++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหา-ชีวิต-สังคม-รัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหา-ชีวิต-สังคม-รัก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550

การนำปิ่นโตไปถวายพระ ต่างกับการตักบาตรที่หน้าบ้านอย่างไร?


รูปแบบที่มองเห็นนั้นต่างกัน
ลงแรง เดินทางต่างกัน
ใช้เวลาทั้งหมดไม่เท่ากัน
ทั้ง 2 อย่าง น่าจะต่างกัน


แต่ที่จริงแล้ว เหมือนกัน เพราะเป็นการถวายถัตตาหารเช่นกัน
การไปตีความถึงรูปแบบวิธีการที่ต่างกันนั้น เป็นการมองที่เหตุ
แต่มองที่ผลแล้ว ได้ผลเช่นกัน




วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2550

พื้นที่ข่าวสารที่ถูกยื้อแย่งไป : การเมืองเรื่องยุบพรรค - วันวิสาขบูชา - วันงดสูบบุหรี่โลก


31 พ.ค.2550 เป็นวันวิสาขบูชา และตรงกับวันงดสูบบุหรี่โลกอีกด้วย
แต่ 30 พ.ค.2550 มีการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคการเมือง
พรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค
และกรรมการ บริหารพรรค 111 คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง


ข่าวทีวี เล่นข่าวนี้ ทั้งวิเคราะห์ วิจารณ์ แตกประเด็นข่าวเกี่ยวกับ ไทยรักไทยอย่างมาก

ความจริงแล้ว มีข่าวงานวิสาขบูชา และงานวันงดสูบบุหรี่โลกเหมือนกัน
แต่ดูเวลาในการนำเสนอในทีวี
ข่าวการเมืองข่าวยุบพรรค มีช่วงเวลาในการนำเสนอมากกว่า
ถูกพูดถึงมากกว่า


ที่จริงแล้ว หลายคนไม่ได้ใส่ใจข่าวยุบพรรคมากนัก
บางคนโล่งใจที่พรรคนั้นถูกยุบ
บางคนเสียใจ แต่ก็ ยอมรับคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ


หลายคนฟังข่าว ดูข่าวแล้ว ก็ออกไปทำงาน ทำภาระกิจประจำวันตามปกติ
ปล่อยวางได้แล้ว

แต่สื่อยังคงเกาะติดข่าว เกาะติด สถานการณ์อย่างเข้มข้น
ทำให้ข่าวการเมือง แย่งความสำคัญของวันวิสาขบูชาไป
การเมืองแย่งความสำคัญของหลายเรื่องมากเกินไปแล้ว


สื่อทำให้การเมืองผูกติดกับ ชีวิตของคนไทยมากขึ้น
ทั้งที่หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องผูกติด ติดตามมากถึงขนาดนั้น












Technorati : , , , , , , ,

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2550

แขน ขา เทียม ส่งต่อก็ได้บุญแล้วค่ะ

เรียน พี่ๆ น้องๆ และ เพื่อนที่เคารพ กรุณาอ่านเพื่อร่วมทำบุญกุศล และช่วยบอกต่อด้วยนะค่ะ
ได้ ทราบจากคุณวุฒิวงศ์ผู้เป็นเจ้าของบริษัท วงศ์ธนาวุฒิ จำกัดว่าได้ ร่วมกับเพื่อนๆ ประดิษฐ์ขาเทียมสําหรับผู้พิการขาขาดตั้งแต่เหนือ เข่า โดยเป็นเพียงรายเดียวที่สามารถประดิษฐ์ขาเทียมให้ผู้ที่สวม สามารถงอขานั่งพับเพียบและเดินได้เช่นคนปกติ ทําให้ผู้พิการ ทุกคนที่ต้องการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการนี้

คุณวุฒิวงศ์ไม่ต้อง การรับเงินบริจาคแต่อย่างใดเพียงแต่ต้องการความช่วยเหลือ โดยหากท่านพบ ผู้พิการในถิ่นห่างไกลที่ต้องการขาเทียมโปรดช่วยจดชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ให้แก่คุณวุฒิวงศ์โดยตรงที่โทรศัพท์ 081-847- 9374 ขออนุโมทนาใคามเมตตาของทุกท่าน สาธ...สาธุ...สาธุขอผลบุญที่พวกท่านได้ กระทำในวันนี้ จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว อยู่เย็นเป็นสุข และ มีความสุขตลอดไป

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ข้อสังเกต เมื่อแฟนหนุ่มเริ่มนอกใจ

สำหรับคู่รักที่คบกันมานาน แฟนหนุ่มไม่ค่อยที่จะซื้อของมาฝากแฟนสาว
แต่จู่ๆวันหนึ่ง ซื้อของมาให้อย่างผิดปกติ
แฟนสาวอาจจะดีใจ ที่แฟนหนุ่มกลับมาเอาใจใส่ เธอ
..หลังจากที่ลืมไปนาน

แต่ถ้าไม่สังเกต ไม่สะกิดใจ แล้ว อาจจะเสียใจในภายหลัง
ในรายการ Lonely love ทาง ASTV 3 บอกว่า
เมื่อแฟนหนุ่ม แอบปันใจไปมีกิ๊กใหม่ หรือ แฟนใหม่อย่างลับๆ
เมื่อซื้อของให้กิ๊กใหม่ แล้วเกิดรู้สึกผิด
เลยไปซื้อของฝากให้แฟนคนปัจจุบันด้วย เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

หากวันหนึ่ง แฟนหนุ่มทำอะไรผิดไปจากเดิม สาวๆต้องหมั่นสังเกตแล้วล่ะ

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ทำเรื่องให้ยุ่งยาก จากเรื่องไม่เป็นเรื่อง

บางเรื่องที่เกิดขึ้น หากเอาหูไปนา เอาตาไปไร่เสียบ้าง โลกนี้คงจะสุขสงบมากขึ้น
มีเรื่องเล็กๆ ขี้ปะติ๋วหลายเรื่อง ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ จากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องนี่เอง
ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องขึ้นมาด้วยซ้ำ

หากพิจารณาให้ดีๆ
หากเรื่องนั้น ไม่ได้สร้างความเสียหาย เสื่อมเสีย เดือดร้อนมากมาย
แค่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจเท่านั้น
แค่รำคาญใจเท่านั้น

มีคนเผลอมาเหยียบเท้า โดยไม่ตั้งใจ
เผลอมาเดินชนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำให้สิ่งของที่ถือมา ตกหล่น เสียหาย
เผลอทำแก้วกาแฟ หดรดเสื้อคุณ จากการเดินมาชนคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ
ฯลฯ

หากเจ้าคิดเจ้าแค้น เรียกร้อง ทวงสิทธิ์
เรียกค่าเสียหาย เสียเวลา
เจอหน้าทีไร ก็เรียกร้อง ติดตามทวงโวยวายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น
จากเรื่องเล็กน้อย จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อคนอื่นที่รับรู้ นำไปพูดต่อ
ขยายความ วิพากษ์วิจารณ์ จนทั้งสองฝ่าย ยอมความกันไม่ได้
ทั้งๆที่เป็นเรื่องแค่ การเหยียบเท้า เผลอมาเดินชน และกาแฟหดรดเสื้อ

เมื่อเรื่องใหญ่ขึ้น ยอมกันไม่ได้ เพราะต่างยึดถือศักดิ์ศรี
จึงต้องเสียเวลาคิด แค้น เครียด เสียสุขภาพจิตจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง

หากเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วเพียงนี้ ไม่คุ้มค่าในการนำมาคิดให้รกสมอง
ควรเอาเวลาไปคิดเรื่องที่สำคัญมากกว่า

