สวัสดีปีใหม่ครับ ผมสวัสดีปีใหม่ช้าไปนิด แต่ก็คงไม่ช้าจนเกินไปหรอกนะครับ และก็ไม่ใช่เป็นการอวยพรปีใหม่ กันตามธรรมเนียมด้วย
ผม ตั้งใจที่จะอวยพรปีใหม่ แก่ท่านผู้อ่านด้วยการชักชวนว่า เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับปีใหม่กันจริงๆ สักทีจะดีไหม การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดและดีที่สุด ก็คือเริ่มที่การปรับปรุงสุขภาพของตัวเองให้ดีขึ้นนั่นเอง
สุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม ชีวิตใหม่ก็เริ่มต้นอย่างสดใส และสวยงามกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ผม ได้รับบัตรอวยพรปีใหม่ จากสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกชีวจิตจากราชบุรี คุณอุดมและคุณสกุนา ไวศยดำรง สมาชิกของเราสองท่านนี้ ได้ไปตั้งกลุ่มสุขภาพชีวจิตขึ้นที่ราชบุรี ผมขออนุญาตนำ จ.ม.ของเพื่อนเราเล่าสู่กันฟังในวันนี้
"กราบเรียนอาจารย์สาทิส
ดิฉัน และเพื่อนรุ่นลมหนาวและกลุ่มรำกระบองโพธาราม ได้ส่งเสื้อมาให้ อาจารย์ 1 ตัว กลุ่มของเรา ซึ่งขณะนี้มี คุณระภี ผาสุก เป็นหัวหน้ากลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 50 คน เช้าประมาณตี 5 จะพร้อมกันรำกระบองที่เขื่อนริมแม่น้ำกลอง และตอนเย็นประมาณ 5 โมงเย็น ดิฉันจะเป็นผู้นำรำกระบองที่เขื่อนค่ะ
คุณระภีเธอป่วยด้วยโรคเกี่ยว กับสมอง เป็นคนไข้ของนายแพทย์ (.......) รักษามาหลายปี อาการก็ไม่ดีขึ้น เธอบอกกับเพื่อนๆ ว่าปี 43 นี้ เธอคงต้องตายแน่ ดิฉันและเพื่อนก็ชักชวน ให้เธอมารำกระบอง หลังจากรำกระบองได้ 2 อาทิตย์ อาการเธอดีขึ้นทุกวัน จนขณะนี้ เธอหยุดกินยาแล้ว เธอฝากกราบขอบคุณอาจารย์มาด้วยค่ะ"
นี่ เป็นบางส่วนของ จ.ม.ซึ่งผมตัดตอนมา เพื่ออยากจะให้เพื่อนๆ ชีวจิตของเราทราบว่า เพียงแต่การออกกำลัง ด้วยการรำกระบองเพียงอย่างเดียว ก็ช่วยพลิกฟื้นสุขภาพให้ดีขึ้นได้อย่างน่าพิศวง
คุณอุดมนั้น เคยมาเข้าคอร์สสปาตันของชีวจิตที่แม่ริม เมื่อประมาณปีกว่าๆ มาแล้ว ก่อนจะมาเข้าค่าย คุณอุดมมีอาการ ของอัมพาต สาเหตุเนื่องมาจากเส้นเลือดในสมองตีบ ร่างกายซีกหนึ่งเคลื่อนไหว ได้เล็กน้อยเท่านั้น ความที่กลัวว่า จะไม่ได้มาเข้าค่ายสปาตัน คุณอุดมจึงมุมานะที่จะรักษาตัวเองให้หาย ก่อนจะมาเข้าค่ายสปาตันให้ได้
คุณ อุดมเริ่มออกกำลังกายและนวดกดจุด ตามวิธีของชีวจิตและรำกระบอง แบบชีวจิตอย่างแข็งขันทุกวัน ชั่วเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์ คุณอุดมหายเป็นปกติ และเมื่อถึงวันสุดท้ายที่ค่ายสปาตัน จะต้องขึ้นเขาระยะทางไปกลับ 20 กม. คุณอุดมก็สามารถ ทั้งวิ่งทั้งเดินไม่ได้ หยุดออกนำหน้ากลุ่มสมาชิกกว่า 80 คน วิ่งได้สำเร็จอย่างงดงาม คุณอุดมอายุ 61 ปีแล้ว
นี่ก็เป็นตัวอย่างอีก 2 ราย ซึ่งเป็นตัวอย่างน่าสนใจ และชื่นใจเหลือเกิน ในการเปลี่ยนชีวิตใหม่ของตนเองอย่างง่ายๆ ด้วยวิธีออกกำลังกายอย่างง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองเงินเปลืองทอง และก็หายจากการเจ็บป่วย โดยที่ถ้าหากไม่ไปเห็นด้วยตนเอง ก็คงจะฟ้องว่า เป็นข่าวลือกระพือโหม เชื่อไม่ได้เป็นแน่แท้
แต่เราก็มีหลักฐานอีกมากมายหลายคน ที่พร้อมจะยืนยันได้ว่า สุขภาพของเขาดีขึ้น หายเจ็บหายป่วย เพราะการออกกำลังกายและบริหารร่างกายที่ถูกต้อง
และก็แน่นอน สุขภาพของกลุ่มชีวจิตไม่ได้ดีขึ้น เพราะเพียงแต่การออกกำลังกายอย่างเดียว การปรับชีวิตใหม่ให้มีสุขภาพที่ดีนั้น เพียงแต่ออกกำลังกายอย่าง เดียวคงไม่พอ เราต้องมีการปฏิบัติอย่างอื่นๆ อีกหลายอย่าง
เราเริ่ม ที่การปรับระบบชีวิตประจำวันของเราก่อน ระบบชีวิตของสังคมปัจจุบันแบ่งออกเป็นง่ายๆ ก็มีอยู่ 5 อย่าง กิน-นอน-ทำงาน-พักผ่อน-ออกกำลังกาย
เชื่อไหมครับ การปรับส่วนต่างๆ ของชีวิตประจำวันให้ถูกต้องและมีความพอดีนั้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ของการมีสุขภาพที่ดี ขอพูดย่อๆ ของการปฏิบัติแต่ละส่วนดังต่อไปนี้
การกิน เราต้องแก้การกินด้วยการเข้าใจ ให้ถูกต้องเสียก่อนว่า การกินที่ดีนั้นไม่ใช่อยู่ที่การกินของดีๆ ของอร่อย และของแพงๆ แต่ต้องดูว่า อาหารที่เรากินนั้น เป็นของที่มีประโยชน์หรือไม่ กินเข้าไปแล้วจะสร้างพิษหรือท็อกซินแก่ ร่างกายหรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าของที่กินนั้นอร่อย และแพงหรือไม่
ยกตัวอย่าง เด็กๆ สมัยนี้ที่จะไม่ชอบไอศกรีมคงไม่มี ส่งเงินให้เด็กสัก 100 บาท (สมัยนี้ให้เงินเด็กเพียง 100 บาท พ่อแม่อายเขาตายแน่) เด็กๆ ก็จะวิ่งโร่ไปศูนย์การค้า เข้านั่งร้านไอศกรีมทันที ไอศกรีมชั้นยอด ที่เด็กจ้องมองตาเป็นมัน ต้องเป็นไอศกรีมยี่ห้อโก้ๆ และต้องหวานจัด มันจัด จึงจะอร่อย นั่นแหละของมีพิษทั้งนั้น เด็กๆ ของเราสมัยนี้หายใจ เป็นอาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารแดกด่วน เนื้อ นม ไข่ ไอศกรีมหวาน มัน น้ำอัดลม สารพัดยี่ห้อดังๆ ทั้งนั้น
และเด็กสมัยนี้ ตัวอ้วนมั่กขั้กเท่าไหร่ พ่อแม่ยิ่งชอบ เชื่อกันว่า เด็กอ้วนท้วนต้องแข็งแรง และน่าเอ็นดู เด็กส่วนมาก ก็จะเป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายอ่อนแอ และอ่อนเพลีย โตขึ้นก็เจ็บ ป่วยเรื้อรัง จนเป็นอะไรต่ออะไรร้ายแรงได้ง่าย
