วย แต่เราก็ไมได้ทำอะไร แค่สอบสวนแล้วปล่อยตัวไป ซึ่งไม่อยากให้เรากลัวเพราะถ้าเขามารังแกเราประชาชนสามารถปกป้องตนเองได้
      
       ทั้งนี้ อยากจะขอชมเชิญพี่น้องที่มาจากสระแก้วกว่า 86 คน โดยบอกกับพวกเราว่านายเสนาะให้มาคนละ 2,000 บาท และมีการกล่าวหาพวกเราด้วย แต่เมื่อชาวสระแก้วที่มาเห็นและเจอการชุมนุมของเราแล้วเขาก็ประทับใจ ซึ่งจะกล่าวหาว่าเขาหลอกเอาเงินของเสนาะก็ไม่ใช่ แต่เสนาะมากกว่าที่หลอกพวกเขา โดยที่สนามหลวงก็เช่นกัน มีการหลอกให้ชาวบ้านเขามาซึ่งตอนนี้มีประมาณ 5 พันคน และที่รัฐสภาอีกประมาณ 1 พันคน
      
       สำหรับการที่ นปก.ขู่ว่าจะมาหาเรานั้น ไม่อยากให้พวกเรากลัวคนพวกนี้ เพราะมาทีไรมันก็เจ็บตัวกลับไปทุกที ซึ่งถ้าแน่จริงก็ให้เขามา และเราจะไปรับพวกเขาตอนตี 2 ที่สะพานมัฆวานฯทันที ซึ่งขณะนี้เราจะหวังพึ่งรัฐบาลไม่ได้เพราะเขาก็เลวด้วย และคนเลวก็อยู่ด้วยความเลว โดยผมไม่เคยหวังกับคนพวกนี้เลย แต่เราต้องหวังแต่ประชาชนเท่านั้น
      
       “นี่เป็นการต่อสู้ของคนไทยผู้รักชาติทุกระดับ ไม่ใช่แค่ชนชั้นกลาง มีตั้งแต่กรรมกร ชาวไร่นา เชื้อพระวงศ์ เราเป็นคนไทยอย่าแบ่งแยก เราแยกแต่ชั่วกับดีเท่านั้น และผมก็ชื่นชมมากกับการช่วยเหลือ และความดีที่ทำกันมา โดยวันที่แล้วขอทีวีไปวันนี้ก็ได้มาถึง 70 เครื่อง แต่ผมก็เกรงใจ แต่ถ้ามี 30 เครื่องก็คงจะดี เพราะ พี่น้องจะได้ดูทั่วถึง และทีวีของเราจะให้ดูแต่เอเอสทีวีเท่านั้น เราไม่ใช้เผด็จการแต่เราต้องการบริหารการจัดการให้เป้นเอกภาพ และพันธมิตรจะต้องไม่บิดไปช่องอื่นๆ ถ้าใครเปลี่ยนต้อง ขอให้สังเกตให้ดี” นายสมศักดิ์กล่าว
      
       นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในยามสงครามแบบนี้สิ่งที่เราควรมี คือ ทุน ปัญญา และเอกภาพ ทั้งในด้านความคิดและการกระทำ โดยความสามัคคีในการทำภาระกิจที่จะต้องปฏิบัติร่วมกันนั้นเมื่อมีสิ่งเหล่าน ี้ก็จะสำเร็จได้ ซึ่งการที่พี่น้องในที่นี่ต้องคอยฟังผู้นำ แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเผด็จการ แต่เพื่อการที่ดำเนินการไปในทางเดียวกัน เพื่อให้สงครามครั้งนี้ง่าย และจบได้รวดเร็วขึ้นด้วย
      
       “ถ้าเรามีสามอย่างนี้ประเทศจะเจริญ บริหารบริษัทก็เจริญ วันนี้ประเทศเราไม่เจริญเพราะมีนักการเมืองที่งี่เง่า เห็นแก่ตัว แก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะอยู่นาน เราจึงต้องมาไล่พวกโกงแผ่นดินทรยศชาติ” นายสมศักดิ์กล่าว
      
