Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ไฟ 11 กอง
อันว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งมนุษย์ และเทวดา
ได้ถูกไฟ 11 กอง เผาอยู่เสมอ
เป็นเหตุให้ได้รับความทุกข์นานาประการ 11 กอง คือ
1.ราคะ ความกำหนัดชอบใจ อยากได้กามคุณ 5 มีรูปเป็นต้น
2.ไฟโทสะ คือ ความโกรธ มีความไม่พอใจเป็นลักษณะ
3.ไฟโมหะ ได้แก่ ความลุ่มหลงในรูป รส กลิ่น เสียง
โผฎฐัพพะ ลังเล ใจฟุ้งซ่าน ไปตามอารมณ์
4. ชาติ คือ ไฟแห่งความเกิดอันเป็นทุกข์
5. ชรา คือ ไฟแห่งความแก่อันเป็นทุกข์
6. มรณธ คือ ไฟแห่งความตายอันเป็นทุกข์
7. โสกะ คือ ไฟแห่งความเศร้าโศก
8. ปริเทวะ คือ ไฟบ่นเพ้อร่ำไร รำพัน
9. ทุกขัง คือ ไฟแห่งความทุกข์ลำบากกายใจ
10.โทมนัส คือ ไฟแห่งความเสียใจ
11.อุปายโส คือ ไฟแห่งความคับแค้นใจ
ไฟทั้ง 11 กองนี้แหละเผาลนสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ให้ต้องพากันงมงาย เวียนว่ายตายเกิด ได้รับทุกข์ต่างๆ
: หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
: วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่
คัดลอกจาก:
http://www.baanjomyut.com/10000sword/homily/09.html
วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เทคนิคการทำถั่วฝักยาวให้ตรงและกรอบนาน
เทคนิคการทำถั่วฝักยาวให้ตรงและกรอบนาน เพียงแช่ถั่วในน้ำละลายสารส้มนาน 10 นาที นำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วห่อด้วยกระดาษ ก่อนนำเข้าตู้เย็น
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 5 ธค 2555
ดาวโหลด "สู่จุดจบ"ของชาติไทย? (The Coming Collapse of Thailand)
"สู่จุดจบ"ของชาติไทย? (The Coming Collapse of Thailand) หนังสือที่ถูกทักษิณยึด เก็บออกจากแผงหมด ไม่มีวางขาย
แจกมาให้อ่านฟรี โดย ดร. ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำธนาคารโลก
http://www.mediafire.com/?7r8v52ggq7g5d72
การปลูกตะไคร้หอมรอบแปลงผัก
การปลูกตะไคร้หอมรอบแปลงผักและตัดใบออก 1 ซม ตีใบให้เกิดกลิ่นช่วงเย็นทุกวัน คือ เทคนิคในการป้องกันแมลงเข้าทำลายพืชผักได้เป็นอย่างดี
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 8 ธค 2555
กำจัดเห็บ-หมัดให้สุนัขหรือแมว
กำจัดเห็บ-หมัดให้สุนัขหรือแมว ใช้น้ำส้มควันไม้ 1ส่วน ผสมแชมพูอาบน้ำสัตว์ 2 ส่วน แล้วนำไปอาบให้สุนัข แมว ใช้ต่อเนื่อง เห็บ หมัดจะหายไป
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 8 ธค 2555
สูตรเด็ด อาหารเสริมปลา
สูตรเด็ด อาหารเสริมปลา ใช้ข้อไก่สด 50 กก. รำละเอียด 5 กก. เกลือ 1 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่เครื่องบดแล้วให้ปลาโตกินวันละ 2 มื้อ
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 9 ธค 2555
ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ภายใน 10 วัน
ปั่นมะระขี้นก (เอาเมล็ดออก) 3 ลูก+คึ่นฉ่าย 1 ต้น ดื่ม 1 แก้วก่อนทานอาหารเช้าเป็นประจำ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ภายใน 10 วัน
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 9 ธค 2555
วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555
กรณีปกคู่สร้างคู่สม กับการโปรยหัวหนังสือ ถ้าเจอ "พ่อ" ทีไหน ฉันจะถ่มน้ำลายรดทีนั่น