นี่เป็นตัวอย่าง น้อยนิด เราคงต้องพูดกันอีกมากเกี่ยวกับเรื่องกินนี้
การนอน คนในสังคมสมัยใหม่นอนกันผิดๆ บางคนเชื่อว่า ต้องนอนนานๆ จึงจะดี อย่างน้อยคืนละ 8 ชั่วโมง
แต่ ไม่มีใครสนใจว่า นอนวันละ 8 ชั่วโมงแล้วตื่นขึ้นมา มีเรี่ยวมีแรงหรือเปล่า เคยได้ยินไหมครับที่ล้อๆ กันว่า นอนกินบ้านกินเมือง นอนสามวันสามคืนติดกันยังได้ นอนแล้วตื่นขึ้นมาเพลียหมดแรง
การนอนที่ถูกต้อง นอนให้หลับลึก และหลับสนิท ถ้าทำได้ นอนเพียง 4-5 ชั่วโมง ก็ยังแข็งแรงมีเรี่ยวมีแรง พลังแข็งขันอยู่ตลอดเวลา
การ ทำงาน เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว เราต้องทำงานด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขในที่ทำงาน รักเพื่อนฝูง รักบรรยากาศในที่ทำงาน เราทำได้หรือเปล่า ถ้าทำได้คุณมีความสุขในการทำงาน
ทำไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน
การ พักผ่อน เราเข้าใจผิดว่า การพักผ่อนต้องลางานไปเที่ยว ไปเขา ไปทะเล ไปเมืองนอก จริงๆ นั้นไม่ต้องไปไหน อยู่เฉยๆ หายใจเฮือกเดียว เราก็หายเหนื่อย นั่นคือการพักผ่อนที่ถูกต้อง เราต้องฝึกหัดใช้เวลาพอสมควร จึงจะรู้จักการพักผ่อนที่ถูกต้อง
การออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องไปเล่นกีฬาราคาแพงๆ เห่อตามความนิยมของสังคม ออกกำลังกายง่ายๆ ให้เหงื่อออกโซมกาย และ GROWTH HORMONE หลั่งเป็นยาวิเศษเป็นใช้ได้
และเมื่อจัดระบบชีวิตประจำวัน แล้วก็มาถึงเรื่องของจิตใจ ซึ่งส่วนสำคัญของชีวิตคนสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ ก็คือเรื่องของความเครียด
ลองศึกษาวิธีคลายเครียดแบบชีวจิตและการมองทุกอย่างในชีวิต ในทางบวกดูบ้างดีไหมครับ
สำหรับ รายการย่อยต่างๆ ที่กล่าวมานี้ ขออนุญาตพูดรายละเอียดเป็นเรื่องๆ ต่อไปในคราวหน้าครับ เฉพาะคราวนี้ขอชักชวนไว้ก่อนว่า มาช่วยกันสร้างชีวิตใหม่ให้กับตัวเอง ด้วยการสร้างสุขภาพที่ดีโดยเริ่มต้นตั้งแต่ ปีใหม่นี้ดีไหมครับ
กลาง เดือนมกราคมนี้ เราจะจัดเข้าค่ายสปาตันกันอีกครั้งหนึ่ง ที่แ ม่ริม เชียงใหม่ครับ ขอขอบพระคุณ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ที่ท่านได้อนุญาตให้เราได้ใช้อุทยานน้ำตกแม่สาและตาดหมอก เป็นที่ศึกษาและชมธรรมชาติตลอดมา ขอขอบพระคุณครับ.
โดยคุณ : สาทิส
Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2547
ซุปไก่ในครัวเป็นยอดยาหวัด
นักวิทยาศาสตร์ศึกษา พบซุปไก่แบบชาวบ้าน มีสรรพคุณรักษาโรคหวัดได้ ช่วยลดอาการเจ็บคอ และบรรเทาอาการอื่น เพราะบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน ในร่างกายของคนเรา ให้แข็งแรงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรคปอดของศูนย์แพทย์
เนบราสกา ของสหรัฐฯ ได้พบหลักฐานว่า สารในซุปไก่ แบบชาวบ้าน มีคุณสมบัติ ในทางแก้อักเสบ ช่วยบรรเทาอาการทุกข์ทรมาน ของโรคหวัดได้ พวกแม่บ้านในสหรัฐฯ มักจะสั่งสอนกันมาตั้งแต่รุ่นย่ารุ่นยายว่า ซุปไก่กินแก้หวัดดี ถึงกับเรียกยกย่องกันว่า เป็น "ยาเพนนิซิลินยิว"
ปรกติ ซุปไก่แบบพื้นบ้าน มักปรุงด้วย เนื้อไก่ หัวหอม มันเทศ ผักชีฝรั่ง ต้นเซอละรี ผักเทอร์นิพ ผักพาร์สนิพ หัวผักกาดแดง เกลือ และพริกไทย นักวิทยาศาสต ร์ก็ได้ศึกษาซุปไก่สกัดตราต่างๆ ด้วย และพบว่า มีอยู่หลายตรา ที่มีสรรพคุณ ไม่แพ้ซุปไก่พื้นบ้าน แต่ถ้าเอารสชาติกันแล้ว ไม่มีอันไหนสู้ของปรุงเองได้
จากการศึกษาพบว่า ซุปไก่มีสรรพคุณช่วยหยุดยั้ง หรือสกัดการเคลื่อนไหวของนูโทรฟิล อันเป็นเม็ดเลือดขาว ที่มีหน้าที่เขมือบแบคทีเรีย กับเศษซากของเซลล์ที่ตายแล้ว เมื่อติดเชื้อไวรัส อย่างเมื่อตอนเป็นหวัดนูโทรฟิลจะถูกปล่อยออกมาจำนวนมาก แต่มันไม่อาจทำอะไรกับไวรัสได้ จึงไปกระตุ้นให้ขับเมือกเหลว ทำให้คนเป็นหวัดมีอาการมึนศีรษะ ไอและจาม อันเป็นอาการแบบฉบับของหวัดขึ้น
เนบราสกา ของสหรัฐฯ ได้พบหลักฐานว่า สารในซุปไก่ แบบชาวบ้าน มีคุณสมบัติ ในทางแก้อักเสบ ช่วยบรรเทาอาการทุกข์ทรมาน ของโรคหวัดได้ พวกแม่บ้านในสหรัฐฯ มักจะสั่งสอนกันมาตั้งแต่รุ่นย่ารุ่นยายว่า ซุปไก่กินแก้หวัดดี ถึงกับเรียกยกย่องกันว่า เป็น "ยาเพนนิซิลินยิว"
ปรกติ ซุปไก่แบบพื้นบ้าน มักปรุงด้วย เนื้อไก่ หัวหอม มันเทศ ผักชีฝรั่ง ต้นเซอละรี ผักเทอร์นิพ ผักพาร์สนิพ หัวผักกาดแดง เกลือ และพริกไทย นักวิทยาศาสต ร์ก็ได้ศึกษาซุปไก่สกัดตราต่างๆ ด้วย และพบว่า มีอยู่หลายตรา ที่มีสรรพคุณ ไม่แพ้ซุปไก่พื้นบ้าน แต่ถ้าเอารสชาติกันแล้ว ไม่มีอันไหนสู้ของปรุงเองได้
จากการศึกษาพบว่า ซุปไก่มีสรรพคุณช่วยหยุดยั้ง หรือสกัดการเคลื่อนไหวของนูโทรฟิล อันเป็นเม็ดเลือดขาว ที่มีหน้าที่เขมือบแบคทีเรีย กับเศษซากของเซลล์ที่ตายแล้ว เมื่อติดเชื้อไวรัส อย่างเมื่อตอนเป็นหวัดนูโทรฟิลจะถูกปล่อยออกมาจำนวนมาก แต่มันไม่อาจทำอะไรกับไวรัสได้ จึงไปกระตุ้นให้ขับเมือกเหลว ทำให้คนเป็นหวัดมีอาการมึนศีรษะ ไอและจาม อันเป็นอาการแบบฉบับของหวัดขึ้น
เคล็ดลับดูแลผมไม่ให้ร่วง