ความจริง มองหาสาเหตุที่แท้จริง ปัญหามันอยู่ตรงไหน
แก้ไขให้ตรงจุดก็เท่านั้น

แต่คนเรามักจะยืดถือศักดิ์ศรี ความเป็นตัวตนของตนมากเกินไป
จนมองข้ามปัญหาที่แท้จริง
เรื่องเล็กเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างช่วยไม่ได้

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ผล Entrance กับความคิดของเด็กไทย ที่ยังคงคิดแค่เปลือกนอกเท่านั้น

ข่าวการประกาศผลสอบ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาล ทำเอาเด็กหลายคนทั้งสมหวัง และผิดหวังไปตามๆกัน

ที่ผิดหวัง มีทั้งสอบไม่ติด และที่สอบติด แต่ได้มหาวิทยาลัย หรือ คณะที่เลือกเผื่อไว้

หลายคนมุ่งหวังที่จะได้เรียน จุฬา แต่สอบติดมหาวิทยาลัยอื่น เลยผิดหวัง บางคนถึงขั้นฆ่าตัวตาย เพราะไม่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยในฝัน

แบบนี้ แสดงให้เห็นว่า เด็กไทยยังคงคิดแค่เปลือกนอก ยังไม่สนใจเนื้อใน
สอบติดวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ฝันเอาไว้ ก็ตั้งความหวังที่จะเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่ฝันไว้ให้ได้

ทั้งเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยยังคงคิดแค่เปลือกเท่านั้น ไม่ได้เข้าถึงเนื้อแท้เลย

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เราจะต้องรักเขา......แค่ไหน?

มีปัญหาคาใจของสาวน้อยคนหนึ่ง
เธอกำลังตัดสินใจที่จะรักผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังเรียนชั้นมัธยมปลาย เหมือนกับเธอ
เธอรู้สึกว่า เขาใช่เลย
ปัญหามีว่า
เธอควรจะรักเขา....แค่ไหน?

ถ้ารักมากไป ก็กลัวจะถูกหลอก กลัวเสียใจ
ถ้าน้อยเกินไป ก็กลัวว่า เธอไม่สนใจเขา ไม่มีใจให้กับเขา
แล้วจะรักแค่ไหนดีล่ะ

เออ....
ก่อนที่จะหาคำตอบว่า แค่ไหน?
ควรจะค้นหาคำตอบให้แน่ใจ มั่นใจก่อนว่า
เขารักเราหรือเปล่า รักจริงหรือรักคั่นเวลา
รัก หรือ หลง
หรือเขาไม่ได้คิดอะไรเลย คบกันเป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น


ถ้าค้นหาคำตอบได้
รู้และมั่นใจว่า เขาก็รัก
รักจริงๆ.....

ถึงตอนนั้น คงไม่ต้องให้ใครบอกแล้วล่ะว่า
จะต้องรักเขาแค่ไหนนะ
เพราะหัวใจของคุณจะให้คำตอบคุณเอง......

5 เหตุผลที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้

1 ความเครียดในแต่ละวัน

2 ดูโทรทัศน์นานๆๆ

3 เที่ยวกับแฟน

4 ไม่ยอมนอน

5 สิ่งแวดล้อมภายในบ้านทำให้อ้วน

ที่มา http://learners.in.th/blog/yuye-trun/31006

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

10 บุคคลิก หญิงที่ควรเลือกเป็น ภรรยา

นักจิตวิทยาครอบครัวแนะนำให้มองหา 10 บุคลิก เหล่านี้ในตัวผู้หญิงคนที่คุณเริ่มให้ความสนใจ ซึ่งจะนำมาซึ่งความรื่นรมย์ในชีวิตแต่งงาน

รื่นรมย์ #10 เป็นตัวของตัวเอง

ค วรพิจารณาคู่ครองที่มี ความเชื่อมั่นในตัวเองพอสมควร เพราะถ้าคุณตัดสินใจจะมีคู่ชีวิตสักคนแล้วต้องดูแลอีกฝ่ายเหมือนตัวเองเป็น พี่เลี้ยงเด็กอ่อน ตลอดเวลา ความรักที่มีอาจแปรเป็นความรู้สึกเหนื่อยล้าได้ แต่ถ้าจะมีบ้างเป็นบางครั้งที่เธอจะมาขอซบไหล่เพื่อร้องไห้ ก็เป็นเรื่องปกติ ตรงกันข้าม หากคู่ครองมี ความเป็นตัวของตัวเองสุดกู่ เชื่อมั่นในบุคลิกภาพและความเห็นของตัวเองมากเกินไป ชีวิตคู่อาจแตกหักได้ง่าย น่าจะพิจารณาคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองพอสมควร อยู่ได้ด้วยตัวเองทั้งฐานะการเงินและวุฒิทางอารมณ์ ถึงอยู่ห่างกันบ้างก็สามารถมีความสุขกับชีวิตโดยที่ยังคิดถึงกันและกัน

รื่นรมย์ #9 มีสติปัญญา

ผ ู้หญิงที่สวยอย่างเดียว เมื่ออายุมากขึ้น มักแก่แล้วแก่เลย ต่างจากผู้หญิงที่มีสมองแต่อาจจะสวยน้อยหน่อย ผู้หญิงลักษณะนี้มักมีอะไรใหม่ๆ เบื้องหลังดวงตาช่างคิดให้ผู้ชายค้นหาอยู่เสมอ เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็นของน่าเบื่อหน่ายง่ายๆ

รื่นรมย์ #8 การมีเซ็กซ์

ค วรมีรสนิยมที่ไปด้วยกันได้ เช่น ถ้าคุณมีรสนิยมแบบชื่นชอบความเจ็บปวด แต่คู่ครองนิยมความนิ่มนวล ปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ คนจะเป็นคู่ชีวิตกันควรมีรสนิยมใกล้เคียงกัน อย่างน้อยเธออาจยินดีสวมชั้นในชุดหนังและถือแส้ได้บ้างเป็นบางครั้ง ความรื่นรมย์ข้อนี้ไม่จำเป็นที่ผู้หญิงต้องรู้ทุกซอกทุกมุมที่จะทำให้ฝ่ายชา ยมีความสุข เพียงแต่ในเรื่องเซ็กซ์ระหว่างคุณสองคน ควรมีจุดที่ดึงดูดใจซึ่งกันและกันบ้าง และสามารถพูดคุยปรึกษากันได้ว่าชอบและไม่ชอบอะไร

รื่นรมย์ #7 ความสวย

ค วามสวยขึ้นอยู่กับมุมมองและทัศนคติของแต่ละบุคคล คนสวยของคุณอาจไม่สวยในสายตาคนอื่นก็ไม่เป็นไร เพราะคนที่เธอจะร่วมชีวิตด้วยคือคุณ คนอื่นไม่ได้มาร่วมชีวิตกับคุณด้วย

รื่นรมย์ #6 ความนับถือ

ค ู่ชีวิตควรมีความเคารพนับถือในตัวคุณ หมายถึงเธอยินดีรับฟังความคิด แม้ว่าอาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ยังยินดีฟังไว้ก่อน รวมทั้งไม่ดูถูกดูแคลนบุคลิกภาพของคุณทั้งในด้านนิสัยแม้แต่ด้านสรีระ คู่ครองที่ดีจะไม่ฉีกหน้าคุณต่อหน้าเพื่อน หรือครอบครัวของคุณ แต่จะรอจนกว่าจะกลับมาคุยกันในที่ส่วนตัวเงียบๆ ผู้หญิงที่มีความเคารพนับถือในตัวสามี จะมีกิริยาน่ายกย่องและใจเย็นพอในหลายสถานการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