       สำหรับฝ่ายตำรวจที่กุมบังเหียนใหญ่อยู่ขณะนี้ และเป็นคนสั่งการตำรวนใจทุกเรื่อง พวกเราคงจะรู้ว่าเขาเป็นใคร และเขาเป็นพวกเดียวกันกับใคร ซึ่งการที่นายสมัครตั้งเขามาก็เพราะเหตุนี้ โดยอยากให้จับตาที่ รองผู้การสันติบาล พ.ต.อ.เพิ่มพูล ชิดชอบ ซึ่งเป็นน้องชายนายเนวิน ชิดชอบ และคนพวกนี้มีแต่แผลครอบครัวของเขา อย่างเนวิน และเมีย รวมถึงนายชัยเอง ก็โกงที่ดินรถไฟ ซึ่งคนชั่วเหล่านี้เราไม่ต้องกลัว และต้องทำให้บ้านเมืองรับรู้
      
       “รัฐบาลนี้แปลกของไม่โกงไม่ให้ แต่โกงกลับให้ ผมจะรอจนกว่า คนพวกนี้จะติดคุก ผมเป็นหนี้การรถไฟ ซึ่งมาจากพระปิยะ แต่คนพวกนี้ทรยศ ทำให้เราต้องจัดการมัน และอยากบอกว่าคนชั่วอยู่ไม่นาน อนาคตมันจะจบอย่างที่เห็น เราต้องจัดการให้หมดเพื่อความเจริญรุ่งเรื่องของประเทศ” นายสมศักดิ์กล่าว
      
       นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การที่นายสมัครบอกว่าถึงตนในรายการเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และหาว่าตนใส่หนวดเคราอยากบอกว่าตนไม่ได้ใส่ “ผมไม่มีของปลอม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้หอกหัก คนที่พูดกับผมเรื่องหนวดเครามักจะหมดอำนาจทุกคน โดยการที่สมัครอ้างว่ามาด้วยความถูกต้อง ทั้งที่การเลือกตั้งเป็นการโกงมาและไม่เป็นประชาธิปไตย และยิ่งการกล่าวหาว่า เราเอากฎหมายอะไรมารองรับการชุมนุมนั้น ต้องขอบอกว่าประชาชนทุกคนจะมีสิทธิ์เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ”
      
       นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการบางพวกอย่าง นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ซึ่งคิดว่าเก่งแล้วออกมากล่าวหาและตำหนิพวกเราในเรื่องการชุมนุม โดยคนคนนี้แหละที่ไปประกันตัว “ดา ตอร์ปิโด” ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และนักวิชาการพวกนี้จบด็อกเตอร์มาได้อย่างไร เพราะยังไม่รู้เลยว่าประชาธิปไตยคืออะไร
      
       “มันเรียนด็อกเตอร์มายังไม่รู้เลยว่าประชาธิปไตย.คืออะไร นักวิชาการคนนี้เบบี้ทางการเมือง เป็นพวกซ้ายทารกไร้เดี้ยงสา อำนาจและอธิไตยเป็นของประชาชน แต่มันกลับบอกว่าทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้มันจะจบดอกเตอร์ได้เหรอ พระพุทธเจ้ายังบอกเลยว่า อย่าไปเชื่อว่าเขามีดีกรีอะไร คนพวกนี้ต้องอบรมสั่งสอน ดังนั้น การที่สมัครบอกว่าไม่มีกฏหมายใดรองรับ ก็รัฐธรรมนูญ กฎหมายใดขัดจะใช้ไม่ได้ สมัครนั้นแหละที่ทำผิด รธน.ไม่มีสิทธิ์จะเป็นนายกแล้ว แต่เขายังหน้าด้านอยู่ รัฐบาลโดนยึดศูนย์กลางคือทำเนียบรัฐบาล ถ้าเป็นที่อื่นเขาลาออกไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้เราเหลืออีกนิดเดี่ยวจะถึงเส้นชัย และขอให้ความดีคุ้มครองพี่น้องที่อยู่ที่นี่ และคนที่ต่างจังหวัดก็อยากให้ออกมามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน เพราะคับที่ทนได้ครับใจทนอยาก” นายสมศักดิ์กล่าว