ปัญหาผมร่วงเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจ ให้ทั้งคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงชินการสมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บ.สมาพันธ์เทรดดิ้ง ซึ่งเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ซีฟาแรน ที่ลดการหลุดร่วงของเส้นผมใน เมืองไทย ได้เชิญ ศ.ดร.หยาง ชอง เหริน ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรแห่งสถาบันพฤกษศาสตร์คุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และป๊อก เชลซี มาพูดคุยถึงปัญหาผมร่วงพร้อม เทคนิคการดูแลเส้นผม ในงานZ-Night เสน่ห์ชาย...ไม่มีร่วง เมื่อค่ำวันที่ 12 ก.ย. ที่ รร.โอเรียนเต็ล
ศ.ดร. หยาง ผู้เชี่ยวชาญ ด้านสมุนไพรกล่าวว่า ปัจจุบันโรคผมร่วง กลายเป็นเรื่องรบกวนผู้คนในสังคม เพราะทำให้เกิด ความกังวลจนสุขภาพจิตไม่ดี ส่วนยาที่มีขายในตลาด ส่วนใหญ่ก็เป็นสารสังเคราะห์ที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะผิวเผิน ไม่ได้รักษาที่ต้นตอ ร่างกายคนเรานั้นอย่างที่ทราบกันว่ามีหยินและหยางหรือเลือดและลม หากเราสร้างสมดุลให้ทั้งสองอย่าง ร่างกายก็จะแข็งแรง ดังนั้น คนจีนจำนวนมากจึงต้องปรับหยินและหยางให้เกิดสมดุล เส้นผมก็เช่นกัน หากแข็งแรงมีเลือดไหลเวียน ได้ดีรากผมก็จะแข็งแรง ไม่หลุดร่วง เส้นผมคนเราจะมีประมาณ 1-2 แสนเส้น แต่ละเส้นมีอายุ 2-4 ปี ทำให้ทุกวันมีผมตาย และหลุดร่วงจากศีรษะ ล่าสุดเขาได้พบสมุนไพรหลายชนิด อาทิ โสม แปะก๊วย และสมุนไพรหลายชนิด จากธรรมชาติ ที่นำมาช่วยลด การหลุดร่วงของเส้นผม และช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง
ส่วนป๊อก เชลซี กล่าวถึงปัญหาผมร่วง พบในผู้ชายกว่า 80% ส่วนผู้หญิงก็พบได้ จากหลายสาเหตุ ทั้งหลังการคลอดลูก ใกล้หมดประจำเดือน จากการรับประทานยาเตียรอยด์ฯลฯ สาเหตุของผู้ชายส่วนใหญ่ มีทั้งกรรมพันธุ์ รับประทานยาเร่งกล้ามบางชนิด ยาภูมิแพ้บางชนิด ตลอดจนความเครียด ก็ทำให้ผมร่วงได้ โดยเฉพาะในวัยรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังเรียน บางครั้งเครียด เพราะใกล้สอบ ก็ทำให้ผมหลุดร่วงได้ และบางคนผมอาจไม่ขึ้นมาใหม่หรือขึ้นมาก็ไม่แข็งแรงเท่าเดิม สำหรับตนแล้วมีวิธีการดูแลก็คือ น้ำมะกรูดนำมา หมักผมประมาณ 15-20 นาที หรือจะใช้มะกรูดฝรั่งเศส หมักก่อนสระผมก็ถือว่าใช้ได้ และเคล็ดอีกอย่างก็คือ พยายามรับประทานชีวจิต หรือน้ำผัก ผลไม้ ไม่ว่าจะหญ้ามังกร แครอท น้ำส้ม หรือน้ำบริสุทธิ์ รวมทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ
thairath
ศ.ดร. หยาง ผู้เชี่ยวชาญ ด้านสมุนไพรกล่าวว่า ปัจจุบันโรคผมร่วง กลายเป็นเรื่องรบกวนผู้คนในสังคม เพราะทำให้เกิด ความกังวลจนสุขภาพจิตไม่ดี ส่วนยาที่มีขายในตลาด ส่วนใหญ่ก็เป็นสารสังเคราะห์ที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะผิวเผิน ไม่ได้รักษาที่ต้นตอ ร่างกายคนเรานั้นอย่างที่ทราบกันว่ามีหยินและหยางหรือเลือดและลม หากเราสร้างสมดุลให้ทั้งสองอย่าง ร่างกายก็จะแข็งแรง ดังนั้น คนจีนจำนวนมากจึงต้องปรับหยินและหยางให้เกิดสมดุล เส้นผมก็เช่นกัน หากแข็งแรงมีเลือดไหลเวียน ได้ดีรากผมก็จะแข็งแรง ไม่หลุดร่วง เส้นผมคนเราจะมีประมาณ 1-2 แสนเส้น แต่ละเส้นมีอายุ 2-4 ปี ทำให้ทุกวันมีผมตาย และหลุดร่วงจากศีรษะ ล่าสุดเขาได้พบสมุนไพรหลายชนิด อาทิ โสม แปะก๊วย และสมุนไพรหลายชนิด จากธรรมชาติ ที่นำมาช่วยลด การหลุดร่วงของเส้นผม และช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง
ส่วนป๊อก เชลซี กล่าวถึงปัญหาผมร่วง พบในผู้ชายกว่า 80% ส่วนผู้หญิงก็พบได้ จากหลายสาเหตุ ทั้งหลังการคลอดลูก ใกล้หมดประจำเดือน จากการรับประทานยาเตียรอยด์ฯลฯ สาเหตุของผู้ชายส่วนใหญ่ มีทั้งกรรมพันธุ์ รับประทานยาเร่งกล้ามบางชนิด ยาภูมิแพ้บางชนิด ตลอดจนความเครียด ก็ทำให้ผมร่วงได้ โดยเฉพาะในวัยรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังเรียน บางครั้งเครียด เพราะใกล้สอบ ก็ทำให้ผมหลุดร่วงได้ และบางคนผมอาจไม่ขึ้นมาใหม่หรือขึ้นมาก็ไม่แข็งแรงเท่าเดิม สำหรับตนแล้วมีวิธีการดูแลก็คือ น้ำมะกรูดนำมา หมักผมประมาณ 15-20 นาที หรือจะใช้มะกรูดฝรั่งเศส หมักก่อนสระผมก็ถือว่าใช้ได้ และเคล็ดอีกอย่างก็คือ พยายามรับประทานชีวจิต หรือน้ำผัก ผลไม้ ไม่ว่าจะหญ้ามังกร แครอท น้ำส้ม หรือน้ำบริสุทธิ์ รวมทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ
thairath
ข้อควรระวังในการใช้ยา
ยามีคุณประโยชน์ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้และรู้จักรับประทานอย่างถูกวิธี
ต่อไปนี้เป็นข้อควรระวังเพื่อไม่ให้ช้ยาผิดที่ผิดทางหรือผิดสูตร
1. อย่าใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ป่วยจริงอย่ารับประทานยา
2. ใช้ให้ถูกเวลา ยาก่อนอาหารควรต้องรับประทานก่อนอาหารประมาณ ครึ่งชั่วโมง
ยาหลังอาหารควรรับประทานหลังอาหาร 15-20 นาที และไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง
เพราะจะระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ ส่วนยาลดกรดนั้นควรรับประทานหลังอาหาร 1-2 ชุ่วโมงจึงจะได้ผลดี