รื่นรมย์ #5 ยอมให้สนุกแบบผู้ชาย

เ ธอยินดีให้คุณสนุกแบบที่ผู้ชายสนุกกัน เช่น ยินดีให้คุณชวนเพื่อนสนิทมาร่วมนั่งเฮฮาเชียร์การถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมโปรดที่ บ้าน พร้อมกับเตรียมแซนด์วิช หรือของขบเคี้ยวให้ตามสมควร คู่ชีวิตควรเข้าใจถึงความสนใจที่แตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ยอมให้สามีเป็นตัวของตัวเอง เหมือนกับที่ผู้ชายควรเข้าใจเมื่อผู้หญิงต้องการเวลาออกไปชอปปิงกับเพื่อนสน ิทของเธอ

รื่นรมย์ #4 อย่าหาเรื่องจับผิด

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า 'การหาเรื่องจับผิด' ห ญิงที่จะเป็นคู่ชีวิตที่ดีมักรู้ว่าสถานการณ์นี้จะทำให้ชีวิตครอบครัวหมดสิ้ นซึ่งความสุข และเลือกวิธีทำสงครามได้ฉลาดกว่านี้ เธอจะรู้ว่าเมื่อใดควรพูด เมื่อใดควรปล่อยให้มันผ่านไป แต่ถ้าสามีออกไปตะลอนนอกบ้านตลอดทั้งคืนโดยไม่โทรศัพท์บอกภรรยาสักคำ อย่างนี้ก็อย่าหวังว่าภรรยาแสนดีคนใดจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปโดยไม่ไต่ สวน

รื่นรมย์ #3 เข้ากับครอบครัวและเพื่อนได้

ค ู่ครองที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยงานในครัวแม่สามี แต่ยังฟังเรื่องสัพเพเหระที่พ่อสามีคุยให้ฟังได้ด้วย และออกไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนสามีได้ในยามที่เขาขอร้อง นี่แสดงให้เห็นว่าเธอพยายามทำความรู้จักและรักบุคคลที่มีความสำคัญในชีวิตขอ งสามี และไม่พยายามดึงสามีออกจากเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเขา

รื่นรมย์ #2 เธอรักคุณ

ห ากคุณพบผู้หญิงซึ่งรักคุณอย่างตัวตนที่คุณเป็นจริงๆ คุณควรถนอมเธอเอาไว้ หายากผู้หญิงซึ่งไม่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวคนที่เธอรัก อีกวิธีหนึ่งที่จะดูว่าเธอรักคุณจริงๆ หรือไม่ คือ สังเกตวิธีที่เธอมองและปฏิบัติต่อคุณทุกๆ วัน ถ้าเวลาที่คุณไปเจอหน้าเธอ แล้วไม่ได้ทำให้เธอดูดีใจ เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของคุณ เธออาจยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับคุณ เธอเห็นคุณเป็นเพียงผู้ชายทั่วไป แต่ถ้าเสียงโทรศัพท์จากคุณทำให้เธอตื่นเต้นดีใจ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าเธอรักคุณ

รื่นรมย์ #1 เธอทำให้คุณอยากทำตัวดีขึ้นกว่าเดิม

ผ ู้ชายซึ่งมีแฟนสาว หรือภรรยาที่ดีเลิศมักจะพูดกันติดปาก ว่าพวกเธอทำให้เขาอยากทำตัวให้ดีขึ้นกว่าเก่ากันทั้งนั้นทั้งๆ ที่พวกเธอไม่ได้เอ่ยปากขอหรือทำอะไรทั้งสิ้น

ที่มา http://learners.in.th/blog/VRT/30902

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

บทกวเตือนสติี แด่ ผู้แสวงหาจตุคามฯ

ไยมายึด สิ่งนี้ ไม่ยึดธรรม. คลื่นศรัทธา มหาชน มาล้นวัด
ใช่มาเพื่อ สัมผัส คำสั่งสอน
ที่วนเวียน เพียรมาหรือ คือขอทอน
กับอ้อนวอน ขอเลขเด็ด เสร็จสมใจ

ด้านวัตถุ มงคล ก็ล้นเมือง
เศษโลหะ เศษกระเบื้อง เฟื่องไสว
หล่อเป็นองค์ เอี่ยมอ่อง อรทัย
ชนคลั่งไคล้ หลงใหล เสียยิ่งนัก

หวังอยู่ยง คงกระพัน นั้นร้อยชาติ
สมหมายมาด ฝันใฝ่ ใจสมัคร
ยศและลาภ ล้นเหลือ เหนือพลพรรค
มีคนรัก กว้างขวาง รอบข้างกาย

โอม ! นะโม พุทธพาณิชย์ ธุรกิจพระ
เป็นสีลัพ- พัตตะ น่าเบื่อหน่าย
เหลืออะไร จีรัง หลังความตาย
สัตว์ทั้งหลาย ตระหนักมอง ตรองให้ดี

ความสำเร็จ ที่มี วันนี้นั้น
ก็เพราะเรา ทำมัน อย่างเต็มที่
ใช่ได้มา เพราะเว้าวอน อ้อนวจี
ไยมายึด สิ่งนี้ ไม่ยึดธรรม.

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2550

ทัวร์ทำดี ตอน : ทำดีง่ายๆ ด้วยการ"ถ่ายรูป" บ้านราชวิถี

วันนี้แวะไปเยี่ยมเยียนน้องๆ ที่บ้านเด็กหญิงราชวิถี บ้านเด็กหญิงราชวิถี นี้ เป็นสถานอุปการะให้ที่พักพิง ให้การศึกษา อบรมเลี้ยงดู เด็กหญิงกำพร้า เด็กที่ครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เด็กที่ประสบปัญหาถูกกระทำชำเรา กระทำทารุณ Abuse ต่างๆ ภายในบ้านฯ นอกจากจะมีบ้านพักแก่เด็กๆ แล้ว ยังมีโรงเรียนสอนเด็กๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง ป.5 จบ ป.5ที่นี่ ก็จะสามารถออกไปเรียนโรงเรียนข้างนอกได้

บ ้านราชวิถีจะดูแลส่งเสียเลี้ยงดูจนกว่าเด็กจะเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ และพยายามสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กได้เรียนต่อจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเลยทีเดี ยว แต่อุปสรรคขวางการเรียนส่วนใหญ่ นอกเหนือจากที่เด็กไม่อยากเรียนเองแล้ว คือ "ครอบครัว" ของเด็ก มาขอรับเด็กกลับไปช่วยทำงาน เมื่อเด็กโตแล้ว เด็กก็อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว ก็เลยทำให้ไม่ได้เรียนต่อ

แล้ววัฎจักรชีวิตเดิมๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ณ จุดนี้


วันนี้ที่นั่นเขามีกิจกรรม "ยายหลานประสานใจ" ซึ่งเป็นโครงการที่มีทุกปี เป็นการพบกันครั้งสำคัญ ของผู้สูงอายุยากไร้ ไม่มีลูกหลาน (ลูกหลานไม่เลี้ยงดู) จากสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมาร(หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จ.นครปฐม และ ถานสงเคราะห์คนชราหลวงพ่อลำใย จ.กาญจนบุรี กับน้องๆ จากบ้านเด็กหญิงราชวิถี เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน และไปเที่ยวนอกสถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไป "วัด"

