++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อย่าหนีปัญหา...


อย่าหนีปัญหา...
ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะหนักหนาสาหัสเพียงใหน
เพราะถึงแม้ว่าจะหนีไปไกลสักเท่าไหร่...
ปัญหาก็เหมือนเงื่อนปมที่รอคอยให้กลับไปคลี่คลาย...
ปัญหาไม่ใช่วัชพืช ที่ย่อยสลายไปกับผืนดินเมื่อถึงเวลา...
แต่เปรียบดังก้อนหิน วางอยู่อย่างนั้น...ตั้งอยู่อย่างนั้น...
รอคอยให้เรารวบรวมความกล้า ยกก้อนหินนั้นขึ้นมา...แล้วผลักออกไปจากเส้นทางชีวิต...

หลายคนเข้าใจผิด...
คิดว่าความกลัวเป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ให้โดนทำร้าย...ไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดพลาด...
แท้จริงแล้วไม่ใช่สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ต่างหาก
ที่เป็นเครื่องนำทางให้กับความคิด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามจำไว้เถิดว่า...ความกลัว...ไม่ได้ทำให้เข้มแข็งขึ้น...

Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.
"อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย"

ปัญหาเพื่อนบ้าน


ปุจฉา - กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาล กระผมมีเรื่องอยากขอคำชี้แนะครับ เนื่องจากไม่รู้ว่าเป็นกรรมหรืออย่างไรมีบ้านอยู่หลายหลังแต่ต้องเจอเพื่อนบ้านที่ไม่มีความเกรงใจ บ้างก็ชอบจอดรถกีดขวางทำให้เข้าออกลำบาก บ้างก็ชอบดื่มกินเปิดเพลงทำให้ก่อความน่ารำคาญ ทั้งที่ผมกับแฟนอยู่ด้วยความเกรงใจเพื่อนบ้านมากชอบอยู่อย่างเงียบๆ บางทีก็ทำให้เป็นทุกข์อย่างมากจะเข้าบ้านทีไรก็กลัวว่าวันนี้จะเจออะไรบ้าง(แต่ผมกับเพื่อนบ้านยังไม่เคยทะเลาะกันครับต่างคนต่างอยู่)หรืออาจจะเป็นเพราะผมกับแฟนชอบปฏิบัติธรรม ละเว้นสิ่งที่ไม่ดี จึงไม่ชอบความวุ่นวาย กะว่าจะซื้อบ้านอีกหลังก็กลัวเหลือเกินว่าจะเจอเข้าอีกและจะทุกข์หนักกว่าเดิมอีก ทุกวันนี้พยายามเข้าใจว่าทุกสิ่งอย่างจะให้เป็นไปอย่างใจเราทุกอย่างไม่ได้ แต่ก็อดน้อยใจไปไม่ได้ว่า ทำไมกระผมเป็นคนมีน้ำใจ ชอบทำบุญ เข้าวัดไม่เบียดเบียนใคร ทำไมต้องเจอแต่คนมาเบียดเบียน

พระไพศาล วิสาโล - การทำบุญนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรคาดหวังว่าทำบุญแล้วชีวิตจะมีแต่ความราบรื่น ถึงจะทำบุญมากมายเพียงใด ก็หนีความเจ็บป่วย ความพลัดพราก ความไม่สมหวัง และความตายไม่พ้น

ถ้าคุณตั้งความหวังว่าทำบุญแล้วชีวิตจะมีแต่ความสุขความเจริญ ไม่เจอปัญหาเลย คุณก็ตั้งจิตไว้ผิดแล้ว เพราะปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาล้วนเป็นธรรมดาโลก ขนาดพระพุทธเจ้าทรงเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ไม่เคยเบียดเบียนใคร แต่ก็ยังมีคนทำร้ายถึงขั้นหมายปองชีวิต
จะว่าไปแล้วปัญหาที่คุณเล่ามานั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โต หากคุณทำใจกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ เวลาเจอเกิดเหตุร้ายแรง อันเป็นธรรมดาโลก คุณจะทำอย่างไร

ไม่ลองคิดบ้างหรือว่า ปัญหาเพื่อนบ้านนั้นเป็นการบ้านที่ฝึกฝนใจให้คุณให้มีความอดทน รวมทั้งไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่มากระทบ จะว่าไปหากเพื่อนบ้านก่อปัญหาให้แก่คุณมากจริง ๆ ก็ควรไปคุยกับเขา ขอความร่วมมือจากเขา คุยกับเขาด้วยปิยวาจา และมีเมตตาต่อเขา ที่จริงหากคุณสานสัมพันธไมตรีกับเพื่อนบ้าน ด้วยการช่วยเหลือเจือจาน มีอะไรก็แบ่งปันกัน เวลาไปขอความร่วมมือจากเขา ก็จะได้การตอบสนองด้วยดี ทำบุญกับคนอื่นแล้ว อย่าลืมทำบุญกับเพื่อนบ้านด้วย

admin - ปัญหาลักษณะนี้เป็นปัญหาที่ถามกันบ่อย สามารถดูคำถามคล้าย ๆ กันได้จาก www.visalo.org

