โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
มีหลายคนบอกว่า "รามคำแหงเข้าง่าย แต่จบออกมายาก และบางคนบอกว่า คนที่จบจากรามฯมักเป็นคนอดทน ขยันและพยายาม ซึ่งคำพูดเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นภาพสังคมภายนอกที่มองมายังบัณฑิตรั้วพ่อขุ นฯ ถึงความยอมรับ" และนั่นมันก็ทำให้ทั้งสองบัณฑิตที่เพิ่งตบเท้าเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรมา มาดๆ ต่างภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภาพที่คนอื่นมองเข้ามาอย่างยกย่อง
เริ่มต้นที่ เจ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง คณะรัฐศาสตร์ คนแรกอย่าง“ศร ไกรสน ชูแก้ว” เ ขาใช้เวลาเรียนเพียง 2 ปีครึ่ง ที่ปราศจากกฎเกณฑ์ภาคบังคับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย และยึดใช้เอากับระเบียบวินัย และความตั้งใจที่ “มุ่งมั่น” ของตัวเอง“ศร” หรือ“ว่าที่ร้อยตรี ไกรสร ชูแก้ว” เขาสำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 จากหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ซึ่งผันตัวจากการเรียนสาขาเทคนิคการแพทย์ ก้าวมาเรียนที่รามคำแหงเพราะค้นพบตัวเองว่า
“ สิ่งนี้หาใช่สิ่งที่ในเขาใฝ่ฝัน เลยฝันตัวมาเรีนรัฐศาสตร์ที่รามคำแหงด้วยใจรัก” และปัจจุบันกำลังรอศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์( NIDA) โดยได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาจากสถาบัน"
ว่าที่ร้อยตรีไกรสร เผยว่าเลือกเรียนที่ ม.รามเพราะเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและเป็นสถาบันชั้นนำทางด้านนกฎหมายและรัฐศาสตร์
“ ผมชอบวิชารัฐศาสตร์เพราะเป็นศาสตร์ที่น่าหลงใหล มีลักษณะเป็นสหวิทยาการ และเชื่อมโยงถึงศษสตร์ในหลายสาขาทำให้ผมรู้สึกว่า เรียนสาขารัฐศาสตร์สาขาเดียว ก็เหมือนกับว่าตัวเองได้เรียนสาขาอื่นๆพร้อมๆกันไปด้วยในช่วงที่ผมเรียนต้อง ทำงาน Part-time ไปด้วยช่วงไหนว่างก็จะเข้าเรียน ถ้าเข้าเรียนไม่ได้ก็จะดูจาก E-learning” ที่สำนักหอสมุดกลาง สำหรับวิธีการเรียนก่อนที่จะเข้าบรรยายายรือ ดู อีเลิรน์นิ่งผมจะอ่านหนังสือล่วงหน้าดูเน้นห้อขอหรือประเด็นสำคัญ ตอนเข้าฟังบรรยายาก็จะจดบันทึกสาะรสำคัญ ตอนเข้าฟังบรรยายก็จะจดบันทึกสาระสำคัญและสิ่งที่อาจาย์เน้นย้ำให้ได้มากที่ สุด และหลังจากเลิก Claee เรียนแล้วผมจะทบทวนเนื้อหาในแต่ละวัน รวมทั้ง ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเรียน และหนังสือวิชาการอื่นโดยใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงต่อวัน
ที่สำคัญตอนเย็นหลังเลิกเรียนหรืออ่านหนังสือเสร็จก็จะแบ่งเวลาไปออก กำลังกาย วันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หังจากนั้นก็อ่านหนังสือต่อ และที่ลืมไม่ได้เลยคือก่อนนอน ผมจะนั่งสมาธิเพื่อให้ใจสงบ ให้ความจำดี คิดหรือตัดสินใจอะไรก็จะมีประสิทธิภาพ การนั่งสมาธิของผมถือว่าเป็นหัวใจของความสำเร็จ ก่อนสอบผมจะอ่านเฉพาะหัวข้อและประเด็นสำคัญที่ได้ Short note เอาไว้ตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อทบทวนก่อนสอบ ทำตัวเองให้ผ่อนคลายด้วยการออกกลังกายและนั่งสมาธิ แค่นี้เกรดดีหนีไม่พ้นครับ”
ไม่แค่หลักสูตรและความขยันของศรเองจะเป็นองค์ประกอบให้ศึกษาสำเร็จเท ่านั้นศรบอกทางมหาวิทยาลัยได้ให้การสนับสนุนเขามาตลอดเช่นกัน
" ตอนนั้นมหาวิทยาลัยมีมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้มีผลการเรียนดี 5 G ซึ่งหากเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือคงยากที่จะจบ 2 ปีครึ่ง ซึ่งถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ด้านการเงินของบ้านได้มาก"