กลายเป็นกระแส ลบ ทันที สำหรับหน้าปกใหม่ ของ "คู่สร้าง คู่สม " ดังภาพ กับการโปรยหัว " ถ้าเจอ "พ่อ" ทีไหน ฉันจะถ่มน้ำลายรดทีนั่น"
ชาวเฟสบุค ที่เห็นภาพปก ก็ต้องสะดุดกับข้อความนี้ แล้วโพสประนาม ถามหาความรับผิดชอบทันที โดยที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเนื้อหาในเล่ม คงเนื่องมาจากกระแส นสพ.มติชน กับบทอาเศียรวาท
ลองมาอ่าน ข้อความ จากคนที่เิปิดอ่าน เนื้อหาในเล่มนี้ดูบ้าง
Tiamö Nunä คือ เป็นคำพูดของนักร้องดัง อเดล ( Adele) ที่คู่สร้างคู่สม ลงรายละเอียดของเธอนะค่ะ (เธอไม่ค่อยชอบพ่อเธอเท่าไร เพราะว่าทิ้งเธอไปตั้งแต่เธอยังเล็ก แต่กลับมาหาเธอตอนเธอมีชื่อเสียง แล้วก็เอาไปให้สำภาษณ์เกี่ยวกับตัวเธอกับนักข่าว แบบว่าเอาชื่อเสียงของเธอไปหากิน อะไรทำนองนี้นะค่ะ) นาว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นนะค่ะ เพราะในหนังสือคู่สร้างคู่สม ก็ลงบทความเกี่ยวกับในหลวง มาหลายสัปดาห์แล้ว อย่างเล่มนี้ก็ลง ต้นมะม่วงที่ในหลวงไปปลูกที่ ปากีสถาน ตัวคุณดำรงเองเท่าที่ทราบประวัติ ก็เทิดทูนสถาบันนะค่ะ ตัวหนังสือหน้าปก ก็ไม่ได้เป็นสีแดงแจ๋ แบบที่เห็นนี่นะค่ะ ตัวหนังสือ คู่สร้างคู่สม เล่มนี้เป็นสีเหลือง-ส้มค่ะ(แต่ละสัปดาห์จะลงสีไม่เหมือนกัน) คำว่าต้นมะม่วงในหลวง ก็เป็นสีเหลือง-ส้มค่ะ ไม่ได้เป็นสีแดงแจ๋ แบบที่ถ่ายลงมาแบบนี้เลย นาว่าอย่าเอามาเป็นประเด็นเลยค่ะ เดี๋ยวจะเหมือนกรณี ทราย เจริญปุระ (เข้าใจค่ะว่า รักในหลวง นาก็รัก และเทิดทูน) แต่กรณีนี้ นาว่า เขาไม่ได้ จงใจนะค่ะ (ความเห็นส่วนตัวค่ะ) คือในรายละเอียด เขาโค๊ด คำพูดนี้ในเล่มอีกครั้ง แล้วก็ถามว่า "อะไรที่ทำให้เธอโกรธถึงกล้ากล่าวประโยคนี้ออกมา...หลายคนอาจข้องใจ" แล้วเขาก็เล่ารายละเอียดค่ะ ดังที่นาพิมพ์บอกไป..
18 นาทีที่แล้ว
Tiamö Nunä แต่ก็ต้องขอติง คู่สร้าง คู่สม ว่า สำหรับเดือนมหามงคลแบบนี้ คู่สร้างคู่สม ไม่น่าจะโปรย หัว แบบนี้เลย มันขัดต่อความรู้สึกของคนไทยที่รักพ่อหลวงค่ะ
วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เหตุใดเรารักในหลวง - รู้ได้ยังไงว่ารัก -“รักแล้วต้องทำยังไง”
คุณเคยนึกสงสัยกับคำถามที่ว่า "เหตุใดเรารักในหลวง" หรือไม่
สำหรับตัวฉันเองแล้ว กลับมีคำถามมากมายเกี่ยวกับผู้ที่ตั้งคำถามนี้ขึ้นมา ถ้าคำถามนี้ออกจากชาวต่างชาติ อาจจะไม่ใช่เรื่องหน้าแปลกเท่าใดนัก เพราะเขาเหล่านั้นอาจจะไม่เคยพบเห็น พบเจอ หรือเข้าใจถึงความเป็นมาเป็นไปของความรักนี้ แต่หากมาจากคนที่อาศัยอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่านอยากให้ ฉันอยากให้ทุกคนลองย้อนกลับมามองที่ตนเองว่า เหตุใด เราจึงตั้งคำถามนี้ขึ้นมา บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินคำถามว่า ทำไมเราถึงรักผู้หญิงคนนั้น ผู้ชายคนนู้น หลายครั้งที่คำตอบที่เราได้รับคือ "ไม่มีเหตุผล" นั่นแปลว่า "ความรัก" ไม่จำเป็นที่จะต้องมีเหตุผล หากแต่เรามีเพียงความรู้สึกที่เรียกว่า "รัก"
"ความรู้สึก" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากข้างใน ไม่สามารถมีใครมาบังคับเราได้ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบหนึ่งซึ่งเกิดจากจิตสำนึก หรือภายใต้จิตสำนึกของเราเอง