ที่มา http://www.facebook.com/visalo?fref=ts

ฝนที่ตกในระยะนี้


ฝนที่ตกในระยะนี้จะเป็นผลดีกับพืชที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตและไม้ผลที่อยู่ในระยะผลิดอกออกผล พร้อมช่วยลดการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด
จาก SMS Farmer Info by DTAC - 8 พ.ค.2556

รายการเล่าข่าวยามเช้า กับ ดีเจปลาพยูน 9.50-10.00 น. 12 พ.ค.2556


รายการเล่าข่าวยามเช้า กับ ดีเจปลาพยูน 9.50-10.00 น. 12 พ.ค.2556
ฟังออนไลน์คลื่้นแห่งมิตรภาพ FM 87.75 MHZ นนทบุึรี
-  เม้าข่าวเผ็ดๆ มันส์ๆ เรื่องลดค่าเงินบาท ยุคชวลิต
-  การที่นายกหัวเราะแอ่นหน้าแอ่นหลัง หงายเงิบ คือ ....
-  เมื่อนักแถถล่มศาล อ้างว่า ไม่ใช่ผู้พิพากษา...




วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำไม... ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ “นิ้วนาง”


ทำไม... ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ “นิ้วนาง”

ไม่ใช่แค่เพราะเราเรียกมันว่า ring fingerแน่ๆ
มันต้องมีความหมายมากกว่านั้น

ทดลองพิสูจน์ ความมหัศจรรย์ด้วยตัวเอง
ลองแบมือ 2 ข้าง ประกบเข้าหากัน (พนมมือ)
แล้วงอนิ้วกลางลงข้างใน
เอาหลังนิ้วกลาง ทั้ง 2 ข้างมาชนกัน
ทีนี้... นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง ชี้/ นาง ก้อย
ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน
ลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน
ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว
โดยที่ “นิ้วกลาง” ยังคงงอแตะกันอยู่
จะพบว่า... นิ้วชี้ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วโป้ง ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วก้อยก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ

แต่... “นิ้วนาง”
กลับปล่อยออกจากกันไม่ได้

นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของ
ตัวเอง มีสังคม, ครอบครัว ของตัวเอง
นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต"
ทีนี้ก็เหลือแค่ "คู่ชีวิต" แล้วล่ะ ที่จะอยู่กับเราไปจนแก่

" สะพานแห่งการปรุงแต่ง "




สะพานแห่งการปรุงแต่งนั้น
เปิดโอกาสให้ความทุกข์
สามารถบุกเข้ามาถึงกลางใจเราได้
ถ้าเรามีสติ ไม่ปรุงแต่ง ก็เหมือนเราชักสะพานขึ้น
ความทุกข์แม้มาจ่อตรงหน้า แต่ว่าเข้ามาถึงใจเราไม่ได้
เพราะไม่มีสะพานให้ข้าม ดังนั้นจึงทุกข์แต่กาย

เสียงดังระคายโสตประสาท
แต่ไม่ทำให้ทุกข์ใจ เพราะว่าสะพานถูกชักออกแล้ว
คือ การปรุงแต่งไม่เกิดขึ้น
ความทุกข์ไม่สามารถทะลุทะลวงมาทำร้ายจิตใจเราได้

การปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการเจริญสติ
มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนการชักสะพาน
ไม่ให้ความทุกข์เข้ามาถึงกลางใจ
มันจะหยุดแค่กายหรือผัสสะเท่านั้น

พระไพศาล วิสาโล

ที่มา http://www.facebook.com/visalo?fref=ts

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ปาล์มน้ำมันผลดกขึ้นด้วย


ปาล์มน้ำมันผลดกขึ้นด้วยปุ๋ยหน่อไม้, หน่อกล้วย3กก.+รำ 2กก.+พด.2 1ซอง +กากน้ำตาล20ลิตร หมัก 1 เดือนคนทุกอาทิตย์, ใช้ 1:50 ลิตร ราดโคนต้นทุกเดือน
จาก SMS Farmer Info by DTAC - 30 เม.ย.2556 - 14.25 น.