3. ใช้ยาให้ถูกวิธีเช่น ยาเม็ด หรือแคปซูล ให้กลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ หากเป็นยาเคี้ยว ต้องเคี้ยวให้ละเอียด
ยาผงที่ต้องละลายน้ำก่อนไม่ควรทานทั้งที่ยังเป็นผงแห้งๆ แล้วค่อยดื่มน้ำตาม
เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ สำหรับยาน้ำอย่าลืมเขย่าขวดก่อนใช้
4.อย่ารับประทานยาแก้หวัดแก้ไข้ รวมกับยาแก้เมารถ เมาเรือ และ
ไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมกับนม
5. อย่ารับประทานยามากเกินไป เช่นยาเคลือบกระเพาะ ใช้มากเกินไปทำให้ท้องผูกได้
อย่าลืมว่ายานั้นมีทั้งคุรและโทษ จึงควรระวังการใช้ให้ดี
ต่อไปนี้เป็นข้อควรระวังเพื่อไม่ให้ช้ยาผิดที่ผิดทางหรือผิดสูตร
1. อย่าใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ป่วยจริงอย่ารับประทานยา
2. ใช้ให้ถูกเวลา ยาก่อนอาหารควรต้องรับประทานก่อนอาหารประมาณ ครึ่งชั่วโมง
ยาหลังอาหารควรรับประทานหลังอาหาร 15-20 นาที และไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง
เพราะจะระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ ส่วนยาลดกรดนั้นควรรับประทานหลังอาหาร 1-2 ชุ่วโมงจึงจะได้ผลดี
3. ใช้ยาให้ถูกวิธีเช่น ยาเม็ด หรือแคปซูล ให้กลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ หากเป็นยาเคี้ยว ต้องเคี้ยวให้ละเอียด
ยาผงที่ต้องละลายน้ำก่อนไม่ควรทานทั้งที่ยังเป็นผงแห้งๆ แล้วค่อยดื่มน้ำตาม
เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ สำหรับยาน้ำอย่าลืมเขย่าขวดก่อนใช้
4.อย่ารับประทานยาแก้หวัดแก้ไข้ รวมกับยาแก้เมารถ เมาเรือ และ
ไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมกับนม
5. อย่ารับประทานยามากเกินไป เช่นยาเคลือบกระเพาะ ใช้มากเกินไปทำให้ท้องผูกได้
อย่าลืมว่ายานั้นมีทั้งคุรและโทษ จึงควรระวังการใช้ให้ดี
วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
เผยเคล็ดลับวิธีรักษาผิวหน้าหนาว
พ.ญ.ณัฎฐา รัชตะนาวิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว สาวๆ ทั้งที่มีอายุและสาววัยรุ่นมักจะกังวลใจเรื่องผิวแห้งและผิวแตกกันมากก็ เพราะว่าหน้าหนาวความชื้นในอากาศลดลงพอความชื้นลดลงผิวหนังก็จะสูญเสียน้ำ มากขึ้น เกิดการอักเสบของผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน ยิ่งในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือเป็นโรคสะเก็ดเงินพอเกิดอาการคันและไปเกา มากๆ เข้า ผื่นก็อาจจะลุกลามไปมากขึ้น นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็มีส่วน เพราะอากาศเย็น ประชาชนก็จะหาเสื้อผ้าแขนยาว เสื้อผ้าหนาๆ หรือผ้าขนสัตว์มาสวมก็อาจเกิดอาการแพ้ได้ในบางราย
อีก สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้นก็มาจากความเคยชินของคนไทยที่คุ้นกับการ อาบน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เพราะการอาบน้ำถูสบู่มากๆ จะทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน เนื่องจากสบู่มีความเป็นด่างสูง ยิ่งอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจัดๆ ด้วยแล้วยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
พ.ญ.ณัฎฐากล่าวว่า ภาวะความสูญเสียความชื้นของผิวหนังนี้เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัยจะต่างกัน ที่ความรุนแรง อย่างในเด็ก ต่อมไขมันยังทำงานไม่มากเท่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้ผิวแห้งแตกได้มาก ช่วงวัยรุ่น ผิวมีความสมดุลมากกว่าวัยอื่นๆ อาจจะไม่มีปัญหารุนแรงมากนัก จะมามีปัญหามากๆ อีกทีตอนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ 35-40 ปีขึ้นไป ผิวก็จะแห้งได้ง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงที่หมดประจำเดือน ซึ่งจะอาจต้องดูแลผิวมากเป็นพิเศษ
การดูแลไม่ให้ผิวแห้งเสียใน หน้าหนาวก็ทำได้ไม่ยากอย่างการอาบน้ำก็อย่าใช้น้ำร้อนนัก แค่น้ำที่อุ่นพอประมาณก็พอและเลือกใช้สบู่ที่อ่อนลง หรืองดใช้สบู่ในบางพื้นที่ที่จะแห้งมากๆ เช่น ลำตัวหน้าแข้ง ส่วนในที่อับชื้น มือ เท้า ก็คงใช้เหมือนเดิม สำหรับผู้ที่ผิวแห้งมากอาจต้องใช้ครีมทาผิวร่วมด้วย ซึ่งก็มีหลายชนิด ทั้งชนิดที่เป็นครีม โลชั่น น้ำมันและขี้ผึ้ง โดยน้ำมันและขี้ผึ้งนั้นจะมีคุณสมบัติในการเก็บรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ ได้ดีที่สุดรองลงมาก็เป็นครีม แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะใช้แล้วจะมีความรู้สึกเหนอะหนะที่ผิว ถ้าจะใช้โลชั่นทาผิวในฤดูหนาวอาจจะต้องหมั่นทาบ่อยขึ้นเพียงแค่ทาตอนเช้า และก่อนนอนอาจไม่เพียงพอ" พ.ญ.ณัฐฎากล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิว หนังกล่าวอีกว่า สำหรับหนุ่มๆ ที่ไม่ชอบใช้เครื่องบำรุงผิวนั้น แนะนำว่าถ้าอาการแห้งของผิวไม่รุนแรงมากมายและเจ้าตัวทนได้ไม่รู้สึกรำคาญ หรือคัน ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้โลชั่นก็ได้แค่งดใช้สบู่ในที่ที่เป็นขุย และไม่อาบน้ำอุ่นจัดก็พอ แต่ถ้าผิวแตกรุนแรงถึงขึ้นมีอาการคัน คงต้องทาโลชั่นมิฉะนั้นอาจลุกลามเป็นผื่นแพ้ได้ การแต่งกายดูให้อบอุ่น การสวนเสื้อแขนยาวก็ช่วยลดการสูญเสีย