ต อนไปพบคุณย่าคุณยาย และน้องๆ จะเห็นเขาเดินจูงมือกันเป็นคู่ๆ จับเป็นเหมือน Buddy ดูแลกัน ป้อนข้าว จูงเดิน พูดคุยกัน ตามประสา หลายคู่ก็จะคุยกัน กอดกัน เสมือนว่าเป็นยายหลานกันจริงๆ เห็นแล้วก็อดที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไม่ได้ ปรากฎว่า เป็นที่ชื่นชอบของบรรดายายหลานกันยกใหญ่ โดยเฉพาะเด็ กๆ ชอบถ่ายรูปกันมากทีเดียว พอถ่ายให้คู่นึง อีกคู่นึกก็อยากถ่ายบ้าง ก็เลยเกิดไอเดียว่า ถ่ายให้ครบทุกคู่ แล้วจะอัดภาพส่งไปให้ทั้งยาย และหลาน ที่สถานสงเคราะห์ภายหลัง ไม่ต้องเดา ก็คงจะรู้ว่า น้องๆ ยายๆ แกคงไม่ค่อยมี หรือไม่มีรูปเลย ถ้ามีเอาไว้ดูเล่นบ้างคงจะดี เสียดาย ห้องที่พวกยายๆ หลานๆ นั่งอยู่มันมืดๆ ต้องเปิดแฟลช ภาพเลยสีประหลาดๆ ไม่สวยอย่างใจเลย เสียดายจัง

อันที่จริงเวลาที่เราทำอะไร แล้วทำให้คน "ยิ้มแย้มแจ่มใส" ขึ้นมาได้ มันก็น่าจะเรียกว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง

ถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะห์ต่างๆ นอกเหนือจากไปอาสาช่วยงาน หรือไปบริจาคเงินแล้ว ลองเอามุกนี้ไปใช้ดูนะจ๊ะ

จริงๆ วันนี้ตั้งใจว่าจะมาเยี่ยมบ้านราชวิถีที่เดียว แต่ขามา นั่งรถผ่าน "มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย" ซึ่งก็อยู่เยื้องๆ บ้านราชวิถีไป ไม่ไกลมาก เลยลองเดินๆๆ ฝ่าแดดไป เผื่อได้ข้อมูลดีๆ

ท ี่มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ เขาเน้นเปิดรับอาสาสมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาสาอัดเสียง และอาสาติวหนังสือ คือมาสอนการบ้านน้องๆตาบอดที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1-ม.6 ตอนเย็นๆ ที่มูลนิธิ นอกจากนี้ยังมี อาสาพิมพ์งาน คือพิมพ์หนังสือแบบเรียนต่างๆ แต่ต้องใช้โปรแกรม CW-สุขุม ซึ่งเป็นโปรแกรมพิมพ์งานที่สามารถแปลงไปเป็นอักษรเบล
สนใจโทรไปปรึกษาการขอโปรแกรมและวิธีใช้ติดต่อ ศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด (ที่อยู่ด้านล่างสุดๆ)

คุยๆอยู่ กับอาจารย์ที่มูลนิธิ ก็มีซิสเตอร์ ที่ดูแล "ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน" เ ดินเข้ามาในห้อง เลยถือโอกาสถามซิสเตอร์เลยว่า ที่ศูนย์เปิดรับอาสาสมัครและความช่วยเหลืออะไรบ้างไหม ซึ่งคำตอบที่ได้ ก็เหมือนกันคือ อยากได้อาสาอัดเสียง อ่านหนังสือ ใส่เทป-ซีดี ให้คนตาบอดฟัง

เท่านี้ยังไม่พอ อยู่ๆ ก็มีหนุ่มน้อย2 คน (คนปกติ ไม่ได้พิการ) เดินเข้ามา บอกว่ากำลังทำ โปรเจคจบ จะทำ "หนังสือกลิ่นสำหรับคนตาบอด" ว่าแล้วก็หยิบหนังสือตัวอย่าง เป็นรูปดอกไม้นูนๆ มีกลิ่น แต่ละหน้า ก็เป็นดอกและกลิ่นต่างๆ กันไป เขามาปรึกษาเพื่อจะทำอักษรเบล กำกับ บอกชื่อดอกไม้ เป็นหนังสือที่น่าสนุก ไม่เฉพาะสำหรับคนตาบอด ว่ามั๊ย?

เ มื่อเราเดินก้าวออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ถ้าใส่ใจกับสิ่งรอบๆ ข้าง ลองเดินออกนอกเส้นทางบ้าง (แต่ไม่นอกลู่นอกทาง) มันก็มักจะพาเราไปเจอเรื่องดีดีที่น่าแปลกใจ วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยใช้ได้ แต่ก็สนุกมากๆ วันหนึ่ง ทำให้ 1 วันในชีวิต ดูคุ้มค่า


- - - - - - - - - - - - -

ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับผู้สนใจ

บ้านราชวิถี

ที่อยู่ 255 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
โทร 0 2354 7484 แฟกซ์ 0 2354 7485
www.rajvithihome.org

กิจกรรมทำดีที่ทำได้
อาสาสมัคร ช่วยสอน มี2 ระดับ
ระดับสอนจริงจัง จำเป็นต้องมีเวลาทุ่มเทสอน ในวันธรรมดา แบ่งเป็น2 เทอมเหมือนกับโรงเรียนทั่วไป พ.ค.- ก.ค. และ พ.ย - มี.ค.

สอนระดับสมัครเล่น อาจมาช่วยสอนการบ้านตอนเย็นๆ หรือมาติววิชาต่างๆ หรือสอนประดิษฐ์สิ่งของ สอนศิลปะ ทำกิจกรรมพัฒนาจิตใจและบุคคลิกภาพ (อันหลังนี้ ต้องการอย่างแรง)

บริจาคเงิน สนับสนุนเป็นค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการศึกษาเด็กๆ
ชื่อบัญชี "มูลนิธิอนุเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี" เลขที่ 021-1-08821-8
ถ้าโอนเงินแล้ว กรุณาแฟกซ์ใบโอนเข้ามาด้วยที่ 0-2354-7485(ขอสัญญาณ) เพื่อมูลนิธิจะได้ส่งใบเสร็จรับเงินไปให้


วิธีเดินทาง
บ ้านราชวิถี อยู่ภายในบริเวณ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) อยู่บริเวณช่วงต้น-ปลาย สะพานข้ามแยกตึกชัย อยู่หัวมุมถนน ราชวิถี ช่วงที่ตัดกับถนนสวรรคโลก ที่มีทางรถไฟพาดผ่าน อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลประสาท
แผนที่

รถเมล์ที่จอดหน้า บ้านราชวิถีเลย มีสาย 12 / 18 / 28 / 108 / ปอ.10 / ปอ. 16 / ปอ. 542 / ปอพ.4
ส ามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าBTS ลงสถานีอนุสาวรีย์แล้วเดินมาต่อรถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง เข้าไปถนนราชวิถี ลงป้ายไหนถามกระเป๋ารถเมล์อาจจะชัวร์กว่า ฝั่งที่รถจอดจะอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านราชวิถี



- - - - - - - - - - -

สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมาร หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์
ที่อยู่ 25 หมู่ 3 ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 73120
โทร.034-338412, 034-265209

สถานสงเคราะห์คนชรา หลวงพ่อลำใย
(ไม่มีข้อมูล)

- - - - - - - - - -

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
ที่อยู่ 420 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทร 0-2354-8365-71 แฟกซ์ 0-2354-8369
www.blind.or.th

ต้องการอาสาช่วยสอนหนังสือ ติวหนังสือเด็ก ม.1-ม.6 ตอนเย็นๆ
ต้องการอาสาอัดเสียง อ่านหนังสือ ลงเทป หรือซีดี

- - - - - - - - - -

ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน

42/126 หมู่ที่ 5 ซอยศรีเสถียร ถนนเพชรเกษม ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210
โทร 0-2429-0856, 0-2812-6246 แฟกซ์ 0-2812-5233
www.blind.or.th

ต้องการอาสาอัดเสียง อ่านหนังสือ ลงเทป หรือซีดี
หรือถ้าแวะไปแถวนั้น แวะพัก "นวดแผนไทยโบราณ" 8 โมงเช้า - 5โมงเย็น (หยุดทุกวันที่ 1 ของเดือน) หรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์คนตาบอดก็ได้


- - - - - - - - - -

ศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

78/2 ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทรศัพท์ 0-2583-7327, 0-2583-2533

ที่มา http://learners.in.th/blog/variety/29118

P


เมื่อความตั้งใจจริงถูกมองในแง่ลบ : การเขียนบันทึกใน blog ที่มองกันคนละมุม

มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งอยู่ในส่วนภูมิภาค มีแนวคิดที่จะเผยแพร่เรื่องราวการทำงาน เพื่อเป็นวิทยาทานความรู้ แหล่งข้อมูลค้นคว้า เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้เป็นแบบอย่าง เป็นที่รู้จักกับบุคคลผู้สนใจทั่วไป ..