แล้วความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก” เป็นใช่ไร เราจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักแล้ว
เพียงแค่คุณมองสิ่งรอบตัวคุณเอง ว่า มีคนไหนรอบข้างคุณ ที่คุณสามารถบอกว่า รัก ได้จริงๆหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ที่มีต่อพ่อแม่ ความรักที่มีต่อญาติพี่น้อง ความรักที่มีต่อเพื่อน ความรักที่มีต่อคนรัก หรือจะรักในตัวศิลปิน แม้จะต่างกันในบางมุมของความรัก แต่สิ่งที่เหมือนคือ เรารู้สึกรัก หากคุณรู้สึกรักแล้ว คุณอาจจะมีคำถามต่อไปว่า
“รักแล้วต้องทำยังไง”
คำตอบนี้มีอยู่รอบตัวคุณเช่นกัน คุณอยากทำอะไรให้คนที่คุณรักเช่น คุณรักพ่อแม่ คุณอยากให้ท่านสบาย มีอาหารการกิน ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณจะต้องทำยังไง แน่นอน คุณก็จะต้องทำในสิ่งที่ท่านทำให้คุณมาก่อน คือ ทำงานเพื่อจะมีรายได้ในการดูแลท่าน แม้ว่างานนั้นอาจจะลำบาก เราก็พร้อมยินดีที่จะทำเพื่อคนที่เรารัก แม้ท่านจะบอกว่า ไม่เป็นไร ท่านยังสามารถดูแลตัวเองได้ก็ตาม แม้ท่านอาจจะปฏิเสธในสิ่งที่คุณให้ท่าน ซึ่งบางครั้งท่านเห็นเราเหนื่อยเพื่อได้มันมาและไม่อยากให้เราลำบาก แต่เราก็ยินดีที่จะพูดว่า ไม่เป็นไร แค่นี้เอง ให้มากกว่านี้ก็ทำได้ ทั้งหมดนี้อาจจะเพียงเพื่อเห็นแค่รอยยิ้ม และสายตาแห่งความภาคภูมิใจที่ได้รับกลับมา นั่นคือสิ่งที่ลูกทุกคนอยากได้ มันไม่ได้มีมูลค่ามากมาย แต่กลับมีมูลค่าทางจิตใจ นี่คือสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยเงินตราแต่กลับมีค่าสูงสุดสำหรับผู้ให้เช่นเรา เฉกเช่นเดียวกันกับคนที่รักในพระเจ้าอยู่หัว ออกมาทำดีเพื่อพระองค์ ออกมาทำสิ่งเล็กๆที่บางคนอาจจะมองว่าไม่มีประโยชน์ มองว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ผลตอบแทนมากกว่า มองว่าทำให้พระองค์ พระองค์ไม่เห็น ไม่รู้ เราจะทำเพื่ออะไร เช่น กวาดเศษใบไม้ข้างลานพระบิดา ในโรงพยาบาลศิริราช ทำไปทำไม เดี๋ยวถึงเวลาก็มีคนมาทำ ทำตอนนี้เดี๋ยวใบไม้ก็ล่วงหล่นมาอีก พระองค์ไม่ทรงทอดพระเนตรลงมาตอนที่เราทำอยู่หรอก หากแต่ผู้ที่ช่วยกันทำนั้น กลับคิดว่า ถ้าปราศจากเศษใบไม้ จะทำให้สดชื่น เผื่อว่าพระองค์ทอดพระเนตรลงมา พระองค์จะได้รู้สึกผ่อนคลายกับต้นไม้ ใบหญ้าที่เขียวชอุ่ม หากแต่พระองค์ไม่ได้ทอดพระเนตรลงมาในเวลานั้นก็ไม่เป็นอะไร เพราะผู้ป่วยที่ผ่านมาทางนั้นพอดี ก็จะเห็นและทำให้รู้สึกผ่อนคลายกับอาการป่วยของตนได้ก็ยังดี เป็นส่วนเล็กๆในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ได้คำนึงถึงว่า ณ ขณะที่ตนทำนั้น แดดจะร้อนเพียงใด แต่กลับมองเห็นถึงว่า เมื่อทำเสร็จแล้ว จะมีใครบ้างที่ได้รับ ดังเช่น ที่พระองค์ ทรงงาน หลายครั้งที่พระองค์ ทรงเสด็จไปในถิ่นทุระกันดาน โดยไม่ได้คำนึงถึงความลำบากขณะที่พระองค์เสด็จ เพียงแต่พระองค์อยากที่จะช่วยเหลือ ประชาชนที่พระองค์รักดั่งลูกของตน บางครั้งหากทุกคนเลือกที่จะทำแต่สิ่งที่ให้ทุกคนมองเห็นดังเช่นปิดทองพระประธานแต่ด้านหน้า ด้านหลังไม่มีผู้ปิด พระประธานจะสง่างามได้อย่างไร
Maliwan Pukka Keewiriyakul
๗ ธ.ค. ๒๕๕๕
(หมายเหตุ บทความที่น้องปุ๊ก ส่งมาให้อ่าน เมื่อเห็นว่า เข้าที น่าอ่าน จึงขอเผยแพร่ แปะใน facebook กว่า ร้อยเฟส)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