โดยคุณ : ณัฎฐา รัชตะนาวิน
อีก สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้นก็มาจากความเคยชินของคนไทยที่คุ้นกับการ อาบน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เพราะการอาบน้ำถูสบู่มากๆ จะทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน เนื่องจากสบู่มีความเป็นด่างสูง ยิ่งอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจัดๆ ด้วยแล้วยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
พ.ญ.ณัฎฐากล่าวว่า ภาวะความสูญเสียความชื้นของผิวหนังนี้เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัยจะต่างกัน ที่ความรุนแรง อย่างในเด็ก ต่อมไขมันยังทำงานไม่มากเท่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้ผิวแห้งแตกได้มาก ช่วงวัยรุ่น ผิวมีความสมดุลมากกว่าวัยอื่นๆ อาจจะไม่มีปัญหารุนแรงมากนัก จะมามีปัญหามากๆ อีกทีตอนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ 35-40 ปีขึ้นไป ผิวก็จะแห้งได้ง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงที่หมดประจำเดือน ซึ่งจะอาจต้องดูแลผิวมากเป็นพิเศษ
การดูแลไม่ให้ผิวแห้งเสียใน หน้าหนาวก็ทำได้ไม่ยากอย่างการอาบน้ำก็อย่าใช้น้ำร้อนนัก แค่น้ำที่อุ่นพอประมาณก็พอและเลือกใช้สบู่ที่อ่อนลง หรืองดใช้สบู่ในบางพื้นที่ที่จะแห้งมากๆ เช่น ลำตัวหน้าแข้ง ส่วนในที่อับชื้น มือ เท้า ก็คงใช้เหมือนเดิม สำหรับผู้ที่ผิวแห้งมากอาจต้องใช้ครีมทาผิวร่วมด้วย ซึ่งก็มีหลายชนิด ทั้งชนิดที่เป็นครีม โลชั่น น้ำมันและขี้ผึ้ง โดยน้ำมันและขี้ผึ้งนั้นจะมีคุณสมบัติในการเก็บรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ ได้ดีที่สุดรองลงมาก็เป็นครีม แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะใช้แล้วจะมีความรู้สึกเหนอะหนะที่ผิว ถ้าจะใช้โลชั่นทาผิวในฤดูหนาวอาจจะต้องหมั่นทาบ่อยขึ้นเพียงแค่ทาตอนเช้า และก่อนนอนอาจไม่เพียงพอ" พ.ญ.ณัฐฎากล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิว หนังกล่าวอีกว่า สำหรับหนุ่มๆ ที่ไม่ชอบใช้เครื่องบำรุงผิวนั้น แนะนำว่าถ้าอาการแห้งของผิวไม่รุนแรงมากมายและเจ้าตัวทนได้ไม่รู้สึกรำคาญ หรือคัน ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้โลชั่นก็ได้แค่งดใช้สบู่ในที่ที่เป็นขุย และไม่อาบน้ำอุ่นจัดก็พอ แต่ถ้าผิวแตกรุนแรงถึงขึ้นมีอาการคัน คงต้องทาโลชั่นมิฉะนั้นอาจลุกลามเป็นผื่นแพ้ได้ การแต่งกายดูให้อบอุ่น การสวนเสื้อแขนยาวก็ช่วยลดการสูญเสีย
โดยคุณ : ณัฎฐา รัชตะนาวิน
โปรติน "ไนคาสตริน" ตัวเหตุโรคสมองเสื่อม
วารสารวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตรอนโต ในแคนาดา ได้ค้นพบโปรตินเกี่ยวพันกับโรคสมองเสื่อม โปรตินนั้นมีชื่อว่า "ไนคาสตริน" มีส่วนเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาท ทำให้จับตัวกันเป็นแผ่นของสิ่งที่เรียกว่า อะมีลอยด์ในสมอง โปรตินตัวนี้อาจจะเป็นตัวการใช้ในการผลิตตัวยาสกัดการจับตัวเป็นแผ่นของ อะมีลอยด์ได้
ทุก วันนี้ มีผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อม หลายล้านคน มักเป็นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงเท่าตัว โดยที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก อาจสูญเสียความจำ จนสมองพิการและถึงขั้นเสียชีวิตลงได้
ไทยรัฐ
ทุก วันนี้ มีผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อม หลายล้านคน มักเป็นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงเท่าตัว โดยที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก อาจสูญเสียความจำ จนสมองพิการและถึงขั้นเสียชีวิตลงได้
ไทยรัฐ
เซียนเห็นไกลพันลี้ เซียนหูฟังไกล
ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกเทพเห็นไกล พันลี้ว่า ชัยลี้งั้ง เรียกเทพหูฟังไกลว่า
ซุงฮวงยื้อ ประวัติของ 2 เซียนจะเป็นหนึ่งในเรื่อง ของฮงซิ้งตึ้ง
หรือทำเนียบการ แต่งตั้งเจ้าที่คุยไว้ก่อนหน้านี้ ที่เป็นช่างจิวบุ่งอ๊วงแห่ง ราชวงศ์จิว รบเพื่อล้ม
ล้างราชวงศ์ เซี่ย โดย มีเกียงไท้กงเป็นกุนซือไง
เรื่องเล่าว่า ชัยลี้งั้ง หรือตาเห็นไกลพันลี้คือ แม่ทัพกิมเจียงกุง
ซุงฮวงยื้อ หรือหูฟังไกลพันลี้คือ แม่ทัพลิ่วเจียงกุง
ทั้งสองเป็นแม่ทัพของฝ่ายกษัตริย์ติ๋ว ผู้โหดเหี้ยมแห่งราชวงศ์ซาง ซึ่งตำ
นานฮงซิงตึ๊งนี้จะมีมุมวิจิตรพิสดารว่า ทั้ง 2 ฝ่ายคือฝ่ายกษัตริย์ติ๋วและฝ่าย
จิวบุ่งอ๊วง ต่างฝ่ายต่างก็มีเทวดาช่วยรบด้วย
ตาเห็นไกลพันลี้ เนื้อแท้คือเทพต้นท้อ ที่แปลงร่างเป็นคนในบางเวลา
ส่วนหูฟังไกล คือ เทวดาต้นหลิว
ที่แปลงร่างเป็นคนเช่นกัน
กษัตริย์ติ๋วจัดวางตัวให้ทั้งสองเป็นหน่วยรบอยู่
ฝ่ายหน้า ซึ่งก็ทรง
ประสิทธิ-ภาพมาก เพราะมีผลให้เกียงไท้กงรู้สึกงงมากว่า ไม่ว่าจะวางแผนการ
รบอย่างไร ดูเหมือนว่าฝ่ายกษัตริย์ติ๋วจะดักทางแล้วปกป้องได้หมด ซึ่งเกียง
ไท้กงมาจับได้ภายหลังว่า ไม่ว่าเกียง
ไท้กงจะพูดอะไร สั่งงานอย่างไร หูฟัง
ไกลล้วนได้ยินทั้งสิ้น และไม่ว่าจะมีการดำเนินการอะไรในค่าย ตาเห็นไกลพัน
ลี้ก็ล้วนเห็นหมดเลย