โดยการสมัครสร้าง blog และเขียนบันทึกใน blog ซึ่งเจ้าหน้าที่ท่านนั้นได้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ใส่รูปถ่ายตัวเอง ที่อยู่ รายละเอียดต่างๆ ใน blog ที่เป็นชุมชนที่เปิดเผย



แรกเริ่มเขียนบันทึกเผยแพร่ด้วยความตั้งใจที่ดี เขียนไปหลายบันทึก เวลาผ่านไป มีผู้สนใจเข้ามาค้นพบ รวมทั้งบุคลากรในสังกัดเดียวกัน เลยถูกกังขาว่า คนเขียนบันทึกคนนั้น คงมีผลประโยชน์ หวังสร้างภาพ สร้างผลงานให้ตัวเองแน่ๆ

เวรจริงๆ
มีความคิดเลวๆ อีกแล้ว


การเขียนบันทึกที่ต้องการที่จะสร้างชื่อเสียง สร้างผลงานนั้น ดูไม่ยาก จากเนื้อหาของบันทึกนั่นเอง หากเนื้อหาเป็นไปในทิศทางที่ยกย่องตัวผู้เขียนบันทึกเอง ในทำนองว่า หากไม่มีตัวเขา ไม่ใช่เพราะเขา ทุกสิ่งที่เขียนมา คงไม่เกิดได้ แถมยังระบุอย่างชัดเจน... ซึ่งเหมือนกับผลงานของผู้แทนราษฎร นักการเมืองต่างๆ ที่มักจะใส่ชื่อ-สกุล ติดไว้ในสาธารณูปโภค สิ่งก่อสร้าง ถนน สะพาน ที่ตนเองผลักดัน และมีการติดป้ายระบุชื่อไว้ว่า ผลงานนี้ เกิดจากการผลักดันของ ส.ส..... แม้แต่ ศาลาริมทาง ก็จะมีชื่อของนักการเมืองติดไว้

การเขียนบันทึกนั้น มีหลายลักษณะ มีทั้งลักษณะการบอกเล่าเรื่องราวสู่กันฟัง ทั้งเรื่องราวของคนอื่น และเรื่องราวของตัวเอง การเล่าเรื่องราวของคนอื่น เปรียบเหมือนกับผู้สื่อข่าวที่บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ของคนอื่นสู่สาธารณะ ในกรณีนี้ไม่เห็นมีใครมองว่า นักข่าวคนนั้น สร้างภาพ สร้างผลงานให้ตัวเอง....

อาจเพราะ นั่นคือหน้าที่ของเขา และทุกคนก็ยอมรับว่า นักข่าวเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวที่เป็นข่าวนั้นให้หลายคนได้รับรู้

กรณีเจ้าหน้าที่สังกัดกรมพัฒนาที่ดิน มาเขียนบันทึกใน blog แห่งหนึ่ง แล้วมีผู้มองว่า ต้องการสร้างภาพให้ตัวเอง มีผลประโยชน์แอบแฝง...

..มันเป็นการมองแบบคนใจแคบ..
...มองตัวเองเป็นหลัก...
... เพราะความคิดที่คับแคบของผู้มองนั่นเอง ซึ่งผู้มองมีความคิดแบบนี้อยู่ในหัวสมองอย่างฝังแน่น
...คนที่ไม่มีความคิดที่จะสร้างภาพ มีความจริงใจย่อมไม่คิดเช่นนั้น
คนที่คิดแบบไหน ลึกๆแล้ว ย่อมเป็นคนแบบนั้น

ผู้ที่มีมุมมองแบบนั้น ขี้อิจฉา กลัวคนอื่นจะได้หน้ามากกว่าตัวเอง

เฮ้อ เมืองไทย....

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2550

ข้อควรคำนึงถึงการถูสบู่ และการทาสบู่

เคยได้ยินไหมครับ การทาสบู่ และถูสบู่
คุณชอบ ทา หรือ ถูมากกว่ากัน

หยิบประเด็นนี้ มาจากรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ที่ออกอากาศทาง ASTV News1 ในเช้าวันที่ 20 เม.ย. 2550



การทาสบู่ คือ การอาบน้ำ ตักน้ำราดตัว แล้วเอาสบู่มาทาถู แล้วตักน้ำราดทันที เหมือนทาเสร็จแล้วล้างเลย

การถูสบู่ คือ ถูแล้วปล่อยไว้ 2-3 นาที ให้สบู่มันกัดเหงื่อ ไคลออกจากร่างกาย แล้วจึงค่อยเอาน้ำล้างออก

เด็กยุคใหม่ ที่อาบน้ำผักบัว ตอนถูสบู่ก็เปิดน้ำไปด้วย ทาสบู่ไปด้วย สบู่ที่ทาลงไปยังไม่ทันได้กัดเหงื่อไคล ออกจากร่างกาย ก็ถูกล้างไปพร้อมกับน้ำผักบัวที่เปิดไปพร้อมการทาสบู่ในเวลาเดียวกันนั้นด้วย

คนที่จะใส่บาตร ไม่ถอดรองเท้าได้หรือไม่ เพราะถอดยาก

เวลาที่พระเดินมาบิณฑบาตร มักจะไม่สวมรองเท้า เดินเท้าเปล่า เหมือนการให้ความเคารพต่อคนที่ใส่บาตร
สำหรับคนที่ใส่บาตรนั้น ต้องถอดรองเท้า
หากไม่ถอด ถือว่า ไม่เคารพ



สำหรับคนที่ใส่รองเท้าผูกเชือก หรือรองเท้าที่ถอดออกยาก ควรที่จะถอดออก ไม่ควรยึดถือความสบายส่วนตัว
เพราะการใส่บาตร ต้องมีอาการนอบน้อม ให้ความเคารพ

การไม่ถอดรองเท้า เสมือนไม่เคารพ
เหมือนกับการใส่บาตร จะโยนสำรับอาหารให้ลงบาตรอย่างไรก็ได้ ซึ่งเป็นการไม่เคารพอย่างยิ่ง

พระถอดรองเท้ารับบาตร และคนใส่บาตร ถอดรองเท้าขณะใส่บาตร ถือเป็นการให้ความเคารพต่อกัน

จตุคามรามเทพกับแฟชั่นของคนไทย

กระแสของจตุคามรามเทพที่ยังคงเป็นที่ต้องการของหลายคน จากวัตถุมงคลที่วันนี้ กลายเป็นพุทธพาณิชย์ไปเสียแล้ว

มีกระแสข่าวว่า แม่ค้าขายข้าวแกงที่นครศรีธรรมราชบางราย หันมาขายจตุคามฯ แทนข้าวแกง เพราะเมื่อคิดถึงรายรับที่ได้ ขาวข้าวแกงตลอดทั้งปีได้เงินมาเท่าไหร่ แต่ขายจตุคามฯ เพียงไม่กี่องค์ ได้กำไรมากมายหลายเท่าตัว