สำหรับรูปแบบของการเรียนของลูกพ่อขุน ซึ่งปรากฏว่ามีทั้งคนประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จแต่ทั้งนี้รูปแบบของการเรียนการสอนของม.รามคำแหงเองก็ นับว่าเป็นรูปแบบที่เปิดโอกาสให้กับคนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระดับปริญญา ประกาศนียบัตรเรียกได้ว่า “ถ้าอยากเรียน อยากรู้ อยากฝึกอะไรก็เลือกได้ในตลาดความรู้แห่งนี้”
“ ผมรู้สึกภูมิใจตั้งแต่วันแรกที่มาฝากตัวเป็นลูกพ่อขุนฯ ความมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อศึกษาหาความรู้ให้ได้มากที่สุดผลตอบแทนที่ได้รับ ใช่แค่การได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือ ผมได้รู้ในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้ ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้เป็นในสิ่งที่ผมอยากเป็น ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีคณาจารย์ผู้ส่งผมสู่ฝั่งฝัน รวมทั้งบุพการีทั้งสอง ที่เป็นร่มไม้ใหญ่ให้ลูกอย่งพ่อและแม่ที่ส่งเสียให้เรียนจนจบ”
ส่วนอีกหนึ่งบัณฑิตหนุ่มคณะรัฐศาสตร์ อย่าง “ภูมิ -เล็งเลิศ เลาหสุขไพศาล” ที่คว้าเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองเช่นกัน ปัจจุบันเป็นเลขานุการผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมศิทย์วิทยา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ภูมิบอกถึงเหตุผลที่พาตัวเองเข้ามาเรียนรัฐศาสตร์ รามฯว่าที่นี่มีความหลากหลาย เปิดกว้างทางความคิด
“ ผมเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเลือกคณะรัฐศาสตร์ เพราะเป็นสาขาวิชาที่เปิดกว้างทางความคิด และไม่ใช่มีแต่เรื่องการเมืองการปกครองเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่มีแต่เรื่องการเมืองการปกครองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนาธรรมด้วย ซึ่งวิธีการเรียนของผมเริ่มจากการเลือกวิชาที่จะเรียน เพราะลง 24 หน่วยกิตทุกเทอม จึงต้องเลือกวิชาที่ยากง่ายผสมกัน และรายละเอียดปลีกย่อย ผมจะนั่งฟังแกล้วเก็บมาคิดวิเคราะห์ต่อยอด”
ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ของการเรียนและการสอบก็ควรที่จะเน้นหนักไปที่ค วามเอาใจใส่ในบทเรียนและการอ่านหนังสือทบทวนภูมิแนะวิธีอ่านหนังสือว่า เขามักอ่านแบบสรุป จดสาระสำคัญแล้วมาอ่านอีกครั้ง
“ วิชาที่เป็นข้อสอบปรนัยจะอ่านหนังสือชีทสรุป ข้อสอบเก่า ๆและอ่านหลายๆรอบส่วนวิชาที่เป็นข้อสอบข้อเขียนก็จะอ่านสมุดจดที่จดจากคำบรร ยายของอาจารย์ แต่นอกจากจะอ่านหนังสือและเอกสารของมหาวิทยาลัยหรือคณะแล้ว ผมจะซื้อหนังสือนอกมาอ่าน ติดตามข่าวสาร และดูข่าวทุกวันเพื่อที่จะได้ทันเหตุการณ์ เพราะวิชารัฐศาสตร์เป็ฯวิชาที่ต้องรู้เท่าทันเหตุการณ์ เพราะวิชานี้เป็นวิชาที่ต้องรู้เท่าทันสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อย่างรายการที่ดูเป็นประจำก็คือ รายการข่าว ชีพจรโลกวันนี้”
นอกเหนือจากที่ ศร และภูมิ ทั้งสองบัณฑิตเหรียญทองจะตั้งใจเรียนจนได้รับความสำเร็จทางการศึกษาเป็นรางว ัลที่ภาคภูมิใจแล้วสิ่งที่ภาคภูมิใจมากกว่านั้น คือท่ามกลางระบบของมหาวิทยาลัยที่เป็นได้ทั้งข้อดีข้อเสียในการไม่บังคับนัก ศึกษาแต่อย่างใดเรื่องการเข้าห้องเรียน แต่ทั้งนี้สองบัณฑิตต่างก็ภูมิใจว่า เขาเอาชนะใจตัวเอง และสามารถเข้มงวดกับตัวเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ
“ ข้อเสียคือไม่บังคับนักศึกษาเลยทำให้บางคนเพิกเฉยและละเลยจนหมดเวลาสอบ แต่ข้อดีของการเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงคือ การทำให้นักศึกษาได้รู้จักตนเอง ไม่มีใครบังคับให้เข้าเรียน จะอ่านหนังสือหรือไม่อ่านก็ได้ ดังนั้นจึงต้องใช้ความพยายามและแรงขับในตัวเองเป็นสำคัญ เพื่อที่จะเข้าเรียน อ่านหนังสือ และไปสอบ ฝึกให้เราได้รับผิดชอบชีวิตตัวเองอย่างมาก”...
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000013972
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น