เกียงไท้กงแก้เกมด้วยการส่งลูกน้องระดับขุนพลอึ้งเทียงขึ้นเขาไปหา
เซียน แล้ว ขอเรียนวิชาเพื่อมาสู้กับตาเห็นพันลี้กับหูฟังไกล ทำให้ขุนพลยื้อ
พบเคล็ดรับมือกับ 2 เซียน โดยส่งทหารให้คอยโบกธงแดงตลอดเวลา
คอย ตีกลองและฆ้องตลอดเวลาอย่าวางมือ
ผลคือธงแดงเป็นเคล็ดกวนภาพในสายตาของตาเห็นไกลพันลี้และเสียง
กลอง ก็ได้กวนคลื่นเสียงทำให้หูฟังไกลไม่สามารถจับเสียงอะไรได้เลยนอก
จากเสียงกลองและฆ้อง
ทั้ง 2 เซียนคือตาเห็นไกลและหูฟังไกลรู้สึกโกรธที่ฤทธิ์เดชของตนถูก
สยบ จึง ตรงลิ่วไปยังค่ายของเกียงไท้กง ซึ่งทางนั้นก็เตรียมรับมืออยู่แล้ว เมื่อ
สองเซียนเข้าค่ายมาก็ถูกรุมล้อมและจับฆ่าได้ด้วยเคล็ดบางอย่าง ทำให้ที่สุด
ทัพของเกียงไท้กงก็ได้ชัยชนะ
และราชวงศ์จิวก็ได้ปกครอง จีน แทนราชวงศ์ซาง
อย่างไรก็ตาม มีอีกข้อมูลของเซียนตาเห็นไกลกับเซียนหูฟังไกลว่าทั้ง
สองคือ 2 ใน 4 ของลี่ไต้กิมกังหรือเทวดาผู้รักษาเสาสวรรค์
แต่บ้างก็ว่าเป็น องครักษ์ของเจ้าแม่เทียนโหวเนี่ยเนี้ย
แต่แม้ตำนานจะหลากหลาย หากก็นิยมให้ภาพลักษณ์ของ 2 เซียนนี้
เป็นเทพอสูร โดยตาเห็นไกลพันลี้มักใช้มือซ้ายคอยยกป้องมือเหนือตา ทำท่า
มองไกล มือขวามีอาวุธ 3 ชิ้น แต่ทำเป็นชิ้นเดียวรวมกันเรียกว่า
ทีแช ขาขวานิยมให้เหยียบ ไหกับหอยตัวใหญ่
ส่วนหูฟังไกลนิยมให้มือซ้ายมีงูสีแดง พันไว้อยู่ แล้วเอามือขวาป้องหู
เป็นท่าเงี่ยหูฟังนั่นเอง โดยคุณ : จิตรา ก่อนันทเกียรต
ซุงฮวงยื้อ ประวัติของ 2 เซียนจะเป็นหนึ่งในเรื่อง ของฮงซิ้งตึ้ง
หรือทำเนียบการ แต่งตั้งเจ้าที่คุยไว้ก่อนหน้านี้ ที่เป็นช่างจิวบุ่งอ๊วงแห่ง ราชวงศ์จิว รบเพื่อล้ม
ล้างราชวงศ์ เซี่ย โดย มีเกียงไท้กงเป็นกุนซือไง
เรื่องเล่าว่า ชัยลี้งั้ง หรือตาเห็นไกลพันลี้คือ แม่ทัพกิมเจียงกุง
ซุงฮวงยื้อ หรือหูฟังไกลพันลี้คือ แม่ทัพลิ่วเจียงกุง
ทั้งสองเป็นแม่ทัพของฝ่ายกษัตริย์ติ๋ว ผู้โหดเหี้ยมแห่งราชวงศ์ซาง ซึ่งตำ
นานฮงซิงตึ๊งนี้จะมีมุมวิจิตรพิสดารว่า ทั้ง 2 ฝ่ายคือฝ่ายกษัตริย์ติ๋วและฝ่าย
จิวบุ่งอ๊วง ต่างฝ่ายต่างก็มีเทวดาช่วยรบด้วย
ตาเห็นไกลพันลี้ เนื้อแท้คือเทพต้นท้อ ที่แปลงร่างเป็นคนในบางเวลา
ส่วนหูฟังไกล คือ เทวดาต้นหลิว
ที่แปลงร่างเป็นคนเช่นกัน
กษัตริย์ติ๋วจัดวางตัวให้ทั้งสองเป็นหน่วยรบอยู่
ฝ่ายหน้า ซึ่งก็ทรง
ประสิทธิ-ภาพมาก เพราะมีผลให้เกียงไท้กงรู้สึกงงมากว่า ไม่ว่าจะวางแผนการ
รบอย่างไร ดูเหมือนว่าฝ่ายกษัตริย์ติ๋วจะดักทางแล้วปกป้องได้หมด ซึ่งเกียง
ไท้กงมาจับได้ภายหลังว่า ไม่ว่าเกียง
ไท้กงจะพูดอะไร สั่งงานอย่างไร หูฟัง
ไกลล้วนได้ยินทั้งสิ้น และไม่ว่าจะมีการดำเนินการอะไรในค่าย ตาเห็นไกลพัน
ลี้ก็ล้วนเห็นหมดเลย
เกียงไท้กงแก้เกมด้วยการส่งลูกน้องระดับขุนพลอึ้งเทียงขึ้นเขาไปหา
เซียน แล้ว ขอเรียนวิชาเพื่อมาสู้กับตาเห็นพันลี้กับหูฟังไกล ทำให้ขุนพลยื้อ
พบเคล็ดรับมือกับ 2 เซียน โดยส่งทหารให้คอยโบกธงแดงตลอดเวลา
คอย ตีกลองและฆ้องตลอดเวลาอย่าวางมือ
ผลคือธงแดงเป็นเคล็ดกวนภาพในสายตาของตาเห็นไกลพันลี้และเสียง
กลอง ก็ได้กวนคลื่นเสียงทำให้หูฟังไกลไม่สามารถจับเสียงอะไรได้เลยนอก
จากเสียงกลองและฆ้อง
ทั้ง 2 เซียนคือตาเห็นไกลและหูฟังไกลรู้สึกโกรธที่ฤทธิ์เดชของตนถูก
สยบ จึง ตรงลิ่วไปยังค่ายของเกียงไท้กง ซึ่งทางนั้นก็เตรียมรับมืออยู่แล้ว เมื่อ
สองเซียนเข้าค่ายมาก็ถูกรุมล้อมและจับฆ่าได้ด้วยเคล็ดบางอย่าง ทำให้ที่สุด
ทัพของเกียงไท้กงก็ได้ชัยชนะ
และราชวงศ์จิวก็ได้ปกครอง จีน แทนราชวงศ์ซาง
อย่างไรก็ตาม มีอีกข้อมูลของเซียนตาเห็นไกลกับเซียนหูฟังไกลว่าทั้ง
สองคือ 2 ใน 4 ของลี่ไต้กิมกังหรือเทวดาผู้รักษาเสาสวรรค์
แต่บ้างก็ว่าเป็น องครักษ์ของเจ้าแม่เทียนโหวเนี่ยเนี้ย
แต่แม้ตำนานจะหลากหลาย หากก็นิยมให้ภาพลักษณ์ของ 2 เซียนนี้
เป็นเทพอสูร โดยตาเห็นไกลพันลี้มักใช้มือซ้ายคอยยกป้องมือเหนือตา ทำท่า
มองไกล มือขวามีอาวุธ 3 ชิ้น แต่ทำเป็นชิ้นเดียวรวมกันเรียกว่า
ทีแช ขาขวานิยมให้เหยียบ ไหกับหอยตัวใหญ่
ส่วนหูฟังไกลนิยมให้มือซ้ายมีงูสีแดง พันไว้อยู่ แล้วเอามือขวาป้องหู
เป็นท่าเงี่ยหูฟังนั่นเอง โดยคุณ : จิตรา ก่อนันทเกียรต
เคล็ดลับอาหารเช้าสำหรับเด็กวัยรุ่น
วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นอย่าง รวดเร็ว ปัญหาทางโภชนาการที่พบในวัยรุ่นคือภาวะโภชนาเกิน และภาวะโภชนาการขาดเพราะอาจจะกินอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกิน ความต้องการ ทำให้อ้วน หรือมีบางคนกลัวอ้วนยอมอดอาหารจนผอม และเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ
อาหาร ที่เรากินเข้าไปจะไม่ทำให้เราเห็นผลในทันทีทันใด แต่ผลจะเกิดขึ้นในระยะยาว เพราะฉะนั้นต้องกินอาหารที่มีประโยชน์เสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้มีสุขภาพ ที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยในวันหน้า
ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายต้อง การพลังงานสูง เพื่อไปใช้ในการพัฒนาการ
เติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนาดและความสูง ความแตกต่างของ