มีประเด็นที่น่าสังเกตเกี่ยวกับการห้อยองค์จตุคามฯ ที่นำไปเข้ากรอบมาแล้ว

ปกติ เวลาที่หลายคนห้อยพระที่คอ จะใส่ไว้ในเสื้อ แต่เวลาห้อยจตุคามฯ จะห้อยไว้นอกเสื้อ คล้องให้คนอื่นมองเห็นว่า ฉันมีจตุคามฯ นะ

เหมือนเป็นแฟชั่นที่จะต้องเอามาอวดกันยังไงยังงั้น


จะทำอย่างไรกับพระ กะเทย ที่อยู่ในวัด

กรณีนี้ ย่อมทำให้ญาติโยมรู้สึกหมดศรัทธาต่อพุทธศาสนามากพอสมควร
ถ้าชาวบ้านรู้ ชาวบ้านย่อมไม่เข้าวัด เพราะรับไม่ได้
ชาวบ้านไม่ศรัทธา และไม่ทำบุญด้วย
ย่อมทำให้พระกะเทยนั้นอยู่ไม่ได่

ทุกอย่างจะลงโทษโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

อันที่จริง พระธรรมวินัยให้บวชไม่ได้ ถึงพระกระเทยมาแอบบวช วันหนึ่งก็อยู่ไม่ได้

หยิบประเด็นนี้ มาจากรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ที่ออกอากาศทาง ASTV News1 ในเช้าวันที่ 20 เม.ย. 2550

ปัญหาเด็กผู้หญิง 2 คน อายุ 14 ปี ทั้งขี้เกียจ + ดื้อ + ชอบดูทีวี จะแก้นิสัยอย่างไร

ในประเด็นนี้ ในมุมมองจากรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ที่ออกอากาศทาง ASTV News1 ในเช้าวันที่ 20 เม.ย. 2550
ที่ว่า มีเด็กหญิง 2 คน อายุ 14 ปี เป็นคนขี้เกียจ ดื้อ และชอบดูทีวี
ถ้าโง่ด้วย ก็คงต้องปล่อยให้เค้าเป็นไปตามธรรมชาติเถอะ เพราะคงจะสั่งสอนได้ยาก

การแก้ไขนั้น อาจจะแก้ยากมากๆ นอกจากรอให้แก่ตายไปเอง

แต่หากอยากจะแก้ไขจริงๆ อย่าใจอ่อน
ต้องใจแข็ง มีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน

ไม่ต้องหุงข้าวให้
ไม่ต้องซักผ้าให้
ไม่ต้องปูที่นอนให้
ไม่ต้องให้เงินใช้
เขาจะเอ็ดตะโรก็ปล่อยเขาไป

เมื่อเขาเกิดหิว เกิดความต้องการแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง เขาจะพยายามทำเอง

มองต่างมุม ความตั้งใจและการเขียนบันทึกในแนวทางของตัวเอง

หยิบมาจากความคิดเห็นในบันทึก
ผมอ่านบันทึกใน blog ของคุณแล้ว ผมจะได้สาระอะไรบ้างล่ะ”

การที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น บางที อาจเหมือนกับการทะเลาะเบาะแว้งกัน ความจริงนั้น เหมือนดั่งการปรับทัศนคติให้เข้าใจกันมากขึ้น

มี 5 Comment จากผู้ที่ติดตาม Zickr เข้าไปให้ความเห็นไว้ ในทัศนะและมุมมองที่ได้รับนั้น
เคารพและยอมรับอยู่แล้ว แต่มีบางประเด็นที่อยากจะชี้แจง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้เขียน 5 Comment
อาจจะไม่เห็นด้วย หรือขัดแย้งก็ได้เช่นกันครับ

แต่นี่ คือความจริงที่คนเขียนยอมรับ ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจใครต่อใครก็ได้

"Zickr ไม่ใช่สถานที่โปรโมท blog นะ
เห็นคุณไปโพสแต่ละทีเหมือนอยากให้คนเข้ามาอ่าน blog อย่างเดียว"

ความจริงแล้ว ตั้งใจให้เป็นอีก 1 ช่องทางในการค้นพบข้อมูลเท่านั้นเองครับ
เมื่อตรวจสอบสถิติผู้ชมใน Zickr ก้ไม่ได้มากมายอะไรเลย
แต่ที่ยังคงนำหัวข้อไปโพสต์ เพราะยังมีคนที่คลิกเข้ามาอ่านเรื่อยๆ แม้จะมีจำนวนน้อย
แต่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้อ่านครับ
แม้ว่า ผู้ดูแล คนที่ยึดถือในแนวทางของ Zickr อย่างมั่นคง จะไม่เห็น ไม่ชอบและโหวตลบ แต่
ก็ยังคงให้ทางเลือกสำหรับคนอ่านกลุ่มเล็กๆต่อไป

การนำไปใช้จริงได้หรือไม่ หลายเรื่องความสำคัญอยู่ที่การแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ
ในกลุ่มเล็กๆที่เข้ามาอ่าน มีการสอบถาม แลกเปลียน ติดต่อกันเป็นการส่วนตัว มีการให้ข้อมูล ข้อคิด เพิ่มเติม
ซึ่งใน blog เล็กๆ คนจุดตะเกียง จะมีส่วนlabels ของการเรียนรู้, สุขภาพ วิธีคิด นั่นเป็นบทความที่ให้ความรู้ รายละเอียดเพิ่มเติมจากประเด็นที่คุยและเกิดความเห็นที่หลากหลาย เรื่องใหม่ๆที่แตกออกไปครับ



สาระ และหัวใจสำคัญจริงๆ อยู่ในส่วนนี้
แต่อาจเป็นเพราะ ความสามารถในการถ่ายทอด เขียนบันทึก ยังไม่ดีพอครับ เลยไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่มีสาระได้ทั้งหมดครับ

"ส่วน blog หน้าที่รวมรูป หรือเรื่องน่าสนใจของคุณก็มี แต่ทำไมไม่มีคนโหวต คุณต้องลองสำรวจตัวเองก่อนนะ
ไม่ใช่อยากจะได้แต่ page view อย่างเดียว"

ถ้าดูที่ page view เทียบกับ blog หรือเวบอื่นๆนั้น ถือว่า เล็กน้อยมากๆครับ ที่ทำเพราะคนกลุ่มเล็กๆจริงๆ
หน้ารวมรูป อาจเป็นรูปภาพเฉพาะท้องถิ่น สำหรับคนชนบทที่ไปทำงานไกลบ้านแล้ว ภาพถ่ายจากบ้านที่ได้เห็น มีความหมายต่อชีวิตของพวกเขามากมาย มันคือ ความผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิด จะเห็นว่า ทำไมถึงพยายามไปถ่ายรูปมาหลายรูป ทั้งๆที่ ถ้าดูจำนวนคนดูแล้ว มีน้อยมาก ไม่คุ้มกันเลย

blog นี้ ไม่ได้ทำเพื่อต้องการ page view นะครับ แต่ทำเพื่อคนบ้านเดียวกัน คนชนบท ที่อาจจะเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ซึ่งอยากให้พวกเขาได้ค้นพบ