7 ข้อคิดในการทำงาน



1. จงอย่ากังวล
การที่เรามีความกังวลใจในการทำงานนั้นย่อมเป็นการลดคุณภาพของการทำงานและการคิดค้นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างแน่นอน
2. อย่างปล่อยให้ความกลัวครอบครองชีวิตคุณ
อย่าปล่อยให้ความกลัว มาทำให้ความกล้าที่จะคิดและแสดงออกในการทำงาน ปิดกั้นความคิดดี ๆ ของคุณ
3. อย่าปล่อยให้ความโกรธเปลี่ยนตัวตนของคุณ
ขณะที่คุณกำลังโกรธ เสมือนคุณกำลังปิดตาตัวเองแล้วเดินไปข้างหน้า คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร แต่คนรอบข้างคุณทุกคนก็เห็นมัน
4. อย่าเก็บปัญหาไว้ที่บ้านของคุณ
แม้คุณจะทำงานหนัก และมุ่งมั่นเท่าไร แต่การเอาความเครียจจากงานกลับมาคิดที่บ้าน ย่อมทำร้ายตัวคุณ และ คุณภาพงานที่ได้ก็จะแย่ลง
5. ปัญหาที่เจอ คือ ข้อสอบของชีวิต
ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรปัญหาและอุปสักย่อมมีด้วยกันทั้งนั้น วันและเวลาที่ผ่านไปจะเปลี่ยนคุณให้เป็นคนเก่งและเข้มแข็งขึ้น
6. อย่าแบกชีวิตของคนอื่นไว้บนบ่าของตัวเอง
คุณสามารถช่วยใครก็ได้เพราะนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จงอย่าเอาปัญหาและความทุกข์ของเขามาไว้บนบ่าของตัวเอง ไม่มีใครช่วยใครแก้ปัญหาได้นอกจากตัวเขาเอง
7. เริ่มต้นเป็นผู้รับ และ ผู้ให้ที่ดี
ในการทำงานนั้นเราไม่ใช่แค่ไปทำงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่เรายังต้องไปทำความรู้จักกับสังคม การเป็นผู้ให้ และ ผู้รับที่ดีจะทำให้ใคร ๆ รักและเคารพเราเสมอ

มุมมองของชีวิต


มุมมองของชีวิต
คนฉลาดย่อมไม่เคยคิดว่าคน อื่นโง่
และคนโง่มักคิดว่าตนเองฉลาด

คนที่ดูถูกคนอื่นว่าโง่
บาง ทีตัวเองอาจโง่ยิ่งกว่า
และมีแต่ละบุคคลประเภทนี้เท่านั้น
ที่มักถูกผู้ อื่นหลอกลวงอยู่เสมอ

สิ่งที่เราไม่ชอบ
บางครั้ง ... เราก็จำเป็น ต้องรู้
อย่าปิดกั้นตัวเองให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ชมชอบเลย
เพราะในโลก นี้สิ่งที่ทำร้ายเราได้ง่ายที่สุด ก็คือ สิ่งที่เราไม่ยอมรู้และไม่เคยเข้า ใจ

ชีวิตเป็นของเธอ
ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ
สองขาของเธอ จง ก้าวไปตามทางนั้น
ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ
เธอจะไปได้ดีเท่าที่เธอ ควรจะไป

หากอยากจะถามหาความจริงใจจากใครต่อใคร
ต้องเริ่มถามหาที่ ตัวเธอเองก่อนว่ามีความจริงใจเพียงพอหรือไม่

ชีวิต..ไม่เคยมีคำว่า สาย
หากก้าวหลงเดินทางผิด
ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
อาจจะช้ากว่า ที่ควรจะเป็นไป
แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก
จมลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที

อย่าพยายามยัดเยียดความสุข
หรือสิ่งที่เราคิดว่าดีให้กับใคร ต่อใคร
เพราะมันอาจจะกลับกลายเป็นความทุกข์
ทุกข์ทั้งผู้ให้ ทุกข์ทั้ง ผู้รับ

เคยถามตัวเองบ้างไหม
ว่าชีวิตต้องการอะไร ?
ถาม ... และ หาคำตอบให้แน่ใจ
และเข้าใจให้ถ่องแท้
เมื่อนั้น
เราจะก้าวต่อไปข้าว หน้าอย่างเชื่อมั่น และถูกทิศทางกว่าเดิม

โลกเรายังคงหมุนไปทุกวัน
หากวันนี้เราหยุดนิ่ง
พรุ่งนี้ .........
เราก็แทบวิ่งตามไม่ ทัน

ชีวิตที่มีคุณค่า
คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า
อย่า ปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย
มาเริ่มต้นสรรค์สร้างสิ่งดีดี ให้กับชีวิตของเราเถิด

อย่าไปคิดว่า
คนที่นั่งอยู่ในร่มไม้กลัวแสง แดด
อย่าไปคิดว่า
คนที่ฟุบหลับอยู่นั้นเป็นคนเกียจคร้าน
อย่าไปคิด ว่า
คนที่หกล้มเป็นคนอ่อนแอ
จงอย่าใช้เหตุผลของเธอ
ตัดสินความหมาย ในสิ่งที่เธอเห็น
โดยที่ไม่รับฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายหนึ่งให้ดีเสีย ก่อน