อัตราการเจริญเติบโตของคนเชื้อชาติเดียวกัน เนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมและ
อาหาร ที่กิน ดังนั้น ควรกินให้หลากหลาย และครบ 5 หมู่ ไม่กินซ้ำซาก
‘อาหารเช้าสำหรับวัยรุ่นที่เร่งรีบออกจากบ้าน เพื่อไปใช้ทันเข้าเรียน
อาจจะเริ่มอย่างง่ายๆ ด้วย คอร์นเฟลก กับกล้วยหอมและนม ไข่ดาวหรือไข่
ต้ม หรือไข่ลวกตามชอบร่างกายก็จะได้รับคาร์โบไฮ- เดรตจากคอร์นเฟลก
ซึ่งมาจากข้าวโพดได้โปรตีนจากไข่ และนม ไขมันจากน้ำมันทอดไข่ ส่วน
กล้วย ให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน
‘ ไข่เป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีน
เกลือแร่และวิตามินที่สำคัญ ควรรับประทานไข่วันละฟองทุกวัน
‘ นมให้คุณค่าอาหารสูง มีแคลเซียมสูง และมีเกลือแร่และแร่ ธาตุต่างๆ
อย่างน้อยควรดื่มนมวันละแก้ว เด็กที่ขาดแคลเซียมจะทำให้เติบโตไม่เต็มที่
‘ผลไม้สำหรับมื้อเช้า อาจจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยหอม หรือส้ม ก็จะทำ
ให้ร่างกายได้รับเกลือแร่และวิตามิน รวมทั้งใยอาหารที่จะช่วยระบบขับถ่าย
และป้องกันการเกิดมะเร็ง
สำหรับวัยรุ่นเป็นวัยที่ผิวพรรณเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ แต่การที่จะให้
ผิวพรรณสวยงามไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ควร เลือกรับประทานอาหาร
ที่ให้ประโยชน์ เช่น กล้วยไข่ กล้วยหอม แครอท คะน้า มะเขือเทศ ผักสีเขียว
ต่างๆ จะให้เบต้าแคโรทีนสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้ผิวหนังเหี่ยว
แห้งถ้ามีมาก เกินไป นอกจากนี้ ฝรั่งและส้มเป็นผลไม้ที่วิตามินซีสูง ซึ่งช่วย
ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง วัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต
จำเป็นต้อง ได้รับอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้วิตามินซียังช่วย
บำรุงเส้นผมอีกด้วย นอกจากนี้วัยรุ่นยังต้องการเหล็กมาก ซึ่งหากปริมาณเหล็กใน เลือดต่ำ
จะทำให้อ่อนเพลียง่าย และเป็นโรคโลหิตจางได้ เหล็กมีมากในเนื้อสัตว์ ผัก
ใบเขียว และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งวัยรุ่นหญิง ในช่วงที่มี
ประจำเดือน ทำให้สูญเสียเหล็ก จึงจำเป็น ต้องรับประทานอาหารที่มีเหล็ก
เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดไป
สำหรับ วัยรุ่นชาย ซึ่งมักจะใช้พลังงานมากกว่าวัยรุ่นหญิง อาจ จะต้องการโปรตีนมากเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ซึ่งโปรตีนจะมีมากใน เนื้อสัตว์ ไข่ และนม อย่างไรก็ตาม ทั้งวัยรุ่นหญิง และชาย
ควรรับประทานอาหารให้ หลาก หลายและครบ 5 หมู่ ไม่ควร งดอาหารเช้า เพราะเป็นช่วงที่อยู่ใน วัยเรียน
ซึ่งร่างกายต้องการอาหาร ไปเลี้ยงสมอง การขาดอาหารเช้าทำ ให้มีผลต่อ
ความสามารถในการจำและทำให้ขาดสมาธิในการเรียน
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำ เสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกายใช้พลัง งานมาก
ขึ้น ไม่ต้องกังวลกับความ อ้วน การขาดการออกกำลังกายจะทำให้แคลเซียม
ถูกดึงจากกระดูก เมื่อนานๆ เข้าจะเป็นสาเหตุโรคกระดูกพรุน n
โดยคุณ : รศ.ดร.เสาวพร เมืองแก้ว
อาหาร ที่เรากินเข้าไปจะไม่ทำให้เราเห็นผลในทันทีทันใด แต่ผลจะเกิดขึ้นในระยะยาว เพราะฉะนั้นต้องกินอาหารที่มีประโยชน์เสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้มีสุขภาพ ที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยในวันหน้า
ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายต้อง การพลังงานสูง เพื่อไปใช้ในการพัฒนาการ
เติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนาดและความสูง ความแตกต่างของ
อัตราการเจริญเติบโตของคนเชื้อชาติเดียวกัน เนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมและ
อาหาร ที่กิน ดังนั้น ควรกินให้หลากหลาย และครบ 5 หมู่ ไม่กินซ้ำซาก
‘อาหารเช้าสำหรับวัยรุ่นที่เร่งรีบออกจากบ้าน เพื่อไปใช้ทันเข้าเรียน
อาจจะเริ่มอย่างง่ายๆ ด้วย คอร์นเฟลก กับกล้วยหอมและนม ไข่ดาวหรือไข่
ต้ม หรือไข่ลวกตามชอบร่างกายก็จะได้รับคาร์โบไฮ- เดรตจากคอร์นเฟลก
ซึ่งมาจากข้าวโพดได้โปรตีนจากไข่ และนม ไขมันจากน้ำมันทอดไข่ ส่วน
กล้วย ให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน
‘ ไข่เป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีน
เกลือแร่และวิตามินที่สำคัญ ควรรับประทานไข่วันละฟองทุกวัน
‘ นมให้คุณค่าอาหารสูง มีแคลเซียมสูง และมีเกลือแร่และแร่ ธาตุต่างๆ
อย่างน้อยควรดื่มนมวันละแก้ว เด็กที่ขาดแคลเซียมจะทำให้เติบโตไม่เต็มที่
‘ผลไม้สำหรับมื้อเช้า อาจจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยหอม หรือส้ม ก็จะทำ
ให้ร่างกายได้รับเกลือแร่และวิตามิน รวมทั้งใยอาหารที่จะช่วยระบบขับถ่าย
และป้องกันการเกิดมะเร็ง
สำหรับวัยรุ่นเป็นวัยที่ผิวพรรณเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ แต่การที่จะให้
ผิวพรรณสวยงามไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ควร เลือกรับประทานอาหาร
ที่ให้ประโยชน์ เช่น กล้วยไข่ กล้วยหอม แครอท คะน้า มะเขือเทศ ผักสีเขียว