เมื่อค้นพบแล้ว พวกเขาติดต่อกลับมา เหมือนดังญาติพี่น้อง เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานมาเจอกัน เกิดความปิติยินดีในแบบคนลูกทุ่งครับ นี่คือ หัวใจสำคัญที่ blog นี้ ยังมีบันทึกออกมาเรื่อยๆ แม้ว่า สถิติที่ปรากฏใน Zickr จะมีจำนวนน้อยมาก หรือมีการ โหวตลบอยู่บ่อยๆ ซึ่งผมไม่ได้สนใจในส่วนนั้น สนใจในส่วนที่คนต่างจังหวัดจะได้ค้นพบรูปภาพ และบันทึกจากคนบ้านเดียวกันมากกว่าครับ

page view ไม่มีความหมายเลยครับ มันกินไม่ได้ มันไม่ได้เข้าไปอยู่ใจหัวใจ
ความรัก ความผูกพันจากคนบ้านเดียวกัน ซึ่งมีจำนวนน้อยนั้น มีความหมายอย่างยิ่งนะครับ


"เพราะถ้าทุกคนคิดว่าถ้าเขียน blog แล้วต้องหาที่โปรโมท ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำ spam"

ในมุมมองของท่านอาจจะคิดว่า คือการ spam แต่สถิติที่ได้ และการโหวตลบ แต่ยังคงมีหัวข้อปรากฏอยู่ คือ การสะท้อนถึงความตั้งใจที่อยากจะให้คนบ้านเดียวกันได้รู้จัก blog แห่งนี้เท่านั้นเองครับ

หากคุณคิดว่า นี่เป็นการ spam เพื่อ page view หรือ โปรโมท ก็แล้วแต่จะคิดนะครับ
หากดูจากความเป็นจริง จำนวนหัวข้อที่นำไปใส่ใน Zickr มีจำนวนน้อยกว่า จำนวนบันทึกที่ post ทั้งหมด
หาก จะ spam ก็คงจะนำทุกหัวข้อไป post ใน zickr ตลอดเวลา

ถ้าจะลองเปรียบเทียบจำนวนบันทึกของเดือนเม.ย.กับหัวข้อที่ post ใน zickr ของเดือน เม.ย.ดูสิครับ
ว่า มีจำนวนแตกต่างกันอย่างไร

http://onknow.blogspot.com/2007_04_01_archive.html

http://zickr.com/user/bonlight
"ผมอ่านบทความของคุณ มันก็มีสาระ หรือบทความนอกเรื่องบ้างปนๆกันไป มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น คือถ้าคุณโพสที่ zickr บทความดีๆ เดี๋ยวคนก็ติดตามเองครับ แต่คุณสังเกตมั้ยครับว่าที่คุณโพสๆมาทำไมคนโหวตลบ"


"โหวตลบในความหมายผมคือคุณทำผิด concept เวบ ยิ่งคุณโพสมากเท่าไหร่ ผมคนนึงล่ะที่จะคอยโหวตลบเพื่อให้คุณรู้สึกตัวว่า เออ มันผิด concept แล้วนะ"

การโหวตลบนั้น ผมไม่ได้ติดใจครับ แต่อยากทราบเหตุผลที่เขียนว่า
"นี่มันไดอารี่รึเปล่า...
แล้วผมจะได้ประโยชน์อะไรกับบทความนี้ครับ"
ก็เท่านั้นเองครับ เลยพยายามเขียนให้ตรงไปตรงมา อาจจะแรงบ้าง
เพราะคุณเห็นหัวข้อจาก blog นี้ คุณก็โหวตลบทันที แต่ไม่ค่อยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันมากนัก เพราะคุณคงไม่อยากจะแลกเปลียนเพื่อทำความรู้จักกันเลยละก็คงไม่รู้เหตุผลว่า ประโยชน์ที่จะได้รับจริงๆ คือ จากการแลกเปลียนความเห็นกันนี่เอง ซึ่งที่แลกเปลี่ยนกับคนกลุ่มเล็กที่ตามอ่านไม่กี่คน สาระที่ได้กลับเป็นสิ่งที่ปรากฏใน labels จำนวนมากมายกว่า บันทึกที่ปรากฏนั่นเองครับ ซึ่งได้จากการค้นหาข้อมูลเพิ่มเพื่อตอบข้อสงสัยของคนที่ถามมานั่นเองครับ


อาจจะเป็นเพราะความสามารถในการสื่อสารของผมมีปัญหาด้วยครับ

"ผมตรงไปตรงมาครับ และก็ไม่อยากขัดแย้งกับใคร และผมก็งงๆด้วยว่า คุณเขียนบทความนี้ไปลงที่ zickr อีกทำไม...คำถามเดิมอีกแหละครับ
ตอนนี้ผมอ่านแล้วตีความแล้วนะครับว่า คุณกำลัง "ติผม" ทางอ้อมใช่มั้ยครับ?"

ที่เขียนบทความนี้ออกมา ก็อยากสื่อให้รู้ว่า ผมคิดแบบนี้นะ คุณคิดอย่างไร อาจจะมองว่า "ติคุณ" ก้ได้นะครับ เหมือนที่คณบอกว่า

"นี่มันไดอารี่รึเปล่า...
แล้วผมจะได้ประโยชน์อะไรกับบทความนี้ครับ"

ผมเห็นแล้ว ก็ตีความว่า เมื่อถามว่า ได้ประโยชน์อะไร ก็แสดงว่า มันไม่มีประโยชน์ คือ ไม่มีสาระเสียเลย
แล้วบอกว่า จะคอยโหวตลบ ก็แสดงว่า แต่ละเรื่องมันไม่มีสาระเลย ผมก็ตีความเช่นที่เห็นนี่เองครับ

แต่เมื่อเข้าใจผิด หรือตีความผิด เพราะคิดได้ตื้นๆอย่างที่คุณเห็น ผมก็ขอกราบอภัยด้วยนะครับที่เข้าใจคุณผิดไป

ในส่วนของบันทึกที่ได้แนะนำว่า ควรจะเขียนแนวไหนจึงจะเหมาะสมกับการ post ที่ zickr
ผมลำบากใจเหมือนกัน อาจเพราะความรู้ ความถนัดก็คงจะเขียนได้อย่างที่คุณโหวตลบนนั่นเองครับ
เมื่อบันทึกต่างๆ มันไม่ค่อยจะเหมาะสม ผมก็คงหยุดที่จะ post หัวข้อต่างๆใน zickr ในสัปดาห์หน้า
ก็เท่านั้นเองครับ คุณและอีกหลายท่านจะได้ไม่ต้องรู้สึกหงุดหงิด ที่จะต้องสละเวลามาคอยโหวตลบ
อยู่บ่อยๆครับ

แต่น่าเสียดายครับ ที่พอได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำความรู้ีัจักกับคุณแล้ว ก็ต้องกล่าวลาเสียแล้ว
ด้วยความยอมรับในสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างที่คุณๆได้ระบุมา ถึง "ตัวอย่าง entry ที่ไม่เหมาะกับการนำไปโพสที่ Zickr"
นั่นเองครับ

ขอบคุณครับและสวัสดีครับ

ด้วยความคารวะ
คนจุดตะเกียง

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2550

สีสันแห่งรัก รักแบบฮิสทีเรีย

แฟนสาวอายุมากกว่าแฟนหนุ่มถึง 5 ปี แม้ว่าแฟนหนุ่มจะชอบเอาแต่ใจ เอะอะโวยวาย ด่าทอ แต่แฟนสาวก็รัก

เมื่อรู้ว่าเขาเป็นฮิสทีเรีย ก็อยากให้เขาไปหาหมอ เพื่อรักษาให้บรรเทาเบาบางลง

เมื่อวาน หนุ่มน้อย หงุดหงิด โวยวาย พูดหยาบๆแรงๆใส่แฟนสาว ในแบบที่นึกไม่ถึงว่าจะกล้าพูดออกมา จนไม่อาจเรียกเขาว่า สุภาพบุรุษได้อีกต่อไป

บางทีการที่บอกว่า เขาเป็นฮิสทีเรีย ดูจะเป็นเกราะป้องกันความไม่เป็นสุภาพบุรุษของเขา

เวลาที่คู่รัก คู่สามี-ภรรยา ทะเลาะตบตีกัน ไม่เคยมีใครชี้บอกว่า คนนั้นเป็นฮิสทีเรีย
แต่มันคือพฤติกรรมของเค้านั้นเอง

เวลาที่อยู่ในห้วงแห่งรัก เมื่ออีกฝ่ายทำอะไรที่ไม่เข้าท่า เรามักจะได้ยิน คำแก้ตัวที่ฟังดูดีอยู่เสมอ แต่เมื่อยามหมดรัก สิ่งที่พูดออกมา คือ ความจริง ไม่มีคำพูดเสกสรรปั้นแต่งที่ฟังดูเพราะหูให้ได้ยินเช่นเคย

เมื่อรู้ตัวเอง ควรตั้งใจมั่น รักษาเยียวยาให้บรรเทาเบาบางลง ด้วยอายุและวัยขนาดแฟนหนุ่ม ถือว่าบรรลุนิติภาวะ เป็นหลักชัยของหลายคนได้แล้ว

การทำตัวไม่สมวัย เป็นหลักให้แฟนสาวไม่ได้เลย นึกแล้วก็อายเด้กที่มีอายุน้อยกว่าเขาถึง 5 ปี , 7 ปี ที่ดูแลให้ความอบอุ่นแก่คนรักได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

แฟนหนุ่มเอะอะโวยวาย ให้แฟนสาวกลุ้มใจ เสียใจบ่อยๆ แม้จะดูเป็นสีสันแห่งรัก
แต่สำหรับหลายคนแล้ว ดูๆไป ไม่เข้าท่าครับ



ข้อมูลเพิ่มเติม
[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2542]

ฮิสทีเรีย

อมรากุล อินโอชานนท์


เราคงเคยคุ้นหูกับคำว่า ฮิสทีเรียมาบ้างนะคะ แต่ยังมีหลายคนที่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่มาก โดยเข้าใจกันว่า คนที่เป็นฮิสทีเรียคือ คนที่มีความต้องการทางเพศสูง

แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ เรามาเข้าใจคนพวกนี้ให้ถูกต้องดีกว่า

พูดง่าย ๆ เลยนะคะ คำว่า ฮิสทีเรียมีอยู่สองแบบค่ะ แบบหนึ่งเป็น โรคประสาทฮิสทีเรีย อีกแบบหนึ่ง คือ บุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย ซึ่งอาจพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

จะพูดถึงคนที่มีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียก่อนนะคะ คนพวกนี้จะเป็นคนที่มีลีลา ท่าทางและมีการแสดงออกมากจนเหมือนเล่นละคร อาจมีทีท่าชายหูชายตา เชิญชวนรวยจริตและยั่วยวน เป็นลักษณะที่แสดงออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจ เหมือนจะเชิญชวนทอดสะพาน ให้เพศตรงข้าม ทำให้มักเข้าใจผิดว่า มีความปรารถนาทางเพศสูง ทั้ง ๆ ที่อาจมีความบกพร่องในด้าน ความรู้สึกทางเพศด้วยซ้ำ คนที่มีบุคลิกภาพแบบนี้จะมีความเป็นเด็กสูง ชอบเรียกร้องความสนใจอยู่เรื่อย ๆ จึงมีการแสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างมาก

ที่จริงคนเหล่านี้เป็นคนที่น่าเห็นอกเห็นใจค่ะ ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะขาดความรักในช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องการอย่างมากจึงทำให้โหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีความรักก็จะไม่รู้จักพอเหมือนกับถมเท่าไรก็ไม่เต็มสักที แต่เป็นความต้องการในเรื่องความรักนะคะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของความใคร่อย่างที่ใคร ๆ คิดกัน

ดังนั้น ถ้าเจอใครสักคนที่มีท่าทางรวยจริต เสมือนจะเชิญชวนก็อย่าไปเอาเปรียบเขานะคะ ให้ความเมตตาและเห็นอกเห็นใจเขาดีกว่า และปฏิบัติกับเขาเหมือนกับที่ทำกับคนอื่นๆ ทั่ว ๆ ไปค่ะ

ส่วนโรคประสาทฮิสทีเรียมีอยู่สองแบบ

แบบแรก เรียกว่า คอนเวอร์ชัน รีแอคชั่น (conversion reaction) คนที่เป็นเวลามีความเครียด กังวลใจ หรือเกิดความขัดแย้งในจิตใจมาก ๆ จะเกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหวหรือการรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ชาที่แขนและขา พูดไม่มีเสียง พูดไม่ได้ ตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ซึ่งเป็นอาการที่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย หรือทางระบบประสาทแต่อย่างใด

แบบที่สอง เรียกว่า ดีสโซซิเอทีฟ (dissociative type) เช่น สูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจจนไม่ต้องการรับรู้ จำชื่อตัวเองไม่ได้ จำเวลา สถานที่ บุคคลไม่ได้ โดยไม่ได้เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง หรือมีบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม


ยกตัวอย่าง จากคนสุภาพเรียบร้อยก็กลายเป็นคนชอบ เฟลี้ด หรือดุดันเหี้ยมเกรียม พวกที่มีอาการผีเข้า ทรงเจ้าเข้าทรง ก็จัดเป็นโรคประสาทฮิสทีเรียประเภทนี้เช่นกัน แต่พวกที่แกล้งทำ ไม่ว่าจะแกล้งทำเพื่อจุดมุ่งหมายใดก็ตาม ไม่เกี่ยวกับโรคประสาทฮิสทีเรียนะคะ

ก็ทราบเกี่ยวกับเรื่องฮิสทีเรียกันพอสมควร ต่อจากนี้ไปเราคงไม่เข้าใจผิด และไม่เหมารวมว่าคนที่เป็นฮิสทีเรีย คือ คนที่มีความต้องการทางเพศสูง หรือหาว่าเป็นคนที่มักมากในกามอีกแล้วนะคะ และก็อย่าลืมให้ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจพวกเขาด้วยค่ะ

อมรากุล อินโอชานนท์
กรมสุขภาพจิต

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2550

เอกสารหาย "ไม่" ต้องแจ้งความ

ต่อไปนี้ หากเอกสารสำคัญที่ทางราชการออกให้หาย ไม่ต้องไปแจ้งความอีกแล้ว
........ แต่สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ดังนี้....
--->>...1 ) บัตรประชาฃน เจ้าของบัตรสามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านตัวจริงไปทำบัตรใหม่ได้เลย

--->>... 2 ) สำเนาทะเบียนบ้าน ให้เจ้าบ้าน หรือ พู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของบ้าน ไปดำเนินการทำใหม่ได้เลย ___ ( แต่กรณีมอบอำนาจ "ต้อง" มีหนังสือมอบอำนาจ )

--->>...3 ) ใบขับขี่ นำบัตรประชาชนไปทำใหม่ได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือ สำนักงานย่อย โดยไม่ต้องสอบใบขับขี่ใหม่ หากเป็นใบขีบขี่ตลอดชีพ ก็จะได้ตลอดชีพเหมือนเดิม

--- >>...4 ) บัตรประกันสังคม และ ใบรับรองสิทธิรักษาพยาบาล นำบัตรประชาชนไปขอทำมีบัตรใหม่ได้ที่สำนักประกันสังคม หรือ ติดต่อผ่านฝ่ายบุคคลของบริษัท

--->> ...5 ) บัตรผู้เสียภาษี นำบัตรประชาขนและสำเนาทะเบียนบ้านไปขำทำบัตรใหม่ได้ที่ สำนักงานสรรพพี้นที่ของตน

-___ หรือ สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ===>> 02 - 246 - 1196 - 9 ...ต่อ...410..