ต่างๆ จะให้เบต้าแคโรทีนสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้ผิวหนังเหี่ยว
แห้งถ้ามีมาก เกินไป นอกจากนี้ ฝรั่งและส้มเป็นผลไม้ที่วิตามินซีสูง ซึ่งช่วย
ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง วัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต
จำเป็นต้อง ได้รับอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้วิตามินซียังช่วย
บำรุงเส้นผมอีกด้วย นอกจากนี้วัยรุ่นยังต้องการเหล็กมาก ซึ่งหากปริมาณเหล็กใน เลือดต่ำ
จะทำให้อ่อนเพลียง่าย และเป็นโรคโลหิตจางได้ เหล็กมีมากในเนื้อสัตว์ ผัก
ใบเขียว และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งวัยรุ่นหญิง ในช่วงที่มี
ประจำเดือน ทำให้สูญเสียเหล็ก จึงจำเป็น ต้องรับประทานอาหารที่มีเหล็ก
เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดไป
สำหรับ วัยรุ่นชาย ซึ่งมักจะใช้พลังงานมากกว่าวัยรุ่นหญิง อาจ จะต้องการโปรตีนมากเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ซึ่งโปรตีนจะมีมากใน เนื้อสัตว์ ไข่ และนม อย่างไรก็ตาม ทั้งวัยรุ่นหญิง และชาย
ควรรับประทานอาหารให้ หลาก หลายและครบ 5 หมู่ ไม่ควร งดอาหารเช้า เพราะเป็นช่วงที่อยู่ใน วัยเรียน
ซึ่งร่างกายต้องการอาหาร ไปเลี้ยงสมอง การขาดอาหารเช้าทำ ให้มีผลต่อ
ความสามารถในการจำและทำให้ขาดสมาธิในการเรียน
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำ เสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกายใช้พลัง งานมาก
ขึ้น ไม่ต้องกังวลกับความ อ้วน การขาดการออกกำลังกายจะทำให้แคลเซียม
ถูกดึงจากกระดูก เมื่อนานๆ เข้าจะเป็นสาเหตุโรคกระดูกพรุน n
โดยคุณ : รศ.ดร.เสาวพร เมืองแก้ว
ของหวานกับเด็ก
ของหวานกับเด็กดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน เด็กส่วนใหญ่ชอบกิน ขนมหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกกวาดหรือทอฟฟี่ ซึ่งมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดโทษมากกว่าคุณประโยชน์
และหากไม่รู้จักวิธีกินให้ถูกต้อง ก็จะให้โทษแก่ร่างกายได้ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า
1. ถ้าเด็กกินอาหารรสหวานมากจะทำให้ความอยากอาหารลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกิน ของหวานก่อนอาหาร
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กขาดสารอาหาร ที่สำคัญ
2. การกินลูกกวาดหรือทอฟฟี่จะทำให้ฟันผุ ดังนั้นเมื่อลูก กินขนมเหล่านี้ ควรเตือนให้ลูกดื่มน้ำเปล่าหลังกินของหวาน หรือ แปรงฟันทันทีหลังการ กินของหวานเพื่อไม่ให้ความหวานตกค้าง ในซอกฟัน ซึ่งอาจจะทำให้ฟันผุ
ได้และไม่นอนหลับไปในขณะที่มี ลูกอมหรือลูกกวาดอยู่ในปาก เพราะนอก
จากลูกอมหรือลูกกวาด อาจจะติดคอแล้วยังเป็นบ่อเกิดของแบคทีเรียที่จะทำให้ฟันผุ
3.ไอศกรีมเป็นขนมหวานอีกอย่างหนึ่งที่เด็กชอบกิน ควรเลือกซื้อ
ไอศกรีมที่ผลิตโดยบริษัทที่เชื่อถือได้ ซึ่งคาดว่ามีกระบวนการผลิตที่สะอาด
4. ไม่ควรซื้อไอศกรีมแท่งที่ไม่ได้ห่อหรือบรรจุในภาชนะที่มิด ชิด เพราะอาจจะไม่สะอาดพอทำให้ท้องเสียได้
5. ไม่ควรกินไอศกรีมที่ใส่ขัณฑสกร ซึ่งให้ความหวานแทนน้ำตาล เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
อาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง
การ แนะนำให้ลูกเลือกกินและปฏิบัติตนในการกินอาหารอย่างถูก ต้องเป็นการวางรากฐานของชีวิตที่ดีและปลอดภัยเพราะ ผลการกินของลูกในวันนี้ คือสภาพที่ลูกจะเป็นในวันข้างหน้า
และหากไม่รู้จักวิธีกินให้ถูกต้อง ก็จะให้โทษแก่ร่างกายได้ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า
1. ถ้าเด็กกินอาหารรสหวานมากจะทำให้ความอยากอาหารลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกิน ของหวานก่อนอาหาร
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กขาดสารอาหาร ที่สำคัญ
2. การกินลูกกวาดหรือทอฟฟี่จะทำให้ฟันผุ ดังนั้นเมื่อลูก กินขนมเหล่านี้ ควรเตือนให้ลูกดื่มน้ำเปล่าหลังกินของหวาน หรือ แปรงฟันทันทีหลังการ กินของหวานเพื่อไม่ให้ความหวานตกค้าง ในซอกฟัน ซึ่งอาจจะทำให้ฟันผุ
ได้และไม่นอนหลับไปในขณะที่มี ลูกอมหรือลูกกวาดอยู่ในปาก เพราะนอก
จากลูกอมหรือลูกกวาด อาจจะติดคอแล้วยังเป็นบ่อเกิดของแบคทีเรียที่จะทำให้ฟันผุ
3.ไอศกรีมเป็นขนมหวานอีกอย่างหนึ่งที่เด็กชอบกิน ควรเลือกซื้อ
ไอศกรีมที่ผลิตโดยบริษัทที่เชื่อถือได้ ซึ่งคาดว่ามีกระบวนการผลิตที่สะอาด
4. ไม่ควรซื้อไอศกรีมแท่งที่ไม่ได้ห่อหรือบรรจุในภาชนะที่มิด ชิด เพราะอาจจะไม่สะอาดพอทำให้ท้องเสียได้
5. ไม่ควรกินไอศกรีมที่ใส่ขัณฑสกร ซึ่งให้ความหวานแทนน้ำตาล เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
อาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง
การ แนะนำให้ลูกเลือกกินและปฏิบัติตนในการกินอาหารอย่างถูก ต้องเป็นการวางรากฐานของชีวิตที่ดีและปลอดภัยเพราะ ผลการกินของลูกในวันนี้ คือสภาพที่ลูกจะเป็นในวันข้างหน้า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)